Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

โพรงหลังจมูก (Nasopharynx) เป็นโพรงที่อยู่ในส่วนสูงสุดของคอหอย โดยอยู่ด้านหลังของโพรง/รูจมูก จึงได้ชื่อว่าโพรงหลังจมูก เป็นโพรงอากาศที่เชื่อมต่อระหว่างโพรงจมูกกับช่องคอหอยหรือช่องคอ ทั้งนี้ส่วนที่มักเกิดเป็นโรคมะเร็งคือ เยื่อเมือกซึ่งเป็นเนื้อเยื่อบุโดยรอบโพรงนี้ ซึ่งเนื้อเยื่อส่วนนี้จะมีระบบน้ำเหลืองในปริมาณมาก ดังนั้นโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกจึงลุกลามเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองลำคอสูงมากตั้งแต่เมื่อก้อนมะเร็งยังมีขนาดเล็กมากในขนาดที่ยังไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก หรือเรียกย่อว่า เอ็นพีซี (Nasopharyngeal carcinoma, NPC) เป็นโรคมะเร็งพบบ่อยโรคหนึ่งของคนไทย ถึงแม้ไม่ติด 1 ใน 10 ของมะเร็งที่พบบ่อย เป็นมะเร็งที่ไม่ค่อยพบในคนตะวันตก แต่พบสูงสุดในคนจีนทางตอนใต้ของประเทศจีน และคนจีนไต้หวัน ซึ่งคนในประเทศจีนเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วโลกถึงประมาณ 25 เท่า โดยพบผู้ป่วยได้ถึงประมาณ 25 ราย (ทั้ง 2 เพศ) ต่อประชากรทั้งสองเพศ 100,000 คน ส่วนในประเทศไทย ช่วงปีพ.ศ. 2544-2546 พบผู้ป่วยหญิง 1.2 รายตอประชากรหญิง 100,000 คน และในผู้ชาย 3.1 ราย ต่อประชากรชาย 100,000 คน

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก เป็นโรคมะเร็งของผู้ใหญ่ มักพบในวัยกลางคนขึ้นไป (44-55 ปี) แต่พบในคนอายุน้อยกว่านี้ได้ รวมทั้งในเด็กโต พบในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิงประมาณ 2-3 เท่า

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกมีกี่ชนิด?

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกมีหลากหลายชนิด แต่ชนิดพบบ่อยที่สุด ประมาณ 90% เป็นชนิดเกิดจากเยื่อเมือกบุผนังของโพรงนี้ คือ ชนิด คาร์ซิโนมา (Carcinoma) ซึ่งเซลล์มะเร็งชนิดคาร์ซิโนมาเองยังแบ่งได้เป็นหลายชนิด แต่ชนิดพบบ่อยซึ่งรวมกันแล้วเป็นประมาณ 90%ของโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก คือ ชนิด สะความัส (Squamous cell carcinoma) และชนิด อัน ดิฟเฟเรนชิเอต (Undifferentiated carcinoma) ซึ่งมะเร็งทั้งสองชนิดนี้มีธรรมชาติของโรค อา การ การวินิจฉัย ระยะโรค การรักษาและความรุนแรงโรคเช่นเดียวกัน ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึง “โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก” จะหมายถึงโรคมะเร็งทั้งสองชนิดนี้ ซึ่งรวมทั้งในบทความนี้ด้วย

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

สาเหตุที่แน่นอนของการเกิดโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกยังไม่ทราบ แต่แพทย์เชื่อว่า น่าเกิดจากหลายๆสาเหตุร่วมกัน โดยพบมีปัจจัยเสี่ยง คือ

  • เชื้อชาติ เพราะพบโรคได้สูงในคนจีนตอนใต้ ไต้หวัน ในคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในคนพื้นเมืองในรัฐอะลาสกาของสหรัฐอเมริกา
  • พันธุกรรม เพราะพบโรคได้สูงในคนบางเชื้อชาติดังกล่าวแล้ว และยังพบโรคได้สูง ขึ้นในคนที่มีครอบครัวเป็นโรคนี้
  • อาจจากโพรงหลังจมูกติดเชื้อไวรัสชนิด อีบีวี (EBV, Ebstein-Barr virus)
  • อาจจากสิ่งแวดล้อม เช่น การได้รับควันบางชนิดต่อเนื่อง เพราะพบว่า คนจีนตอนใต้มักหุงหาอาหารในบ้าน
  • อาจจากการกินปลาเค็ม หรืออาหารหมักดองเป็นประจำ เช่น เต้าเจี้ยว ซึ่งเป็นอา หารประจำของคนจีนตอนใต้

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก อาการจะคล้ายคลึงกับโรคต่างๆทางระบบ หู คอ จมูก โดยอาการพบบ่อยของโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจโพรงหลังจมูก การคลำต่อมน้ำเหลืองลำคอ และอาจตรวจภาพโพรงหลังจมูกด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือเอมอาร์ไอ แต่ที่วินิจฉัยได้แน่นอนคือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อในโพรงหลังจมูกเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

ภายหลังเมื่อทราบว่าเป็นโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกแล้ว จะมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะโรค และสุขภาพผู้ป่วย ได้แก่ ตรวจเลือดซีบีซี (CBC) การตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือดดูค่าน้ำตาล (โรคเบาหวาน) ดูการทำงานของ ตับ ไต และค่าเกลือแร่ ตรวจภาพโพรงหลังจมูก และลำคอด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือเอมอาร์ไอดูการลุกลามของโรคเมื่อยังไม่ได้ตรวจในช่วงวินิจฉัยโรค ตรวจเอกซเรย์ปอด ดูโรคของปอดและหัวใจและดูการแพร่กระจายของโรคสู่ปอด อาจมีการตรวจภาพตับด้วยอัลตราซาวด์ และการตรวจภาพกระดูกทั้งตัวที่เรียกว่า การสแกนกระดูก (Bone scan) ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของโรค อาการผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกมี 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆ และแต่ละระยะยังอาจแบ่งย่อยได้อีก ทั้งนี้เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยเป็นแนวทางในการรักษาและในการศึกษา ซึ่งทั้ง 4 ระยะหลัก คือ

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกรักษาอย่างไร?

แนวทางการรักษาหลักของโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก คือ รังสีรักษา ซึ่งในโรคระยะที่ 1 อาจเป็นการให้รังสีรักษาเพียงวิธีการเดียว (มีได้ทั้งการฉายรังสี และอาจร่วมกับการใส่แร่) แต่เมื่อโรคลุกลามออกนอกโพรงหลังจมูกแล้ว ไม่ว่าโรคจะอยู่ในระยะใด การรักษาคือ รังสีรักษา ร่วมกับยาเคมีบำบัด ส่วนยารักษาตรงเป้า ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา และยายังมีราคาแพงมหาศาลเกินกว่าผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึงยาได้

อนึ่ง ก่อนการให้รังสีรักษา ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลช่องปากและฟันจากทันตแพทย์ก่อน และถ้ามีฟันผุ ทันตแพทย์จะถอนฟันซี่นั้น และต้องรอให้แผลถอนฟันหายก่อนจึงจะเริ่มให้รังสีรักษาได้ ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสถอนฟันจากฟันผุระหว่างการรักษาทางรังสีรักษาและภายหลังครบการรักษาทางรังสีรักษาแล้ว เพราะกรณีเช่นนี้ แผลถอนฟันมักหายได้ยาก มักก่อการอักเสบเรื้อรังของช่องปากและกระดูกกรามได้สูง ส่งผลถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อจนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกอย่างไร?

ผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกขึ้นกับวิธีรักษา โดยผลข้างเคียงจะสูงขึ้นเมื่อ

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งโพรงหลังจมูกเป็นโรคมะเร็งที่รุนแรงปานกลาง ทั้งนี้โอกาสรักษาได้หายขึ้นกับ ระยะโรค การดื้อต่อรังสีรักษาและ/หรือ ต่อยาเคมีบำบัด ของเซลล์มะเร็ง อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย

โดยทั่วไปอัตราอยู่รอดที่ 5 ปีภายหลังการรักษาครบแล้ว

ในโรคระยะที่ 1 ประมาณ 70-80%

ระยะที่ 2 ประมาณ 60-70%

ระยะที่ 3 ประมาณ 40-60%

ระยะที่ 4 ชนิดโรคยังไม่แพร่กระจาย ประมาณ 0-40%

ระยะที่ 4 ชนิดมีโรคแพร่กระจายแล้ว ประมาณ 0-5%

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นการดูแลตนเองที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาโรคแต่เนิ่นๆ

ป้องกันโรคมะเร็งโพรงหลังจมูกอย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก แต่การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ ที่หลีกเลี่ยงได้ อาจช่วยลดโอกาสเกิดโรคลงได้บ้าง

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งซึ่งรวมทั้งโรคมะเร็งโพรงหลังจมูก ให้อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง และการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

บรรณานุกรม

  1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  2. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer.
  3. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers.
  4. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute.
  5. Nasopharyngeal carcinoma http://en.wikipedia.org/wiki/Nasopharyngeal_carcinoma
  6. Nasopharynx http://en.wikipedia.org/wiki/Nasopharynx [2012,Oct 23].
  7. Perez,C., Brady, L., Halperin, E., and Schmidt-Ullrich, R. (2004). Principles and practice of radiation oncology. (4th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul Cake10 OshiMayu
Frame Bottom