Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

รังไข่  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนในท้องน้อย 

บทนำ

รังไข่ (Ovary) เป็นอวัยวะคู่มีทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เป็นอวัยวะอยู่ในช่องท้องน้อย (อุ้งเชิงกราน) และอยู่ในระบบสืบพันธุ์เฉพาะของผู้หญิง มีหน้าที่สร้างไข่เพื่อการผสมพันธุ์และสร้างฮอร์โมนเพศหญิง โดยปกติรังไข่แต่ละข้างในวัยเจริญพันธุ์ (วัยมีประจำเดือน) มีขนาดประ มาณ 1.5 x 2.5 x 4 เซนติเมตร และมีน้ำหนักข้างละประมาณ 4 - 5 กรัม

รังไข่สามารถเกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสองข้าง โดยพบเกิดกับข้างซ้ายและข้างขวาใกล้เคียงกัน ซึ่งพบพร้อมกันทั้งสองข้างได้ประมาณ 25%

โรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer) เป็นมะเร็งพบบ่อยทั่วโลกรวมทั้งในผู้หญิงไทย (เป็น 1 ใน 10 โรคมะเร็งพบบ่อย) โดยทั่วไปพบได้ทั้งในเด็กโตและในผู้ใหญ่ แต่พบได้สูงขึ้นในช่วงอายุตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป ใน พ.ศ. 2557 ในสหรัฐอเมริกาพบโรคนี้ได้ประมาณ 1.3 - 1.4%ของผู้หญิงอเมริกัน ในประเทศที่พัฒนาแล้วพบได้ประมาณ 9.4 รายต่อประชากรหญิง 1 แสนคน และในประเทศที่กำลังพัฒนาพบได้ประมาณ 5 รายต่อประชากรหญิง 1 แสนคน

ประเทศไทยช่วง พ.ศ. 2544 - 2546 รายงานจากทะเบียนมะเร็งแห่งชาติ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบโรคนี้ได้ 5.1 รายต่อประชากรหญิง 1 แสนคน

โรคมะเร็งรังไข่มีกี่ชนิด?

มะเร็งรังไข่

โรคมะเร็งรังไข่มีหลายชนิด แต่แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ

ก. กลุ่มเกิดจากเซลล์ตัวอ่อน ที่เรียกว่า เจิมเซลล์ (Germ cell) มะเร็งกลุ่มนี้พบได้น้อย และมักพบในเด็กและในหญิงอายุน้อย เรียกมะเร็งกลุ่มนี้ว่า เนื้องอกเจิมเซลล์หรือมะเร็งเจิมเซลล์ (Germ cell tumor) ซึ่งพบมะเร็งรังไข่กลุ่มนี้ได้ประมาณ 5% ของมะเร็งรังไข่ทั้งหมด ตัวอย่างชนิดมะเร็งในกลุ่มนี้เช่น Dysgerminoma, Embryonal cell carcinoma, Teratocarci noma

ข. กลุ่มเกิดจากเซลล์เยื่อบุผิว (Epithelium)อาจเป็นเยื่อบุผิวของท่อนำไข่ หรือของเยื่อบุมดลูก หรือของเยื่อบุผิวของรังไข ซึ่งเป็นมะเร็งกลุ่มพบได้บ่อยที่สุด (ประมาณ 90%) และเป็นชนิดเกิดในผู้ใหญ่ โดยพบได้สูงตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งทั่วไปเมื่อพูดถึงโรคมะเร็งรังไข่มักหมายถึงโรคมะเร็งรังไข่ชนิดเกิดจากเยื่อบุผิวนี้เช่น ชนิด Papillary serous cystadeno carcinoma (พบได้บ่อยที่สุด) ที่พบได้รองๆลงไปเช่น Borderline adenocarcinoma, Adeno carcinoma, Mucinous cystadenacarcinoma เป็นต้น

นอกจากนี้ มะเร็งรังไข่ในกลุ่มเยื่อบุผิวนี้ยังแบ่งได้เป็นอีก 2 แบบ/Type คือ มะเร็งรังไข่แบบ 1 (Ovarian cancer type 1) และมะเร็งรังไข่แบบ 2 (Ovarian cancer type 2)

ค.ชนิดอื่นๆนอกเหนือจากกลุ่ม ก และ ข ดังกล่าว: พบรวมกันแล้วได้ประมาณ 5% เช่น Sex cord stromal tumor, Mullerian tumor

*อนึ่ง ในบทความนี้ มะเร็งรังไข่จะหมายถึงมะเร็งในกลุ่มเยื่อบุผิว

โรคมะเร็งรังไข่มีสาเหตุจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ที่แน่ชัด แต่พบมีปัจจัยเสี่ยงคือ

โรคมะเร็งรังไข่มีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งรังไข่ในระยะแรกๆ แต่เป็นอาการคล้ายทางโรคกระเพาะอาหารทั่วไปเช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง เรอ หรือมีอาการปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และ/หรือท้องผูกจากก้อนมะเร็งกดเบียดทับลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ และ/หรือลำไส้ใหญ่ ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยโรคในระยะลุกลามเสมอกล่าวคือ เมื่อคลำก้อนเนื้อได้ในท้องน้อย ปวดท้องน้อย มีประจำเดือนผิดปกติ หรือมีน้ำในช่องท้อง (ท้องมาน)

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจภายใน การตรวจเลือดดูค่าสารมะเร็งที่สร้างจากเซลล์มะเร็งรังไข่ การตรวจภาพช่องท้องด้วยอัลตราซาวด์ และ/หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

ในโรคเกี่ยวกับมีก้อนเนื้อในรังไข่จะไม่มีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยาเหมือนในโรคอื่นๆ เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากการตัดชิ้นเนื้อได้สูงเช่น เกิดเลือดออกในช่องท้องหรือมีลำไส้ทะลุได้จากเข็มเจาะพลาดไปโดนลำไส้ และหากเป็นมะเร็งจะเป็นสาเหตุให้เซลล์มะเร็งลุกลามเข้าสู่เยื่อบุช่องท้อง นอกจากนั้นเมื่อมีก้อนเนื้อในรังไข่ การรักษาหลักคือ การผ่าตัดเสมอ ดังนั้นการวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ที่แน่นอน จึงได้จากแพทย์ตรวจรังไข่ในขณะผ่าตัดและจากตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อหลังผ่าตัดตรวจทางพยาธิวิทยา

โรคมะเร็งรังไข่มีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งรังไข่มี 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆ และในแต่ละระยะยังแบ่งย่อยได้อีก เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้เป็นข้อบ่งชี้ทางการรักษาและในการศึกษาวิจัย ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงแต่ 4 ระยะหลักได้แก่

รักษาโรคมะเร็งรังไข่ได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาของโรคมะเร็งรังไข่คือ ผ่าตัดรังไข่ทั้งสองข้างร่วมกับผ่าตัดมดลูกและปีกมดลูก/ท่อนำไข่ทั้งสองข้าง เพราะเป็นอวัยวะที่โรคมะเร็งอาจลุกลามได้ และรักษาต่อเนื่องด้วยยาเคมีบำบัดเมื่อเป็นโรคที่เซลล์มะเร็งเป็นชนิดรุนแรงและ/หรือเมื่อมีโรคลุกลามแล้ว ส่วนรังสีรักษาจะใช้ในกรณีเมื่อมีโรคแพร่กระจายเพียงเพื่อช่วยบรรเทาอาการเช่น เมื่อมีโรคแพร่กระ จายเข้ากระดูกและก่ออาการปวดกระดูก เป็นต้น ส่วนยารักษาตรงเป้ายังอยู่ในการศึกษาและราคายายังแพงมหาศาลเกินกว่าผู้ป่วยทุกคนเข้าถึงยาได้

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งรังไข่อย่างไรบ้าง?

ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งรังไข่จะขึ้นกับวิธีรักษาได้แก่

ทั้งนี้ผลข้างเคียงจะสูงขึ้นเมื่อ

โรคมะเร็งรังไข่รุนแรงไหม?

โรคมะเร็งรังไข่ชนิดที่เกิดจากเซลล์มะเร็งเจิมเซลล์เป็นโรคมีความรุนแรงค่อนข้างต่ำถึงปานกลาง เพราะโรคมักตอบสนองได้ดีต่อยาเคมีบำบัดและรังสีรักษา แต่โรคมะเร็งรังไข่ชนิดเกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวจัดเป็นโรคค่อนข้างรุนแรง เพราะดังกล่าวแล้วว่า ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในโรคระยะลุกลาม ดังนั้นการผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งให้หมดจึงมักเป็นไปได้ยาก และเซลล์มะเร็งมักดื้อต่อยาเคมีบำบัดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งดื้อต่อรังสีรักษา โดยทั่วไปอัตรารอดที่ 5 ปี ในโรคระยะที่ 1 ประมาณ 60 - 70% ระยะที่ 2 ประมาณ 30 - 60% โรคระยะที่ 3 ประมาณ 0 -50% และโรคระยะที่ 4 ประมาณ 0 - 20 %

ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งรังไข่ได้อย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ (การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง) ในการตรวจให้พบโรคมะเร็งรังไข่ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ การรีบพบสูตินรีแพทย์เสมอเมื่อมีความผิดปกติทางประจำเดือน ทางปัสสาวะและ/หรือทางอุจจาระ และ/หรือ คลำได้ก้อนเนื้อในช่องท้องน้อย หรือเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้วต่อการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ทั้งนี้เพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประเทศที่เจริญแล้วกำลังมีการศึกษาอย่างจริงจังเพื่อให้สามารถค้นพบวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งรังไข่ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถพบโรคได้ตั้งแต่ในระยะยังไม่มีอาการ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงขึ้น จนสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคลงได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ในทางคลินิก ในผู้ที่แพทย์ประเมินแล้วว่ามีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่เช่น ในหญิงที่ครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งรังไข่โดยเฉพาะที่ตรวจพบโรคได้ในอายุก่อน 50 ปี แพทย์มักเฝ้าติดตามผู้มีปัจจัยเสี่ยงนั้นอย่างใกล้ชิดเช่น ทุก 3 - 6 เดือน โดยในการเฝ้าติดตามนี้ แพทย์จะสอบถามอาการ ตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจภายใน และอาจมีการตรวจภาพช่องท้อง/ช่องท้องน้อยด้วยอัลตราซาวด์ และร่วมกับการตรวจเลือดดูค่าสารมะเร็งที่สัมพันธ์กับมะเร็งรังไข่ ซึ่งความถี่ในการตรวจอัลตราซาวด์และการตรวจเลือดจะขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

ป้องกันโรคมะเร็งรังไข่อย่างไร?

เมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2558 สมาคมโรคมะเร็งนรีเวชแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Society of Gynecologic Oncology) ได้แนะนำแนวทางการป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ในผู้ที่สูตินรีแพทย์ประ เมินแล้วว่า “มีความเสี่ยงสูง” ที่จะเกิดมะเร็งรังไข่ (ที่สำคัญที่สุดคือ มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งรังไข่ โดยเฉพาะเมื่อพบโรคในอายุต่ำกว่า 50 ปี และในผู้ตรวจพบมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เป็นวิธีที่มีข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีการตรวจและค่าใช้จ่ายในการตรวจที่สูงมาก)

ทั้งนี้ สมาคมฯได้แนะนำไว้หลายวิธี ซึ่งแพทย์และผู้มีปัจจัยเสี่ยงฯต้องปรึกษากันเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผู้มีปัจจัยเสี่ยงฯมากที่สุด วิธีต่างๆดังกล่าวได้แก่

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งรังไข่เช่นเดียวกับการดูแลตนเองและการดูแลผู้ ป่วยมะเร็งทุกชนิด อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com ในบทความเรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และในเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำ บัด

บรรณานุกรม

1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
2. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer.
3. Hafty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology. Boston: Jones and Bartlett Publishers.
4. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute.
5. Kurman, R., and Shih, I. (2011). Hum Pathol. 42,918-931 (PubMed)
6. Ovarian cancer http://en.wikipedia.org/wiki/Ovarian_cancer[2015,April11].
7. Perez,C., Brady, L., Halperin, E., and Schmidt-Ullrich, R. (2004). Principles and practice of radiation oncology. (4th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
8. Walker, J. et al (2015). Cancer. http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/cncr.29321/epdf[2015,April11]

Updated 2015, April 11

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Numthip Natty08
Frame Bottom