Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ยาหมายความว่าอย่างไร?

ยา ในที่นี้ คือ ยารักษาโรค (Pharmaceutical drug, drug, Medicines, Medication, หรือ Medicament) หมายถึง วัตถุ และ/หรือ สารเคมีที่ใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บของมนุษย์ และสัตว์ โดยต้องใช้ความรู้ทั้งทางวิทยาศาสตร์ และศิลปะมาผนวกในการ ผสม ปรุงแต่ง และแปรสภาพสาระสำคัญ และส่วนประกอบอื่นตามสูตรตำรับ

ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ได้พัฒนาไปอย่างมากมาย และได้มีการคิด ค้นผลิตภัณฑ์ยาที่นอกจากใช้รักษาโรคแล้ว ยังใช้ในการป้องกัน บำรุง และช่วยฟื้น ฟูร่างกายให้แข็งแรง และสามารถต้านทานโรคที่จะเข้ามาคุกคามร่างกายได้อีกด้วย เช่น วัคซีน เป็นต้น

ฉลากยาหมายความว่าอย่างไร?

ยารักษาโรค

ฉลากยา เป็นเอกสารระบุรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

  • ชื่อยา ทั้งชื่อการค้า และชื่อยาสามัญ พร้อมทั้งปริมาณตัวยาต่อหน่วย เช่น มิลลิกรัม/เม็ด มิลลิกรัม/ช้อนชา เป็นต้น
  • สรรพคุณที่ใช้รักษาโรค
  • ขนาดและวิธีใช้/ขนาดรับประทานของเด็ก ผู้ใหญ่
  • บริษัทผู้ผลิต พร้อมที่อยู่
  • ประเภทของยาว่าเป็นประเภทอะไร เช่น ยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ ยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 1, 2, 3 หรือ 4 หรือยาสามัญประจำบ้าน
  • เลขที่ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุ
  • เลขที่ทะเบียนยา ที่กระทรวงสาธารณสุขรับรองอนุญาต
 

เอกสารกำกับยาหมายความว่าอย่างไร?

เอกสารกำกับยา เป็นเอกสารระบุรายละเอียดต่างๆของยา โดยจะมีข้อมูลเกี่ยวกับยาในเชิงลึกมากกว่าฉลากยา ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ โดยทั่วไปเอกสารกำกับยาจะประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้

  • ชื่อยาที่เป็นชื่อการค้า โดยใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
  • สูตรยา ที่แจกแจงรายละเอียดของชื่อสามัญ (ชื่อจริงของยา) ของตัวยาสำคัญ โดยระบุน้ำหนักต่อหน่วย เช่น 500 มิลลิกรัม/เม็ด 125 มิลลิกรัม/ช้อนชา
  • ลักษณะยา โดยบ่งบอกเป็นยาน้ำ ยาเม็ด ยาแคปซูล ยาฉีด ยาผง ยาครีม ยาขี้ผึ้ง ฯลฯ และบ่งบอกสี กลิ่น รส เคลือบฟิล์ม เคลือบน้ำตาล ซึ่งเป็นลักษณะประจำ ตัวของยานั้นๆ
  • คุณสมบัติในการรักษาโรค โดยระบุรายละเอียด และกลไกของยาที่ออกฤทธิ์ในการรักษาโรค มักใช้คำศัพท์วิชาการมาบรรยายเนื้อหา จึงเป็นการยากที่จะทำความเข้าใจ
  • ขนาดวิธีใช้ วิธีรับประทาน ตาน้ำหนัก อายุ ลักษณะความเจ็บป่วย โดยจะมีระยะเวลาของการใช้ยากำกับมาด้วย
  • ข้อห้ามใช้ เป็นการระบุการห้ามใช้ยากับผู้ที่แพ้ยาหรือผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังบางอย่าง ซึ่งเมื่อใช้ยานั้นๆ อาจทำให้เกิดอันตรายได้
  • คำเตือนและข้อควรระวัง เป็นการระบุและเฝ้าระวังก่อนใช้ยา โดยมักระบุถึงความน่าจะเป็น หรืออาจเกิดโทษต่อระบบต่างๆของร่างกาย เช่น ต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด ต่อทารกในครรภ์ ต่อเด็กที่ต้องดื่มนมแม่ ฯลฯ หากผู้บริโภคทำความเข้าใจ ก็จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้การใช้ยามีความปลอดภัยมากขึ้น
  • ผลข้างเคียงของการใช้ยา ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังการใช้ยานั้นๆ โดยแสดงอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆต่อร่างกาย ผลข้างเคียงของยาอาจจะเกิด หรือไม่เกิดกับใครคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายของแต่ละคนไป อีกทั้งยังขึ้นกับระดับ หรือปริมาณยาที่ได้รับเข้าไปด้ว
  • ปฏิกิริยากับยาอื่นๆ ในขณะที่ผู้ป่วยได้รับยามากกว่า 1 ชนิดขึ้นไป ยาแต่ละชนิดอาจทำปฏิกิริยากันจนส่งผลเสียต่อร่างกาย หรือหมดคุณสมบัติของการรักษาโรค ในข้อนี้เอกสารกำกับยาจะระบุชื่อยาที่มีปฏิกิริยาซึ่งกันและกัน และกล่าวถึงผล ลัพธ์ที่จะติดตามมา
  • การใช้ยาในสตรีมีครรภ์ หรือสตรีที่อยู่ในสภาวะให้นมบุตร โดยจะกล่าวถึงข้อห้ามใช้ การกระจายตัวของยาจากแม่สู่ทารก ดังนั้น จึงเป็นข้อตระหนักของประชาชนโดยทั่วไปว่า ไม่สมควรซื้อยารับประทานเองในขณะที่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในภาวะให้นมบุตร ด้วยยาหลายชนิดมีอันตรายต่อเด็กและต่อมารดาที่ตั้งครรภ์
  • คุณสมบัติทางเภสัชวิทยา โดยระบุกลไก หรือวิธีการที่ยาออกฤทธิ์ต่อร่าง กาย รวมไปถึงการดูดซึม และการกระจายตัวของยาไปยังอวัยวะส่วนต่างๆจนกระทั่งการขับยาออกจากร่างกาย
  • วิธีเก็บรักษา ด้วยเหตุผลในการคงคุณภาพของยา และรักษาอายุของยาได้ตามกำหนด โดยระบุถึงเงื่อนไขที่ใช้ในการเก็บยา เช่น เก็บให้พ้นแสง เก็บให้พ้นมือเด็ก เก็บในที่อุณหภูมิไม่เกินกี่องศา เก็บในที่แห้ง อยู่ในภาชนะที่ปิดสนิทมิดชิดไม่สัมผัสกับอากาศภายนอก
  • ขนาดบรรจุ จะระบุปริมาณบรรจุยาต่อภาชนะที่ใช้บรรจุ เช่น บรรจุ 1,000 เม็ด/ขวด บรรจุ 180 ซีซี/ขวด
  • บริษัทผู้ผลิตพร้อมที่อยู่

อนึ่งรายละเอียดของเอกสารกำกับยาของแต่ละบริษัทอาจมีข้อมูลมากกว่าหรือน้อยกว่าหัวข้อข้างต้น หากผู้บริโภคสามารถอ่านและศึกษาทำความเข้าใจก็จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ได้ดียิ่งขึ้น และเมื่อมีข้อสงสัยในเรื่องของยา ควรปรึกษา แพทย์ พยาบาล และ/หรือ เภสัชกร เพิ่มเติมเสมอ

ยามีกี่ประเภท (Classification of medicines)?

หากแบ่งยาแผนปัจจุบันตามหลักของกฎหมายโดยสำนักคณะกรรมการอาหารและยา สามารถจำแนกยาเป็นหมวดได้ดังนี้

  • ยาสามัญประจำบ้าน   เป็นยาที่ใช้รักษาอาการของโรคที่ไม่ค่อยร้ายแรงหรือซับซ้อนมากนัก และสามารถซื้อได้ง่ายมีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป ยกตัว อย่างเช่น ยาเม็ดลดกรดอะลูมินา-แมกนีเซีย ทิงเจอร์มหาหิงคุ์ ยาแก้ท้องเสียผงน้ำ ตาเกลือแร่ ยาธาตุน้ำแดง ยาระบายกลีเซอรีนชนิดเหน็บทวารสำหรับเด็ก ยาระบายแมกนีเซีย ยาถ่ายพยาธิตัวกลมมีเบนดาโซล เป็นต้น
  • ยาอันตราย   จัดเป็นยาที่มีจำหน่ายในร้านขายยาแผนปัจจุบันมากที่สุด โดยมีการระบุคำว่า “ยาอันตราย” ลงบนฉลากยาและพิมพ์ด้วยสีแดง ประโยชน์ยาหมวดนี้ใช้รักษาอาการโรคต่างๆมากมาย อาทิเช่น โรคของระบบทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อ โรคของระบบการขับถ่าย โรคทางเดินอาหาร โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน และโรคอื่นๆอีกมากมาย นอกจากจะมีฤทธิ์ในการรักษาแล้ว มักมีผลอันไม่พึงประสงค์ หรืออาการข้างเคียงติดตามมาด้วย บางคนอาจมีอาการแพ้ยาจนไม่สามารถใช้ยาตัวที่แพ้ได้อีก นอกจากเงื่อนไขในการใช้ยารักษาโรคแล้ว ยังต้องอาศัยการวินิจฉัยโรคจากแพทย์จึงจะสั่งจ่ายยาในหมวดนี้ได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นประชาชนทั่วไปจึงไม่ควรซื้อยาหมวดนี้มารับประทานเอง
  • ยาควบคุมพิเศษ   เป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ด้วยเหตุผล การรักษาโรคอย่างเจาะจง และระยะเวลาของการใช้ยาต้องเหมาะสม การใช้ยาผิด พลาดอาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้อย่างร้ายแรง
  • ยาเสพติดให้โทษ   สำนักคณะกรรมการอาหารและยา แบ่งยาเสพติดออก เป็น 5 ประเภท (http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/narcotics/other.htm) ตามความรุน แรงของการออกฤทธิ์ และตามกฏหมายลงโทษ ด้วยการใช้ยากลุ่มนี้ทำให้เกิดการเสพติด จึงถือเป็นข้อจำกัดในการใช้ยา ยาเสพติดให้โทษไม่มีจำหน่ายในร้านขายยา สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตต้องสั่งซื้อจาก กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักคณะ กรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข เท่านั้น การซื้อต้องมีเหตุผลและข้อมูลสถิติการใช้ยาแต่ละเดือนเป็นองค์ประกอบ และจำกัดปริมาณการซื้อแต่ละครั้ง แพทย์เท่านั้นสามารถสั่งจ่ายยาเสพติดให้โทษโดยมีการควบคุมขนาด และระยะ เวลาในการใช้อย่างใกล้ชิด
  • วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท   เป็นสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้น หรือกดประสาท แบ่งออกเป็น ประเภทที่ 4 ประเภท (http://www.dmsc.moph.go.th/webroot/narcotics/other.htm) ตามความรุนแรงของยา และตามความจำเป็นในการต้องนำยานั้นๆมาใช้ทางการแพทย์ การสั่งซื้อต้องผ่านสำนักคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมวัตถุเสพติด เช่นเดียวกับยาเสพติดให้โทษ ยาลดน้ำหนักบางกลุ่ม ยานอนหลับ ยาคลายกังวลบางกลุ่มจัดอยู่ในวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แพทย์เท่านั้น สามารถสั่งจ่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทโดยมีการควบคุมขนาดและระยะเวลาในการใช้อย่างใกล้ชิด

อนึ่ง คณะกรรมการอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกายังแบ่งระดับความปลอดภัยของการใช้ยาในหญิงมีครรภ์ออกเป็น 5 หมวด หรือ Category ดังนี้

  • Category A   เป็นยาที่ศึกษาการใช้ในหญิงมีครรภ์ที่มีอายุครรภ์ช่วง 3 เดือน แรก พบว่าไม่มีความเสี่ยงหรือก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารก และยังไม่มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยงหรืออันตราย ที่เกิดกับทารกในช่วงเดือนถัดมา (ไตรมาสที่ 2 และที่3 ของการตั้งครรภ์) จึงถือว่าเป็นกลุ่มยาที่ค่อนข้างปลอดภัย สามารถใช้ในหญิงมีครรภ์ได้
  • Category B   เป็นยาที่มีการศึกษากับตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์ของสัตว์ทดลอง พบว่า ไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติ หรือเกิดความเสี่ยงกับตัวอ่อนในครรภ์ของสัตว์ทดลอง แต่ไม่มีการศึกษาการใช้ยากับมนุษย์ และยังไม่มีการยืนยันรับรองความผิดปกติของทารกในครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรก
  • Category C   เป็นยากลุ่มที่มีการศึกษากับตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์ของสัตว์ ทดลอง พบว่า ก่อให้เกิดการผิดรูปร่าง และเป็นอันตรายกับตัวอ่อน และยังไม่มีการศึกษาหรือทดลองใช้กับหญิงมีครรภ์ จึงไม่สมควรใช้กับหญิงมีครรภ์ เว้นแต่ดุลยพินิจของแพทย์ว่า หากจำ เป็นต้องใช้กับหญิงมีครรภ์ และก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษที่จะได้รับ
  • Category D   เป็นยาที่พบหลักฐานว่าก่อให้เกิดอันตรายหรือความผิดปกติ ต่อทารกในครรภ์ ไม่สมควรใช้กับหญิงมีครรภ์ เว้นแต่ว่าจำ เป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษาชีวิตมารดาและไม่สามารถใช้ยาตัวอื่นที่มีความปลอดภัยกว่า มาทำการรักษาได้
  • Category X   เป็นยาที่มีการศึกษากับตัวอ่อนในครรภ์ของสัตว์ทดลองหรือศึกษาในหญิงมีครรภ์ พบว่าก่อให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ จัดเป็นกลุ่มยาที่ห้ามใช้กับหญิงมีครรภ์โดยเด็ดขาด
 

ทำไมต้องทำยาหลายรูปแบบ? แต่ละรูปแบบจำหน่ายต่างกันอย่างไร?

เทคโนโลยีในการผลิตยาแผนปัจจุบันจะพัฒนารูปแบบของยาให้เหมาะสมกับผู้บริโภค โดยทำให้มีทางเลือกในการใช้ยามากขึ้น รูปแบบจำหน่ายของยาแต่ละตำรับอาจจำแนกตามวัตถุประสงค์การใช้ยาได้ดังนี้่

  • ตามลักษณะการใช้ เช่น ยาที่ใช้รับประทาน ยาทาภายนอก ยาหยอดตา ยาหยอดจมูก ยาหยอดหู ยาฉีด (ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เข้าหลอดเลือด) ยาพ่นเพื่อสูดดม ยาสวนทวาร การมีช่องทางการใช้ได้มากย่อมเอื้อประโยชน์และมีประสิทธิผลในการรักษาได้รวดเร็วและทันเวลามากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การรักษาการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเป็นกรณีเร่งด่วน การใช้ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานอาจจะไม่ทันเวลา ต้องใช้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดเพื่อให้ยาเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วและออกฤทธิ์ต่อต้านแบคที เรียได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ตาน้ำหนัก อายุ โดยทั่วไปขนาดของยา 1 ชนิด มักถูกจ่ายโดยใช้เกณฑ์ ของน้ำหนักและอายุมาเป็นตัวพิจารณาในการคำนวณ ซึ่งจะระบุในเอกสารกำกับยา และฉลากยาเป็นสำคัญ ตัวอย่าง การใช้ยากับเด็กเล็กซึ่งยังไม่สามารถกลืนยาเม็ด ยาแคปซูลได้ดีเท่าผู้ใหญ่ ก็ต้องใช้เป็นลักษณะยาน้ำเชื่อม ยาน้ำแขวนตะกอน หรือยาผงละลายน้ำ เป็นต้น
  • ตามเพศ หรือตามสรีระของร่างกาย เช่นยาเหน็บฆ่าเชื้อราในอวัยวะเพศหญิง ถูกออกแบบมาให้ปลดปล่อยตัวยาในบริเวณจุดซ่อนเร้นโดยตรง หรือยาแก้หอบหืด ที่พ่นเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจโดยตรงย่อมออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าชนิดรับประทานและสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันเวลา
  • ตามลักษณะการเจ็บป่วย ในขณะที่ผู้ป่วยนอนหลับหรือหมดสติ การให้ยาโดยการฉีดเข้าร่างกาย อาจจะเป็นวิธีที่เหมาะสมและสะดวกกว่าการกินยาทั้งนี้ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
 

ชื่อสามัญของยา ต่างกับ ชื่อการค้าอย่างไร?

ชื่อสามัญของยา (Generic name) คือ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่มีที่มาจากตัวยาหลักของยาชนิดนั้นๆ ดังนั้นยาชนิดเดียวกันแต่ผลิตจำหน่ายจากหลายๆบริษัทโดยมีชื่อทางการค้าต่างกัน จะมีชื่อสามัญตัวเดียวกันเสมอ และถือเป็นชื่อสากลโดยเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก

ชื่อทางการค้า (Trade name) ถูกตั้งขึ้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจและการค้า ยาที่มีชื่อสามัญเดียวกันมักจะถูกผลิตจากบริษัทยาหลายแห่ง ดังนั้นแต่ละบริษัทจึงต้องตั้งชื่อทางการค้าขึ้นมาเพื่อให้เห็นความแตกต่างในด้านรูปลักษณ์ ตลอดจนกระทั่งราคาซื้อขาย และง่ายต่อการจดจำ แต่สรรพคุณในการรักษาจะเช่นเดียวกับยาที่มีชื่อยาสามัญชนิดเดียวกัน

ทำไมยาบางอย่างกินก่อนอาหาร บางอย่างกินหลังอาหาร?

การกินยาให้ได้ประสิทธิผลในการรักษา ต้องอาศัยความเข้าใจในธรรมชาติของยาชนิดนั้นๆ ยากินหลายชนิดต้องกินก่อนอาหาร ½ - 1 ชั่วโมง ด้วยธรรมชาติของยานั้นอาจจะถูกรบกวนการดูดซึมหากมีอาหารอยู่ด้วย หรือยาบางกลุ่มจะถูกทำลายด้วยน้ำย่อยและกรดหากกินพร้อมอาหาร จึงต้องกินก่อนอาหาร ส่วนยาหลังอาหาร หรือยาที่ต้องกินพร้อมอาหาร ย่อมมีเหตุผลเช่นเดียวกัน ยาหลายกลุ่มหากกินในขณะที่ท้องว่าง อาจเกิดอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร-ลำไส้ ด้วยยาชนิดนั้นๆมีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งกรด และน้ำย่อยให้ออกมามาก จึงจำเป็นต้องกินพร้อมอาหาร ยังมีเหตุผลอื่นๆอีก อาทิเช่น ยาบางกลุ่มต้องละลายตัวเองกับไขมันในอาหารก่อน ถึงจะสามารถดูดซึมได้ จึงต้องกินพร้อมอาหารทันที หรือกินหลังอาหาร เช่น ยากลุ่มวิตามิน เอ ดี อี เค เป็นต้น

ทำไมไม่ควรซื้อยากินเอง?

ยาหลายชนิดจัดเป็นยาอันตราย หากได้รับในปริมาณมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย หรือก่อให้เกิดพิษกับอวัยวะต่างๆ หากได้รับยาน้อยเกินไป หรือได้รับยาชนิดที่ไม่ตรงกับโรคก็ไม่สามารถรักษาโรคได้ กล่าวคือ อาการของโรคไม่ดีขึ้นแต่กลับลุกลาม การรักษายุ่งยากกว่าเดิม นอกจากนี้ การซื้อยากินเองอาจได้รับผลเสียและมีข้อจำกัดมากมายโดยมีหัวข้อที่ต้องใส่ใจ ดังนี้

  • ผลข้างเคียงของการใช้ยา (Side effect) หรือ ผลอันไม่พึงประสงค์ (Adverse reaction หรือ AR) เป็นอาการของร่างกายที่ตอบสนองกับยาแต่ไม่ใช่ผลในการรักษา มักส่งผลให้ร่างกายเสียสมดุลและรู้สึกไม่ปกติ เช่น มีอาการคลื่นไส้-อาเจียน เวียนศีรษะ แสบกระเพาะอาหาร ท้องผูก ท้องเสีย หลังจากการใช้ยาเป็นต้น
  • คำเตือนและข้อควรระวัง หรือ Special precaution (SP) จัดเป็นข้อควรระวังเป็นพิเศษที่เตือนก่อนการใช้ยา เช่น ระวังใช้ยากับผู้ป่วยที่เป็นโรคตับ-โรคไต การใช้ยากับผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหาร ขณะใช้ยานี้ต้องเฝ้าระวังการทำงานของตับ-ไต ระวังการเกิดภาวะหอบหืด ระวังการเกิดภาวะตกเลือด ฯลฯ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกระบุในเอกสารกำกับยา
  • ปฏิกิริยาระหว่างยา หรือ Drug interaction (DI) เป็นปฏิกิริยาระหว่างยา 2 ชนิด ขึ้นไปเมื่อใช้ร่วมกันอาจส่งผลดีหรือผลเสียต่อผู้ที่ได้รับยานั้นๆ จึงจัดเป็นข้อพึงระวังของการใช้ยา ที่จะต้องสอบประวัติการใช้ยาอย่างละเอียด และถือเป็นข้อมูลสำคัญในการลดความคลาดเคลื่อนของการรักษาในการใช้ยานั้นๆ
  • การดื้อยา หรือ Drug Resistment เป็นสภาวะที่ร่างกายไม่ตอบสนองจากการใช้ยา หรือ หมายถึงการใช้ยาในครั้งถัดมาไม่ได้ผล อาจมีหลายสาเหตุ เช่น การกินยาปฏิชีวนะไม่ครบตามมาตรฐานการรักษา ทำให้เชื้อโรคสามารถต้านทานฤทธิ์ของยาปฏิชีวนะนั้น หรือ เชื้อดื้อยา
  • ข้อห้ามใช้ หรือ Contraindication (CI) เป็นข้อจำกัดการใช้ยากับผู้ป่วยบางกลุ่ม เพราะอาจส่งผลเสียกับร่างกายอย่างมาก ยกตัวอย่างข้อความที่พบเห็นได้บ่อย เช่น ห้ามใช้ยากับผู้ที่แพ้ยานี้ และห้ามใช้ยาในหญิงมีครรภ์
 

มียาอะไรบ้างซื้อกินเองได้ หรือซื้อใช้เองได้?

กลุ่มยาที่ประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อรับประทานเองได้ เป็นกลุ่มยาสามัญประจำบ้าน (รายการยาสามัญประจำบ้าน http://pharmanet.co.th/articles.php?action=1&article_no=71) ที่เหมาะกับการรักษาโรคซึ่งมีอาการไม่รุนแรงมากนัก เช่น ท้องอืดเฟ้อ ท้องเสียชนิดไม่รุนแรง สภาวะท้องผูก ฯลฯ โดยยาเหล่านี้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นชนิดยาสามัญประจำบ้าน และถือว่ามีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตามการบริโภคยาสามัญประจำบ้านแบบผิดผิด ย่อมก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้มาก กล่าวคือ กินผิดขนาด ผิดเวลา ผิดสรรพคุณ ย่อมไม่ส่งผลดีต่อการรักษาและอาจเกิดโทษตามมาได้มาก ดังนั้นการซื้อยากินเองต้องศึกษารายละเอียดของยานั้นๆให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ควรปรึกษาแพทย์ พยาบาล และ/หรือ เภสัชกร เพื่อให้การกินยาเกิดประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย

รู้ได้อย่างไรว่าแพ้ยา เมื่อแพ้ยาควรทำอย่างไร?

การแพ้ยา เป็นการตอบสนองที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเมื่อได้รับยาชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม่ว่าจะได้รับยาด้วยวิธีต่างๆ เช่น การกิน การฉีด หรือการทา อาจจะเกิดอาการผิดปกติขึ้นได้ โดยระดับความรุนแรงของอาการ มีได้ตั้งแต่ในระดับน้อยๆ ไปจนถึงขั้นอันตรายถึงแก่ชีวิต กรณีแพ้ยาแบบน้อยๆ ไม่รุนแรงมากอาการจะหายไปเองภายใน 1–2 วัน แต่ถ้าอาการแพ้มาก หรือ รุนแรง ควรต้องส่งคนไข้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน

การแพ้ยา แสดงออกได้หลายอาการ ที่พบบ่อย ได้แก่

 

มีหลักในการใช้ยาให้ปลอดภัยอย่างไร?

การใช้ยา มีทั้งประโยชน์ และโทษ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด เมื่อกินยา หรือใช้ยา ควรต้องสังเกตตนเองเสมอ พร้อมกับปฏิบัติตามข้อปฏิบัติพื้น ฐานในการใช้ยาทุกชนิด หากมีอาการผิดปกติต่างๆ ควรหยุดกินยาแล้วรีบปรึกษาแพทย์ พยาบาล หรือ เภสัชกร นอกจากนั้น คือ ต้องจำให้ได้ว่าแพ้ยาอะไร และต้องแจ้ง แพทย์ พยาบาล เภสัชกรถึงการแพ้ยาเสมอ และต้องไม่กินยาหรือใช้ยาชนิดนั้นๆอีก

บรรณานุกรม

  1. MIMS Pharmacy THAILAND 110th Edition 2008
  2. สำเนาประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน
  3. http://www.thaifda.com/narcotic/ [2013,July19].
  4. http://www.mims.com [2013,July19].
Updated 2013, July 19

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 7 คน sirikul wasana.bamroongket fahsai.tnw mameaw.sirinapa.9 joney.monoko naphatcha.sereesuk uncanny.mind
Frame Bottom