Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ลำไส้  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

ลำไส้อักเสบ (Enterocolitis) คือ โรคที่เกิดจากเนื้อเยื่อที่บุภายในลำไส้ (เนื้อเยื่อบุผิว) เกิดมีการอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการอักเสบจากติดเชื้อโรค แต่ส่วนน้อยเกิดจากการอักเสบโดยไม่มีการติดเชื้อ

ลำไส้อักเสบ เป็นคำรวมที่เรียกการอักเสบที่เกิดขึ้นกับทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ แต่ถ้ามีลำไส้เล็กอักเสบเพียงอวัยวะเดียว เรียกว่า ลำไส้เล็กอักเสบ (Enteritis) และถ้ามีลำไส้ใหญ่อักเสบเพียงอวัยวะเดียวเรียกว่า ลำไส้ใหญ่อักเสบ (Colitis) ทั้งนี้ลำไส้อักเสบนี้ อาจเกิดร่วมกับการอักเสบของกระเพาะอาหาร (กระเพาะอาหารอักเสบ, Gastritis) และ/หรือของทวารหนัก(ทวารหนักอักเสบ, Proctitis) ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้

เมื่อลำไส้อักเสบเกิดทันที และสามารถรักษาได้หายภายในระยะเวลาเป็นสัปดาห์ เรียกว่า “ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน” แต่ถ้าอาการลำไส้อักเสบมีเรื้อรังเป็นเดือน หรือเป็นๆหายๆตลอดเวลา เรียกว่า “ลำไส้อักเสบเรื้อรัง

ลำไส้อักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ เป็นโรคพบบ่อยโดยเฉพาะในประเทศที่การสาธารณ สุขยังไม่ดีพอ พบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่ลำไส้อักเสบสาเหตุอื่นๆที่ไม่ได้เกิดจากติดเชื้อ เป็นโรคพบได้น้อย แต่พบได้ในทุกอายุเช่นกัน

ลำไส้อักเสบเกิดจากอะไร?

ลำไส้อักเสบ

ลำไส้อักเสบมีสาเหตุแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ จากการติดเชื้อโรค และจากสาเหตุอื่นๆที่ไม่ใช่การติดเชื้อโรค

1. ลำไส้อักเสบสาเหตุจากการติดเชื้อโรค เกิดได้จากเชื้อโรคทุกชนิด ทั้งแบคทีเรีย (พบบ่อยที่สุด) ไวรัส ปรสิต และเชื้อรา

2. ลำไส้อักเสบสาเหตุไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เป็นโรคที่พบได้ประปราย เช่น จากลำไส้ขาดเลือด (Ischemic colitis) กรณีจากมีโรคหลอดเลือดแดงแข็ง หรือมีเนื้อเยื่ออัก เสบในทุกอวัยวะ รวมทั้งลำไส้อักเสบจากโรคออโตอิมมูน/โรคภูมิต้านตนเอง เป็นต้น

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดลำไส้อักเสบ?

1. ผู้มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดลำไส้อักเสบสาเหตุจากติดเชื้อโรค ได้แก่

  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในถิ่นที่การสาธารณสุขยังไม่เจริญ
  • นักท่องเที่ยว
  • ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่แออัด เช่น โรงเรียน ค่ายทหาร ค่ายอพยพ
  • ผู้ดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหาร

2. ผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดลำไส้อักเสบสาเหตุไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ จะขึ้นกับแต่ละสาเหตุ เช่น มีประวัติโรคนี้ในครอบครัว (พันธุกรรม) เช่น ในโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง หรือ เด็กคลอดก่อนกำหนดเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดลำไส้อักเสบที่เรียกว่า โรคNecrotizing enterocolitis เป็นต้น

ลำไส้อักเสบมีอาการอย่างไร? เมื่อไรควรพบแพทย์?

อาการที่พบได้บ่อยในโรคลำไส้อักเสบ คือ ท้องเสียหรือท้องร่วงร่วมกับปวดท้อง โดยการปวดจะมีลักษณะแบบปวดบีบ นอกจากนั้นที่อาจพบร่วมด้วยได้ เช่น

อนึ่ง เมื่อมีอาการดังกล่าวที่รุนแรง หรือ อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเอง หรือ อาการเลวลงใน 24 ชั่วโมง ควรต้องรีบไปโรงพยาบาล แต่ถ้ามี ไข้สูง ปวดท้องมาก และ/หรืออาการจากภาวะขาดน้ำ (เช่น ตาโหล ปากแห้ง วิงเวียน เป็นลม ใจสั่น) ต้องรีบไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน

แพทย์วินิจฉัยลำไส้อักเสบได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุลำไส้อักเสบได้จาก ประวัติอาการ ประวัติการเดินทาง ประวัติถิ่นที่อยู่อาศัย และการระบาดของโรค การตรวจร่างกาย การตรวจอุจจาระ การตรวจเลือด ซีบีซี(CBC) เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไม่ และดูค่าเกลือแร่ (ดูภาวะขาดน้ำ) การตรวจเพาะเชื้อจากอุจจาระหรือจากเลือด และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วย, ความผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบ, และดุลพินิจของแพทย์ เช่น การเอกซเรย์ภาพช่องท้องกรณีปวดท้องมาก เป็นต้น

รักษาลำไส้อักเสบได้อย่างไร?

การรักษาลำไส้อักเสบ มีหลัก 2 ประการ คือ การรักษาประคับประตองตามอาการ และการรักษาสาเหตุ

ลำไส้อักเสบรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงอย่างไร?

ลำไส้อักเสบ โดยทั่วไปเป็นโรคไม่รุนแรง แพทย์มักรักษาควบคุมโรคได้ แต่กรณีที่พบแพทย์ล่าช้า หรือมีโรคประจำตัวอื่น สุขภาพไม่ดี โรคลำไส้อักเสบอาจรุนแรงลุกลามเป็นการติดเชื้อในกระแสโลหิต (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ) หรือการติดเชื้อของเยื่อบุช่องท้อง (เยื่อบุช่องท้องอักเสบ) หรือมีลำไส้ทะลุ หรือเกิดลำไส้ขาดเลือดจนเน่าตาย (เนื้อตายเหตุขาดเลือด) ซึ่งเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีลำไส้อักเสบ ได้แก่

  • กินอาหารอ่อน (อ่านเพิ่มเติมใน ประเภทอาหารทางการแพทย์) ดื่มน้ำให้ได้มากกว่าปกติ อย่างน้อยต้องชดเชยน้ำที่เสียไปจากการถ่ายอุจจาระและ/หรืออาเจียน และระวังอย่าให้เกิดภาวะขาดอาหาร โดยกินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบ กินครั้งละน้อยๆ แต่กินให้บ่อยขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • รักษาความสะอาดอาหารและน้ำดื่ม
  • รักษาความสะอาดเครื่องใช้ส่วนตัว ชาม ช้อน แก้วน้ำ การล้างมือก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ การอุจจาระในส้วม เพื่อป้องกันโรคแพร่กระจายสู่ผู้อื่น กรณีโรคเกิดจากการติดเชื้อ
  • พบแพทย์ก่อนนัด ถ้าอาการเลวลง หรือ อาการไม่ดีขึ้น หรือ กังวลในอาการ
  • ไปโรงพยาบาลทันที ถ้ามี ไข้สูง ปวดท้องมาก อาเจียนมาก และมีอาการของภาวะขาดน้ำ

ป้องกันลำไส้อักเสบได้อย่างไร?

การป้องกันโรคลำไส้อักเสบที่สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ โรคลำไส้อัก เสบที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อ ส่วนที่สาเหตุไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อมักเป็นโรคที่ไม่สามารถป้องกันได้

การป้องกันโรคลำไส้อักเสบสาเหตุจากติดเชื้อ ได้แก่

  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เสมอ
  • รักษาความสะอาดของอาหาร น้ำดื่มโดยเฉพาะน้ำแข็ง ห้องครัว เครื่องใช้ในการปรุงอา หาร และในการกิน/ดื่ม
  • กินอาหารปรุงสุกทั่วถึงเสมอ
  • ล้างมือทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • ใช้ส้วมเสมอในการขับถ่าย เพื่อลดโอกาสเกิดโรคระบาดติดต่อทางอุจจาระ
  • ศึกษาสุขอนามัยของประเทศที่จะไปท่องเที่ยวก่อนเสมอ โดยเฉพาะในเรื่องน้ำดื่ม

บรรณานุกรม

  1. Colitis http://en.wikipedia.org/wiki/Colitis [2013, Oct 20 ]
  2. Enterocolitis http://en.wikipedia.org/wiki/Enterocolitis [2013,Oct20].
  3. Enteritis http://en.wikipedia.org/wiki/Enteritis [2013, Oct20].
  4. Necotizing enterocolitis http://en.wikipedia.org/wiki/Necrotizing_enterocolitis [2013,Oct20].
  5. Viral gastroenteritis http://digestive.niddk.nih.gov/ddiseases/pubs/viralgastroenteritis/ [2013,Oct20].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน math14207 opas2540 imy_jung pondkung
Frame Bottom