Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ทั้งตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

โรคมะเร็ง 

บทนำ

ยามิลเทโฟซีน (Miltefosine) จัดเป็นสารอนุพันธุ์ประเภท Alkylphosphocholine (สารสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติฆ่าเซลล์ได้) ถูกพัฒนาและค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ.2523) และนำไปใช้เป็นยารักษามะเร็งบางประเภทเช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองของผิวหนัง (Mycosis Fungoides) และมะเร็งเต้านม (Breast cancer) ต่อมาพบว่า ยามิลเทโฟซีนสามารถฆ่าเชื้อโปรโตซัว (Protozoa/สัตว์เซลล์เดียว) ที่เป็นสาเหตุของโรคลิชมาเนีย (Leishmaniasis, โรคพบยากในบ้านเราเป็นโรคติดต่อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยมีตัวริ้นฝอยทรายเป็นพาหะโรค) โดยมีการทดลองใช้ยานี้กับผู้ป่วยในบางประเทศเช่น บราซิล กัวเตมาลา และสหรัฐอเมริกา พบว่าการตอบสนองของโรคกับยานี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยานี้จะเป็นยารับประทานและยาทาภายนอก/ยาใช้ภายนอก การดูดซึมของยานี้เข้าสู่ร่างกายมีปริมาณสูง แต่ผู้ป่วยต้องใช้เวลาหลายวันในการกำจัดตัวยาออกจากร่างกาย

องค์การอนามัยโลกได้บรรจุให้ยานี้เป็นยาจำเป็นที่ใช้รักษาโรคลิชมาเนียในปี ค.ศ. 2011 (พ.ศ. 2554) ด้วยความจำเพาะเจาะจงต่อโรค เราจึงไม่ค่อยพบเห็นการใช้ยาชนิดรับประทานมากนัก ส่วนรูปแบบสารละลายที่ใช้ทารักษาโรคมะเร็งสามารถพบในสถานพยาบาลที่ทำการรักษาโรคมะเร็งดังที่กล่าวมาแล้ว

มิลเทโฟซีนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

มิลเทโฟซีน

ยามิลเทโฟซีนมีสรรพคุณดังนี้

มิลเทโฟซีนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยามิลเทโฟซีนคือ ตัวยาจะทำให้ผนังเซลล์ (Cell membrane) แตกออกและหมดสภาพในการทำหน้าที่ ส่งผลให้เซลล์ตายลง จากกลไกนี้จึงส่งผลให้มีฤทธิ์รักษาตามสรรพคุณ

มิลเทโฟซีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยามิลเทโฟซีนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้เช่น

  • ยาแคปซูลชนิดรับประทาน ขนาด 10 และ 50 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • ยาเตรียมชนิดสารละลายเข้มข้น 6% เพื่อใช้ทาภายนอก

มิลเทโฟซีนมีขนาดใช้ยาอย่างไร?

ยามิลเทโฟซีนมีขนาดใช้ยาดังนี้เช่น

ก. สำหรับรักษาโรคลิชมาเนียชนิดเกิดกับอวัยวะภายใน (Visceral Leishmaniasis):

  • ผู้ใหญ่ที่น้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป: รับประทานครั้งละ 50 มิลลิกรัมวันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 28 วัน
  • ผู้ใหญ่ที่น้ำหนักน้อยกว่า 45 กิโลกรัม: รับประทานครั้งละ 50 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 28 วัน
  • เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปและมีน้ำหนักระหว่าง 30 - 44 กิโลกรัม: รับประทานครั้งละ 50 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 28 วัน
  • เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปและมีน้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป: รับประทานครั้งละ 50 มิลลิกรัมวันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 28 วัน
  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี: ยังไม่มีข้อมูลการใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มนี้ที่ชัดเจน ดังนั้นการใช้ยานี้ในเด็กกลุ่มนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา

อนึ่ง ควรรับประทานยาพร้อมหรือหลังอาหารเพื่อลดอาการข้างเคียงเช่น คลื่นไส้อาเจียน

ข. สำหรับรักษาโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองผิวหนัง ( Mycosis fungoides):

  • ผู้ใหญ่: ใช้ยาเตรียมขนาดความเข้มข้น 6% ที่เป็นสารละลายทา 1 - 2 ครั้ง/วัน
  • เด็ก: เนื่องจากมะเร็งทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวเป็นมะเร็งผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดในการใช้ยานี้ทาภายนอกในเด็ก การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยามิลเทโฟซีน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยา/ทายามิลเทโฟซีนสามารถรับประทานยา/ทายาเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยา/ทายาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

มิลเทโฟซีนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยามิลเทโฟซีนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ตามลักษณะของการใช้ยาดังนี้เช่น

ก. ประเภทยารับประทาน: เมื่อตรวจเลือดซีบีซี/CBC สามารถทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวสูง (Leukocytosis) เกล็ดเลือดสูง (Thrombocytosis), ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร - ลำไส้ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียหรือท้องผูก เป็นพิษกับตับกับไต

ข. ประเภทยาทาภายนอก: ในบริเวณที่ทายาอาจก่อให้เกิดอาการผื่นคัน บวมแดง อักเสบ ปวดแสบ รวมถึงอาจทำให้เกิดแผลซึ่งอาจมีภาวะเนื้อตายเกิดขึ้นตามมาด้วยได้

มีข้อควรระวังการใช้มิลเทโฟซีนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยามิลเทโฟซีนดังนี้เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
  • ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับผู้ป่วยที่ต้องได้รับการฉายรังสี/รังสีรักษา
  • ห้ามมิให้ผู้ป่วยปรับขนาดรับประทานยา/ปรับขนาดยาทาด้วยตนเอง
  • ระวังการใช้ยานี้กับเด็ก โดยผู้ป่วยเด็กต้องมีอายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไปและการใช้ยาจะต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น
  • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยด้วยโรคตับ โรคไต
  • ระหว่างการใช้ยานี้ชนิดรับประทาน แนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อลดภาวะขาดน้ำ และเป็นการป้องกันความเสียหาย/พิษยาที่จะเกิดกับไต
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช่ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยามิลเทโฟซีนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

มิลเทโฟซีนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

การใช้ยามิลเทโฟซีนร่วมกับยาเม็ดคุมกำเนิดจะเพิ่มอาการข้างเคียงเรื่องท้องเสียและอาเจียนรุนแรงมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน หรือหยุดการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด และเปลี่ยนวิธีการคุมกำเนิดโดยหันไปใช้ถุงยางอนามัยชายแทน

ควรเก็บรักษามิลเทโฟซีนอย่างไร?

ควรเก็บยามิลเทโฟซีนในอุณหภูมิห้องที่เย็น ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

มิลเทโฟซีนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยามิลเทโฟซีนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Impavido (อิมพาวิโด) Paladin Therapeutics
Miltex (มิลเท็ก) Asta Medica

บรรณานุกรม

1 http://en.wikipedia.org/wiki/Miltefosine [2015,March28]
2 http://www.mims.com/India/drug/info/miltefosine/?type=full&mtype=generic#Dosage [2015,March28]
3 http://www.drugs.com/food-interactions/miltefosine.html [2015,March28]
4 https://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/fda/fdaDrugXsl.cfm?setid=d6658aeb-7bc1-4eef-ad0d-0a873ddbecf5&type=display#section-14 [2015,March28]
5 http://www.medindia.net/doctors/drug_information/miltefosine.htm [2015,March28]
6 http://www.securingindustry.com/pharmaceuticals/discovery-of-miltefosine-fakes-highlights-need-for-simple-assays/s40/a1175/#.VPsrFXyUcgQ [2015,March28]
7 http://www.who.int/selection_medicines/committees/expert/18/applications/Miltefosine_application.pdf [2015,March28]
8 http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10183390 [2015,March28]
9 http://reference.medscape.com/drug/impavido-miltefosine-999893 [2015,March28]
10 http://www.epharmapedia.com/medicine/profile/251454?lang=en&tab=druginfo [2015,March28]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน humnoy12 samlong456
Frame Bottom