Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ตกเลือดหลังคลอด 

ภาวะรกค้างคืออะไร?

รกค้าง หรือภาวะรกค้าง (Retained placenta) หมายถึงการที่รกไม่หลุดหรือไม่คลอดออก มาหลังตัวทารกคลอดแล้วภายในประมาณ 30 นาที แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ

ก. รกไม่คลอดทั้งอัน/ทั้งรก

ข. รกคลอดเพียงบางส่วนมีเศษรกค้างในโพรงมดลูก

ทั้งนี้อุบัติการณ์ที่รกลอกตัวช้าจนต้องล้วงรกทั้งอันประมาณ 1 - 2 รายของการคลอดทั้งหมด แต่สำหรับการที่มีเศษรกค้างแล้วทำให้เกิดปัญหาภายหลัง ไม่มีตัวเลขที่บอกได้แน่นอน แต่พบได้บ่อยพอประมาณ

ภาวะรกค้างมีอันตรายอย่างไร?

รกค้าง

หากหลังคลอดทารกแล้วรกไม่คลอด รกจะไปขัดขวางการหดรัดตัวของมดลูกทำให้เลือดออกมากจากมดลูกจากแผลที่เป็นรอยเกาะของรกเรียกว่า ตกเลือดหลังคลอด (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การตกเลือดหลังคลอด)

การตกเลือดหลังคลอดเป็นสาเหตุการตายของมารดาที่สำคัญมาก ในกรณีที่มีเศษรกค้างบางส่วนจะทำให้เกิดการติดเชื้อในโพรงมดลูก (เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ) ทำให้มีเลือดออกผิด ปกติทางช่องคลอดหลังคลอด

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะรกค้างคืออะไร?

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะรกค้างคือ

1. การผ่าตัดคลอด/การผ่าท้องคลอด: เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้รกค้างในครรภ์ถัดไปได้เนื่อง จากรอยแผลผ่าตัดที่ในโพรงมดลูกอาจเป็นบริเวณที่เยื่อบุโพรงมดลูกบาง ทำให้รกที่มาเกาะบริเวณนี้เกาะลึกเกินไปอาจลงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก (ปกติรกจะเกาะในผนังมดลูกชั้นเยื่อบุโพรงมดลูก) ทำให้รกลอกยากหรือรกลอกไม่สมบูรณ์มีเศษรกค้างได้

2. การแท้งที่ได้รับการขูดมดลูก: โดยยิ่งได้รับการขูดหลายครั้งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ รกติดแน่นและค้างในครรภ์ต่อไป เพราะการขูดมดลูกทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางมาก รกจึงเกาะเข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก รกเกาะแน่นผิดปกติ (Placenta adherence) ทำให้รกบางส่วนเกาะ ลึกและติดแน่นผิดปกติ

3. รกเกาะต่ำ (Placent previa): เพราะบริเวณส่วนล่างของโพรงมดลูกมีชั้นกล้ามเนื้อบางกว่าส่วนบนของมดลูก

4. มีรกน้อย: หมายถึงมีรก 2 อัน/2 รก อันหนึ่งใหญ่ปกติส่วนอีกอันเล็ก (Placenta succentu riata) รกใหญ่คลอดออกมาแล้วแต่รกอันเล็กยังค้างอยู่ จากบางครั้งไม่ทราบว่ามีรกน้อยค้างในโพรงมดลูก

5. การแท้งติดเชื้อ: ทำให้มีการอักเสบในโพรงมดลูก/เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ (Endometri tis) ทำให้เนื้อเยื่อรกเปื่อยยุ่ยฉีกขาดง่าย รกไม่คลอดออกมาทั้งอัน

6. การออกแรงดึงรกมากเกินไปในขณะที่รกยังไม่ลอกตัวอาจทำให้รกบางส่วนขาดค้างอยู่ในโพรงมดลูก

7. ประวัติการมีภาวะรกค้างในครรภ์ก่อน

ใครที่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดรกค้าง?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดรกค้างคือ

1. เคยผ่าตัดคลอด/ผ่าท้องคลอด

2. มีภาวะรกเกาะต่ำ

3. รกใหญ่ผิดปกติ

4. เคยขูดมดลูกหลายครั้ง

5. เคยมีแท้งติดเชื้อ

6. เคยมีประวัติรกค้างในครรภ์ก่อน

7. มีความผิดปกติของตัวรกเองจากสาเหตุต่างๆเช่น มีการติดเชื้อที่รกหรือมีความผิดปกติแต่กำเนิดของรก

อย่างไรก็ตามสตรีที่มีความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ หากไม่มีปัจจัยเสี่ยงตามที่กล่าวมาแล้ว มักมีโอกาสที่รกลอกตัวก่อนกำหนดมากกว่า (Placental abruption) เพราะเส้นเลือดในโรคความดันโลหิตสูงนี้มักตีบและหดรัดตัวมากกว่าปกติ รกจึงมักขาดเลือด

อาการของรกค้างเป็นอย่างไร?

อาการของรกค้างที่พบบ่อยได้แก่

1. หากรกไม่คลอดตั้งแต่หลังคลอดทารกเลยจะทำให้มดลูกหดรัดตัวไม่ดี ทำให้เลือดออกจากโพรงมดลูกมากที่เรียกว่า ตกเลือดหลังคลอด

2. ในกรณีที่รกส่วนใหญ่คลอดออกมาแล้วมีส่วนน้อยที่เหลือค้างในโพรงมดลูก จะทำให้เกิด อาการปวดท้องน้อยเนื่องจากมดลูกพยายามบีบตัวขับไล่สิ่งแปลกปลอม นอกจากนั้นเศษรกที่ค้างจะทำให้เกิดการอักเสบในโพรงมดลูก/โพรงมดลูกอักเสบ

3. มีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด

4. สิ่งคัดหลั่งจากช่องคลอด/น้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

หลังคลอดหากมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ถ้ายังอยู่ในโรงพยาบาลควรต้องรีบแจ้งแพทย์/พยาบาล แต่หากมีอาการเมื่อกลับมาอยู่บ้านแล้วควรต้องรีบกลับไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลไม่ต้องรอถึงวันนัด

แพทย์วินิจฉัยภาวะรกค้างอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยภาวะรกค้างได้จาก

ก. ประวัติทางการแพทย์: เช่น ผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ เป็นสตรีหลังคลอดหรือ หลังแท้งบุตร หากรกไม่คลอดทั้งอันหลังคลอดทารกไปแล้ว 30 นาทีสามารถให้การวินิจฉัยได้ง่าย มักมีอาการตกเลือดหลังคลอดร่วมด้วย หากมีเศษรกค้างอยู่เป็นบางส่วนจะมีน้ำคาวปลาสีแดงมีกลิ่นเหม็นไหลอยู่นานผิดปกติ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากคลอดไปแล้ว 2 - 3 สัปดาห์ มีอาการปวดท้องน้อย หรือสตรีหลังคลอดสังเกตว่ามดลูกไม่เข้าอู่/ยังคลำมดลูกได้จากการคลำทางหน้าท้อง

ข. การตรวจร่างกาย: ในกรณีที่เศษรกบางส่วนค้างในโพรงมดลูกมักทำให้เกิดการติดเชื้อในโพรงมดลูก (เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ) ผู้ป่วยอาจมีไข้ได้ มีกดเจ็บที่ท้องน้อย คลำได้ยอดมดลูกยังสูงอยู่/คลำมดลูกได้จากการคลำหน้าท้องแม้ว่าจะคลอดไปนานแล้ว โดยทั่วไปหลังคลอดประ มาณ 2 สัปดาห์มักคลำไม่พบมดลูกทางหน้าท้อง และการตรวจภายในพบเลือดไหลจากโพรงมดลูกอาจมีกลิ่นเหม็น

ค. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ในการตรวจเลือด CBC จะตรวจพบเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติบ่งบอกว่ามีการติดเชื้อ การทำอัลตราซาวด์ช่องท้องน้อยพบมีก้อน/เศษรกในโพรงมดลูก

รักษาภาวะรกค้างอย่างไร?

หลักการรักษาภาวะรกค้างคือ แพทย์ต้องเอารกที่ค้างออก ในกรณีที่หลังคลอดแล้วรกไม่คลอดทั้งอันภายในประมาณ 30 นาที แพทย์จะทำการรักษาด้วยการสวมถุงมือยางทางการแพทย์ แล้วยื่นมือเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อล้วงเอารกออกมาเพื่อลดโอกาสตกเลือดหลังคลอด

ในกรณีที่มีเศษรกบางส่วนค้างอยู่ในโพรงมดลูกบางส่วน สตรีหลังคลอดมักจะมีการอักเสบในโพรงมดลูกร่วมด้วย การรักษาจะเป็นการให้ยาปฎิชีวนะร่วมกับการขูดมดลูกเพื่อเอารกที่ค้างออก

ภาวะรกค้างเกิดซ้ำได้อีกหรือไม่?

ภาวะรกค้างสามารถเกิดซ้ำได้ เนื่องจากการขูดมดลูกจากที่มีรกค้างในครรภ์ก่อนทำให้เกิดแผลที่ผนังโพรงมดลูกได้ เยื่อบุโพรงมดลูกบริเวณนั้นจะบางหรือหายไปเลยเหลือเป็นชั้นกล้ามเนื้อมดลูก หากรกมาเกาะบริเวณนี้ยิ่งทำให้รกเกาะลึกและไม่ลอก เกิดเป็นรกค้างอีกได้

สามารถป้องกันภาวะรกค้างได้หรือไม่?

สามารถป้องกันภาวะรกค้างได้เป็นส่วนใหญ่จากการป้องกันปัจจัยเสี่ยง (ที่ป้องกันได้) ดังได้ กล่าวในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง เช่น หลีกเลี่ยงหัตถการหรือภาวะที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในโพรงมดลูก /เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบหรือการขูดมดลูก เป็นต้น

ผู้เคยมีรกค้างควรรอนานเท่าไรถึงจะตั้งครรภ์อีก?

การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปหลังเคยมีภาวะรกค้าง ไม่มีข้อกำหนดชัดเจนในการเว้นระยะระหว่างการคลอดที่มีรกค้างกับการตั้งครรภ์ใหม่ ดังนั้นจึงเป็นคำแนะนำตามปกติที่ควรมีลูกห่างกันประ มาณ 2 - 3 ปีเพื่อให้เวลาเลี้ยงดูบุตรแต่ละคนอย่างเต็มที่

ผู้เคยมีรกค้างควรดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีประวัติรกค้างคือ ไปฝากครรภ์ตามปกติเมื่อพบว่าเริ่มตั้งครรภ์ แต่ต้องบอกสูติแพทย์ด้วยว่าในครรภ์ที่แล้วหรือเคยมีมีปัญหาเรื่องรกค้างรวมถึงต้องล้วงรกหรือขูดมดลูก เพื่อแพทย์จะได้เตรียมตัวหรือวางแผนในการดูแลครรภ์นี้ขณะคลอด เพราะเหตุการณ์มักเกิดซ้ำและรุนแรงขึ้น แพทย์อาจมีความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติมในกรณีที่มีปัญหาเรื่องรกเกาะต่ำ(Placenta previa) ร่วมด้วยเช่น ตรวจท้องน้อยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเอมอาร์ไอ (Magnetic Resonance Imaging: MRI) เพื่อดูว่ารกเกาะลึกจนทะลุกล้ามเนื้อมดลูก (Placenta percreta) หรือไม่ เพราะหากมีภาวะนี้จะอันตรายมากทำให้เลือดออกมากจนอาจทำให้เสียชีวิตได้ การรักษาภาวะดังกล่าวจะเป็นการผ่าตัด/ผ่าท้องคลอดบุตรและอาจต้องตัดมดลูกโดยที่ไม่ล้วงรกออกมาเลย

ส่วนการดูแลตนเองหลังมีรกค้าง (หลังการล้วงรกหรือหลังการขูดมดลูก) แนะนำอ่านเพิ่ม เติมในเว็บ haamor.com ทั้งหมด 4 เรื่องคือเรื่อง ระยะหลังคลอด, เรื่อง การขูดมดลูก, เรื่อง เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ และเรื่อง น้ำคาวปลา) และ

เมื่อหลังคลอดหากมีอาการผิดปกติต่างๆเช่น มีไข้ ยังคงมีน้ำคาวปลาที่ไม่ค่อยๆน้อยลง และ/หรือไม่หมดภายใน 3 - 4 สัปดาห์หลังคลอด หรือมีกลิ่นเหม็น ควรรีบพบแพทย์/มาโรง พยาบาลโดยไม่ต้องรอถึงวันนัด

บรรณานุกรม

  1. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24417417 [2016,Feb6]
  2. http://www.uptodate.com [2016,Feb6]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน Sertthaphong padungchob19 a1v4d PPaapp Panupol
Frame Bottom