Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

รังไข่  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนในท้องน้อย  มะเร็งรังไข่  

บทนำ

มะเร็งรังไข่(Ovarian cancer) คือโรคที่เซลล์รังไข่เกิดการเจริญแบ่งตัวที่เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติต่อเนื่องที่เรียกว่า “เซลล์มะเร็ง” โดยที่ร่างกายควบคุมการแบ่งตัวนี้ไม่ได้ จึงส่งผลให้เกิดเป็นก้อนเนื้อร้ายที่รุกรานทั้ง ภายในรังไข่ ไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียงในรังไข่ นอกรังไข่ ต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน และเมื่อระยะโรครุนแรง เซลล์มะเร็งจะลุกลามเข้าเยื่อบุช่องท้อง ส่งผลให้เกิดน้ำมะเร็งในช่องท้อง(ท้องมานจากเซลล์มะเร็ง) และเซลล์มะเร็งแพร่กระจายเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองรอบท่อเลือดแดงส่วนช่องท้อง และเข้ากระแสกระแสโลหิต กระจายไปอวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย เช่น ปอด ตับ สมอง กระดูก ที่แพร่กระจายบ่อยที่สุดคือ ปอด และตับ

รังไข่ (Ovary) เป็นอวัยวะคู่มีทั้งด้านซ้ายและด้านขวา เป็นอวัยวะอยู่ในช่องท้องน้อย (อุ้งเชิงกราน) และอยู่ในระบบสืบพันธุ์เฉพาะของผู้หญิง มีหน้าที่สร้างไข่เพื่อการผสมพันธุ์และสร้างฮอร์โมนเพศหญิง โดยปกติรังไข่แต่ละข้างในวัยเจริญพันธุ์ (วัยมีประจำเดือน) มีขนาดประ มาณ 1.5 x 2.5 x 4 เซนติเมตร และมีน้ำหนักข้างละประมาณ 4 - 5 กรัม

รังไข่สามารถเกิดโรคมะเร็งได้ทั้งสองข้าง โดยพบเกิดกับข้างซ้ายและข้างขวาใกล้เคียงกัน ซึ่งพบพร้อมกันทั้งสองข้างได้ประมาณ 25%

โรคมะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer) เป็นมะเร็งพบบ่อยทั่วโลกรวมทั้งในผู้หญิงไทย (เป็น 1 ใน 10 โรคมะเร็งพบบ่อยในสตรี) โดยทั่วไปพบได้ทั้งในเด็กโตและในผู้ใหญ่ แต่พบได้สูงขึ้นในช่วงอายุตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป ในพ.ศ. 2557 ในสหรัฐอเมริกาพบโรคนี้ได้ประมาณ 1.3 - 1.4%ของผู้หญิงอเมริกัน ในประเทศที่พัฒนาแล้วพบได้ประมาณ 9.4 รายต่อประชากรหญิง 1 แสนคน และในประเทศที่กำลังพัฒนาพบได้ประมาณ 5 รายต่อประชากรหญิง 1 แสนคน

ประเทศไทยช่วง พ.ศ.2553-2555 รายงานจากทะเบียนมะเร็งแห่งชาติ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบโรคนี้ได้ 6.0 รายต่อประชากรหญิง 1 แสนคน

โรคมะเร็งรังไข่มีกี่ชนิด?

มะเร็งรังไข่

โรคมะเร็งรังไข่มีหลายชนิด แต่แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ

ก. กลุ่มเกิดจากเซลล์ตัวอ่อน ที่เรียกว่า เจิมเซลล์(Germ cell) มะเร็งกลุ่มนี้พบได้น้อย และมักพบในเด็กและในหญิงอายุน้อย เรียกมะเร็งกลุ่มนี้ว่า เนื้องอกเจิมเซลล์หรือมะเร็งเจิมเซลล์ (Germ cell tumor) ซึ่งพบมะเร็งรังไข่กลุ่มนี้ได้ประมาณ 5% ของมะเร็งรังไข่ทั้งหมด ตัวอย่างชนิดมะเร็งในกลุ่มนี้เช่น Dysgerminoma, Embryonal cell carcinoma, Teratocarci noma

ข. กลุ่มเกิดจากเซลล์เยื่อบุผิว (Epithelium) อาจเป็นเยื่อบุผิวชนิดเดียวกับของท่อนำไข่ หรือของเยื่อบุมดลูก หรือของเยื่อบุผิวของรังไข ซึ่งเป็นมะเร็งกลุ่มพบบ่อยที่สุด (ประมาณ 90%) และเป็นชนิดเกิดในผู้ใหญ่ โดยพบได้สูงตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งทั่วไปเมื่อพูดถึง “โรคมะเร็งรังไข่” มักหมายถึง “โรคมะเร็งรังไข่ชนิดเกิดจากเยื่อบุผิว”นี้ เช่น ชนิด Papillary serous cystadeno carcinoma (พบได้บ่อยที่สุด) ที่พบได้รองๆลงไปเช่น Borderline adenocarcinoma, Adenocarcinoma, Mucinous cystadenacarcinoma เป็นต้น

นอกจากนี้ มะเร็งรังไข่ในกลุ่มเยื่อบุผิวนี้ยังแบ่งได้เป็นอีก 2 แบบ/Type คือ มะเร็งรังไข่แบบ 1 (Ovarian cancer type 1) และมะเร็งรังไข่แบบ 2 (Ovarian cancer type 2)

ค.ชนิดอื่นๆนอกเหนือจากกลุ่ม ก และ ข ดังกล่าว: พบรวมกันแล้วได้ประมาณ 5% เช่น Sex cord stromal tumor, Mullerian tumor

*อนึ่ง ในบทความนี้ ‘มะเร็งรังไข่’ จะหมายถึง ‘มะเร็งในกลุ่มเยื่อบุผิว

โรคมะเร็งรังไข่มีสาเหตุจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ที่แน่ชัด แต่พบมีปัจจัยเสี่ยงคือ

โรคมะเร็งรังไข่มีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งรังไข่ในระยะแรกๆ แต่เป็นอาการคล้ายทางโรคกระเพาะอาหารทั่วไป เช่น

ดังนั้น จากอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้ จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วย มักมาพบแพทย์ด้วยโรคในระยะลุกลามเสมอกล่าว คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจภายใน การตรวจเลือดดูค่าสารมะเร็งที่สร้างจากเซลล์มะเร็งรังไข่ การตรวจภาพช่องท้องด้วยอัลตราซาวด์ และ/หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

ในโรคเกี่ยวกับมีก้อนเนื้อในรังไข่จะไม่มีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยาเหมือนในโรคอื่นๆ เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากการตัดชิ้นเนื้อได้สูงเช่น เกิดเลือดออกในช่องท้องหรือมีลำไส้ทะลุได้จากเข็มเจาะพลาดไปโดนลำไส้ และหากเป็นมะเร็งจะเป็นสาเหตุให้เซลล์มะเร็งลุกลามเข้าสู่เยื่อบุช่องท้อง(ท้องมานจากน้ำมะเร็ง) นอกจากนั้นเมื่อมีก้อนเนื้อในรังไข่ การรักษาหลักคือ การผ่าตัดเสมอ ดังนั้นการวินิจฉัยโรคมะเร็งรังไข่ที่แน่นอน จึงได้จากแพทย์ตรวจรังไข่ในขณะผ่าตัดและจากตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อหลังผ่าตัดตรวจทางพยาธิวิทยา

โรคมะเร็งรังไข่มีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งรังไข่มี 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆ และในแต่ละระยะยังแบ่งย่อยได้อีก เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้เป็นข้อบ่งชี้ทางการรักษาและในการศึกษาวิจัย

นอกจากนี้ ถ้าเซลล์มะเร็งลุกลามอยู่เฉพาะในเนื้อเยื่อบุผิวของรังไข่ เรียกว่า เป็นมะเร็งระยะยังไม่มีการรุกราน(Preinvasive หรือ Preinvasive cancer) จัดเป็น ‘มะเร็งระยะศูนย์(Stage0)’ ดังนั้น หลายท่านจึงยังไม่จัดโรคระยะ0 นี้เป็นมะเร็งอย่างแท้จริง เพราะมะเร็งแท้จริงต้องมีการรุนราน(Invasive) ซึ่งโรคมะเร็งรังไข่ระยะนี้ ยังพบได้น้อยมากๆ

รักษาโรคมะเร็งรังไข่ได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาของโรคมะเร็งรังไข่คือ ผ่าตัดรังไข่ทั้งสองข้างร่วมกับผ่าตัดมดลูกและปีกมดลูก/ท่อนำไข่ทั้งสองข้าง เพราะเป็นอวัยวะที่โรคมะเร็งอาจลุกลามได้ และรักษาต่อเนื่องด้วยยาเคมีบำบัดเมื่อเป็นโรคที่เซลล์มะเร็งเป็นชนิดรุนแรงและ/หรือเมื่อมีโรคลุกลามแล้ว ส่วนรังสีรักษาจะใช้ในกรณีเมื่อมีโรคแพร่กระจายเพียงเพื่อช่วยบรรเทาอาการเช่น เมื่อมีโรคแพร่กระ จายเข้ากระดูกและก่ออาการปวดกระดูก เป็นต้น ส่วนยารักษาตรงเป้ายังอยู่ในการศึกษาและราคายายังแพงมหาศาลเกินกว่าผู้ป่วยทุกคนเข้าถึงยาได้

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งรังไข่อย่างไรบ้าง?

ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งรังไข่จะขึ้นกับวิธีรักษาได้แก่

ทั้งนี้ผลข้างเคียงต่างๆจะสูงขึ้นเมื่อ

โรคมะเร็งรังไข่รุนแรงไหม?

การพยากรณ์โรค/ความรุนแรงของมะเร็งรังไข่ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ระยะโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง การผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกได้หมดหรือไม่ การตอบสนองต่อยาเคมีบำบัด

ก. การพยากรณ์โรคมะเร็งรังไข่ชนิดที่เกิดจากเซลล์มะเร็งเจิมเซลล์เป็นโรคมีความรุนแรงค่อนข้างต่ำถึงปานกลาง/การพยากรณ์โรคค่อนข้างดี เพราะโรคมักตอบสนองได้ดีต่อยาเคมีบำบัดและรังสีรักษา ทั่วไปอัตรารอดชีวิตที่5ปี ได้แก่

ข. แต่โรคมะเร็งรังไข่ชนิดเกิดจากเซลล์เยื่อบุผิวจัดเป็นโรคค่อนข้างรุนแรง การพยากรณ์โรคอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงไม่ดีขึ้นกับระยะโรค เพราะดังกล่าวแล้วว่า ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในโรคระยะลุกลาม ดังนั้นการผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งให้หมดจึงมักเป็นไปได้ยาก และเซลล์มะเร็งมักดื้อต่อยาเคมีบำบัดที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งดื้อต่อรังสีรักษา โดยทั่วไปอัตรารอดที่ 5 ปี จะขึ้นกับระยะโรค การผ่าตัดก้อนมะเร็งได้หมด และการตอบสนองที่ดีต่อยาเคมีบำบัด เช่น

  • โรคระยะที่ 1 : ประมาณ 75-90%
  • ระยะที่ 2 : ประมาณ 60-75%
  • โรคระยะที่ 3: ประมาณ 30 -50% และ
  • โรคระยะที่ 4: ประมาณ 0 - 20 %

ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งรังไข่ได้อย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ (การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง) ในการตรวจให้พบโรคมะเร็งรังไข่ตั้งแต่ยังไม่มีอาการสำหรับคนทั่วไป ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ การรีบพบสูตินรีแพทย์เสมอเมื่อมีความผิดปกติทางประจำเดือน ทางปัสสาวะและ/หรือทางอุจจาระ และ/หรือ คลำได้ก้อนเนื้อในช่องท้องน้อย หรือเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้วในหัวข้อ”ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ทั้งนี้เพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันประเทศที่เจริญแล้วกำลังมีการศึกษาอย่างจริงจังเพื่อให้สามารถค้นพบวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งรังไข่ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถพบโรคได้ตั้งแต่ในระยะยังไม่มีอาการ ซึ่งจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษาสูงขึ้น จนสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคลงได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ในทางคลินิก ในผู้ที่แพทย์ประเมินแล้วว่ามีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่เช่น ในหญิงที่ครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งรังไข่โดยเฉพาะที่ตรวจพบโรคได้ในอายุก่อน 50 ปี แพทย์มักเฝ้าติดตามผู้มีปัจจัยเสี่ยงนั้นอย่างใกล้ชิดเช่น ทุก 3 - 6 เดือน โดยในการเฝ้าติดตามนี้ แพทย์จะสอบถามอาการ ตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจภายใน และอาจมีการตรวจภาพช่องท้อง/ช่องท้องน้อยด้วยอัลตราซาวด์ และร่วมกับการตรวจเลือดดูค่าสารมะเร็งที่สัมพันธ์กับมะเร็งรังไข่ ซึ่งความถี่ในการตรวจอัลตราซาวด์และการตรวจเลือดจะขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

อนึ่ง ในมะเร็งรังไข่ มีสารมะเร็ง(Tumor marker)ที่เซลล์มะเร็งสร้างขึ้นหลายชนิด ขึ้นกับชนิดของเซลล์มะเร็ง แต่มะเร็งรังไข่ในบางผู้ป่วย ก็ไม่สร้างสารมะเร็ง นอกจากนั้นสารมะเร็งเหล่านี้ยังตรวจพบได้ในมะเร็งอื่นๆหลายชนิด รวมถึงเมื่อมีการอักเสบของอวัยวะต่างๆ ดังนั้น แพทย์จึงไม่ใช้การตรวจสารมะเร็งเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ เพราะจะนำไปสู่การวินิจฉัยผิดพลาดสูง แต่ใช้การตรวจค่าสารมะเร็งเหล่านี้กรณีเพื่อการติดตามผลการรักษา ซึ่งสารมะเร็ง ที่พบในมะเร็งรังไข่ เช่น CA125, Beta hCG, Alpha fetoprotein(AFP), CEA

ป้องกันโรคมะเร็งรังไข่อย่างไร?

เมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2558(ค.ศ.2015) สมาคมโรคมะเร็งนรีเวชแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Society of Gynecologic Oncology) ได้แนะนำแนวทางการป้องกันโรคมะเร็งรังไข่ในผู้ที่สูตินรีแพทย์ประเมินแล้วว่า “มีความเสี่ยงสูง” ที่จะเกิดมะเร็งรังไข่ (ที่สำคัญที่สุดคือ มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งรังไข่ โดยเฉพาะเมื่อพบโรคในอายุต่ำกว่า 50 ปี และในผู้ตรวจพบมีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เป็นวิธีที่มีข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีการตรวจและค่าใช้จ่ายในการตรวจที่สูงมาก)

ทั้งนี้ สมาคมฯได้แนะนำไว้หลายวิธี ซึ่งแพทย์และผู้มีปัจจัยเสี่ยงฯต้องปรึกษากันเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับผู้มีปัจจัยเสี่ยงฯมากที่สุด วิธีต่างๆดังกล่าวได้แก่

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งรังไข่เช่นเดียวกับการดูแลตนเองและการดูแลผู้ ป่วยมะเร็งทุกชนิด อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com ในบทความเรื่อง

บรรณานุกรม

  1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  2. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer.
  3. Hafty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology. Boston: Jones and Bartlett Publishers.
  4. Imsamran, W. et al. 2015. Cancer in Thailand vol Viii, 2010-2012, National Cancer Institute, Ministry of Public Health. Thailand
  5. Kurman, R., and Shih, I. (2011). Hum Pathol. 42,918-931 (PubMed)
  6. Perez,C., Brady, L., Halperin, E., and Schmidt-Ullrich, R. (2004). Principles and practice of radiation oncology. (4th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  7. Walker, J. et al (2015). Cancer. http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/cncr.29321/epdf [2018,Aug4]
  8. https://emedicine.medscape.com/article/255771-overview#showall [2018,Aug4]
  9. https://www.cancer.org/cancer/ovarian-cancer/detection-diagnosis-staging/survival-rates.html [2018,Aug4]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน opal2543
Frame Bottom