Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระดูก  เต้านม  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

มะเร็งเต้านม  

บทนำ

ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนเพศที่ร่างกายผลิตขึ้นในผู้หญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจนผลิต ขึ้นจากรังไข่ มีความสำคัญมากในการทำหน้าที่ส่งเสริมการแสดงลักษณะเด่นของเพศหญิง อาทิ การมีหน้าอก/เต้านมหรือการมีประจำเดือน นอกจากนี้ ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังมีบทบาทสำคัญอื่นๆอาทิ ส่งเสริมการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกาย การป้องกันการเสื่อมสลายของกระ ดูก จึงมีการนำประโยชน์ของฮอร์โมนดังกล่าวมาใช้ในการรักษาหรือป้องกันโรคกระดูกพรุนในปัจจุบัน

นอกจากความสัมพันธ์กับระบบกระดูกแล้วนั้น ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาเนื้อเยื่อของมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมชนิดที่ต้องอาศัยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen receptor +, ER+) ในการกระตุ้นให้เกิดการแบ่งเพิ่มจำนวนเซลล์มะเร็ง ดังนั้น การใช้ยาที่มีการส่งเสริมการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงอาจทำให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านม หรือผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมบางชนิดเกิดการพัฒนาจากเนื้องอกไปเป็นมะเร็ง หรือขยายเพิ่มจำนวนเซลล์มะเร็งตามลำดับ

ยาราโลซิฟีน (Raloxifene) เป็นยาในกลุ่มที่มีความสามารถในการปรับเข้ากับตัวรับของฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างเลือกจำเพาะ (SERM, Selective Estrogen Receptor Modulators) กล่าวคือ ยาราโลซิฟีนจะทำหน้าที่เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อระบบกระดูกคือ ป้องกันการดูดซึมแคลเซียมออกจากกระดูก จึงมีข้อบ่งใช้รักษาโรคกระดูกพรุน แต่ทำหน้าที่ตรงข้าม/ต้านกับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเนื้อเยื่อของเต้านม ทำให้ลดการกระตุ้นการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านม จึงมีการนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมชนิดที่รุกราน (Invasive, ชนิดเป็นมะเร็งแน่นอนแล้ว)

ยาราโลซิฟีนจัดเป็นยาอันตรายตามกฎหมายของไทย ดังนั้นการใช้ยานี้ควรอยู่ภายใต้การ รักษาและดุลยวินิจของแพทย์ และใช้ยานี้ตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

ยาราโลซิฟีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ราโลซิฟีน

ยาราโลซิฟีนมีข้อบ่งใช้/สรรพคุณใช้เฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน (Postmeno pausal) ดังต่อไปนี้

ก. โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis): ยาราโลซิฟีนมีข้อบ่งใช้ในการรักษาหรือป้อง กันโรคกระดูกพรุนโดยช่วยให้กระดูกมีมวลกระดูกมากขึ้น ลดความเสี่ยงการแตกหัก/กระดูกหัก

ข. มะเร็งเต้านมชนิดรุกราน (Invasive Breast Cancer): ยาราโลซิฟีนมีคุณสม บัติช่วยลดความเสี่ยงในการพัฒนาเซลล์เต้านมไปเป็นมะเร็งเต้านมในระยะรุกราน (Invasive stage) โดยใช้เฉพาะกรณีผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้แก่ ผู้ป่วยที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านมอาทิ มารดา พี่หรือน้องสาวท้องเดียวกัน บุตรสาว เป็นต้น รวมไปถึงผู้ป่วยที่เคยได้รับการส่งตรวจชิ้นเนื้อบริเวณเต้านม (Breast Biopsy) และพบว่ามีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมเช่น จากเซลล์เริ่มมีการกลายพันธุ์

***อนึ่ง ยาราโลซิฟีนเป็นยาที่ลดความเสี่ยงการพัฒนาเป็นมะเร็งเต้านมระยะรุกรานเท่า นั้น ไม่ได้เป็นยาที่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านม และไม่ได้มีฤทธิ์ในการรักษามะเร็งเต้านมในระยะลุกลามแพร่กระจาย หรือมีฤทธิ์ในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำในผู้ป่วยที่เคยเป็นมะเร็งเต้านมก่อนแล้ว ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรเข้าตรวจกับแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง

ยาราโลซิฟีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาราโลซิฟีนเป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มยาที่มีความสามารถในการปรับเข้ากับตัวรับของฮอร์ โมนเอสโตรเจนอย่างจำเพาะ/ยาเซิร์ม (SERM, Selective Estrogen Receptor Modulators) กล่าวคือ

ในเชิงความสัมพันธ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจนกับกระดูก ฮอร์โมนเอสโตรเจนช่วยยับยั้งกระบวนการทำลายกระดูกหรือการดูดซึมของแคลเซียมออกจากกระดูก ทำให้แคลเซียมสามารถคงอยู่ในกระดูกและช่วยให้กระดูกมีความแข็งแรงขึ้น กรณีนี้ยาราโลซิฟีนทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อระบบกระดูก โดยจับกับตัวรับเอสโตรเจนทำให้ยับยั้งการดูดซึม ของแคลเซียมออกจากกระดูก จึงช่วยในการรักษาหรือป้องกันการเกิดภาวะกระดูกพรุนได้

ในขณะเดียวกัน ฮอร์โมนเอสโตรเจนยังมีส่วนทำให้เซลล์เต้านมที่เสี่ยงต่อการพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งเต้านม พัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งเต้านมได้ ในกรณีนี้ยาราโลซิฟีนกลับทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเนื้อเยื่อของเต้านมกล่าวคือ เมื่อยาโลซิฟีนจับกับตัวรับของเอสโตรเจนที่เนื้อเยื่อเต้านม ตัวยาจะทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของตัวรับเอสโตรเจนที่เนื้อ เยื่อเต้านม ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่สามารถกระตุ้นหรือส่งเสริมการขยายเพิ่มจำนวนเซลล์ที่เสี่ยงจะเป็นมะเร็งเต้านม ทำให้สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้

ด้วยคุณสมบัติของยาราโลซิฟีนที่ทำหน้าที่แตกต่างกันในตัวรับประเภทเดียวกันที่อยู่ต่างที่กันของร่างกาย จึงเรียกยาในกลุ่มนี้ว่า ยาที่มีผลต่อตัวรับเอสโตรเจนอย่างเลือกจำเพาะ “Selective Estrogen Receptor Modulators ย่อว่า SERM”

ยาราโลซิฟีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ในประเทศไทย ยาราโลซิฟีนมีรูปแบบเภสัชภัณฑ์จัดจำหน่ายเป็นยาเม็ดเคลือบ (Film Coated Tablets) ขนาดความแรงเม็ดละ 60 มิลลิกรัม

ยาราโลซิฟีนมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาราโลซิฟีนมีขนาดยาที่แนะนำในสตรีวัยหมดประจำเดือน สำหรับข้อบ่งใช้ป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน และข้อบ่งใช้การลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านมคือ รับประทานวันละ 1 ครั้งๆละ 1 เม็ด (60 มิลลิกรัม) โดยทานในเวลาเดียวกันทุกวัน โดยไม่ต้องคำนึกถึงมื้ออาหาร การใช้ยาราโลซิฟีนหากพบว่าผู้ป่วยตอบสนองต่อยาได้ดี แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาราโลซิฟีนในระยะยาว (Long term treatment) ในทั้งสองข้อบ่งใช้ข้างต้นคือ นานต่อเนื่องมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ทั้งนี้เป็นกรณีๆไป

อนึ่ง ในผู้ป่วยที่ใช้ยาราโลซิฟีนเพื่อป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน หากผู้ป่วยที่ทานอาหารได้น้อยหรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน แพทย์อาจพิจารณาการให้แคลเซียมร่วมกับวิตามิน-ดี เสริมการรักษาโรคกระดูกพรุนด้วย

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาราโลซิฟีน ควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาราโลซิฟีนให้รับประทานยาโดยทันทีที่นึกขึ้นได้ หากใกล้เวลาการรับประทานยาในมื้อถัดไป ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมนั้นไป และรับประทานยาตามมื้อยาถัดไปตามปกติโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็น 2 เท่า

ยาราโลซิฟีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาราโลซิฟีนอาจก่อให้เกิดผล/อาการไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) บางประการเช่น อาการร้อนวูบวาบ (โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกในการรักษา) ปวดขา ปวดข้อ ปวดศีรษะ รวมถึงอาการปวดศีรษะแบบไมเกรน เหงื่อออกมากผิดปกติ นอนไม่หลับ หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นและ มีแน้วโน้มว่าอาการแย่ลงหรือไม่ทุเลา ให้พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด

หากรับประทานยาราโลซิฟีนแล้วเกิดอาการแพ้ยาเช่น ผื่นคัน อาการบวมของริมฝีปาก เปลือกตา/หนังตา ใบหน้า หรือหายใจไม่สะดวก/หายใจลำบาก หรืออาการข้างเคียงที่มีความรุนแรงเช่น อาการปวดขาอย่างรุนแรงโดยเฉพาะอาการปวดและบวมของขาข้างเดียว มีการบวมหรือร้อนบริเวณขาโดยเฉพาะน่อง อาการหายใจลำบากหรือติดขัด อาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกเฉียบพลัน หรืออาการปวดศีรษะรุนแรงอย่างฉับพลันร่วมกับอาการแขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดลำบาก/พูดไม่ชัด การมองเห็นภาพเปลี่ยนไป ให้รีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลโดยทันที/ฉุก เฉิน

มีข้อควรระวังการใช้ยาราโลซิฟีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาราโลซิฟีนเช่น

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาราโลซิฟีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาราโลซิฟีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาราโลซิฟีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาอื่นๆดังต่อไปนี้เช่น

ก. ยาโคเลสไทรามีน (Cholestyramine), ยาโคเลสทิพอล (Colestipol) เนื่องจากยาสอง ชนิดนี้อาจลดการดูดซึมของยาราโลซิฟีน อาจทำให้การรักษาไม่ประสบความสำเร็จ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ยา 2 ชนิดนี้ร่วมกับยาราโลซิฟีน

ข. ยาวาฟาริน (Warfarin) เนื่องจากยาราโลซิฟีนมีส่วนในการลดความสามารถในการแข็ง ตัวของเลือด ซึ่งหากใช้ยาราโลซิฟีนร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างเช่น ยาวาฟาริน อาจทำให้คุณสมบัติการต้านการแข็งตัวของเลือดเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยจึงอาจได้รับการตรวจเลือดเป็นระยะๆเพื่อวัดค่าความสามารถการแข็งตัวของเลือด และแพทย์อาจมีความจำเป็นต้องปรับขนาดยาวาฟารินแล้วแต่กรณี

ค. ยาที่มีความสามารถในการจับกับโปรตีนในกระแสเลือดเช่น ยาไดอะซีแพม (Diazepam), ยาไดอะซอกไซด์ (Diazoxide), ยาลิโดเคอีน (Lidocaine) เนื่องจากยาราโลซิฟีนมีความสามารถในการจับกับโปรตีนในกระแสเลือดได้มาก การใช้ยานี้ร่วมกับยาที่มีความสามารถในการจับโปรตีนในกระแสเลือดสูงอาจส่งผลให้เกิดการแย่งจับยา นำไปสู่การเกิดปริมาณยาราโลซิฟีนอิสระในกระ แสเลือดมากขึ้น อาจทำให้เกิดพิษจากยาราโลซิฟีนได้เพิ่มขึ้น การใช้ยาเหล่านี้ร่วมกับยาราโลซิฟีน จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

ควรเก็บรักษายาราโลซิฟีนอย่างไร?

ควรเก็บรักษายาราโลซิฟีนดังนี้เช่น

  • เก็บยาในภาชนะบรรจุหรือบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิมของผู้ผลิต
  • เก็บยาในอุณหภูมิห้องปกติ ควรหลีกเลี่ยงที่อับชื้นเช่น บริเวณใกล้ห้องน้ำ ห้องครัว หรือบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง
  • เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาราโลซิฟีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ปัจจุบันยาราโลซิฟีนที่จำหน่ายในประเทศไทยมีดังต่อไปนี้

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
เซลวิสทา (Celvista) บริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด

บรรณานุกรม

  1. Australian Medicins Handbook (AMH). Others Drugs Affecting Bone: Raloxifene. 2014: 441.
  2. Summary of Product Characteristics. Raloxifene. [Online] Accessed by http://www.ema.europa.eu/docs/en_GB/document_library/EPAR_-_Product_Information/human/000184/WC500031011.pdf[2015,July4]
  3. เว็บไซต์คณะกรรมการอาหารและยา ส่วนสืบค้นผลิตภัณฑ์ข้อมูลยาhttp://wwwapp1.fda.moph.go.th/consumer/conframe.asp[2015,July4]
  4. U.S. FDA. EVISTA: Medication Guide. http://www.fda.gov/downloads/Drugs/DrugSafety/ucm088593.pdf [2015,July4]
  5. สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย. แนวทางการดูแลภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดดำในผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช. 2557.
  6. Eli Lilly and Company. Lilly Announces Review of Data on Long-Term Raloxifene Treatment for Postmenopausal Osteoporosis Published in Current Medical Research & Opinion. August 9, 2011. https://investor.lilly.com/releasedetail.cfm?releaseid=597868 [2015,July4]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Prameruthai Rattanas
Frame Bottom