Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมลูกหมาก  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ชาย  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปัสสาวะไม่เป็นลำ  ปัสสาวะไม่คล่อง 

บทนำ

ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) เป็นต่อมไร้ท่อ ซึ่งเป็นอวัยวะเฉพาะของเพศชาย โดยอยู่ในส่วนลึกบริเวณโคนอวัยวะเพศชาย ในช่องท้องน้อย (อุ้งเชิงกราน) ซึ่งในชายผู้ใหญ่ปกติ มีขนาดของต่อม ยาวxกว้างxหนา ประมาณ 3x4x2 เซ็นติเมตร หนักประมาณ 7-16 กรัม อวัยวะที่อยู่ติดด้านหน้าและด้านบนของต่อมลูกหมาก คือกระเพาะปัสสาวะ ส่วนอวัยวะที่อยู่ติดด้าน หลังของต่อมลูกหมาก คือลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย หรือ ลำไส้ตรง ดังนั้นในการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งของต่อมลูกหมาก จึงมักตรวจผ่านทางอวัยวะทั้งสองนี้

ต่อมลูกหมากมีหน้าที่สร้างน้ำเมือกในการมีเพศสัมพันธ์ ช่วยหล่อเลี้ยงอสุจิ และช่วยปก ป้องสารพันธุกรรม หรือดีเอนเอ (DNA) ของอสุจิ

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคมะเร็งของผู้สูงอายุ เป็นมะเร็งพบบ่อยของผู้ชาย โดยทั่วไปพบได้ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป (อาจพบได้น้อยมากในอายุน้อยกว่านี้) ในสหรัฐอเมริกาพบได้สูงถึง 70-80% เมื่ออายุมากกว่า 80 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ทั่วโลกพบมะเร็งต่อมลูกหมากได้บ่อยเป็นลำดับ 2 ของมะเร็งในผู้ชายทั้งหมด (อันดับ 1 คือ มะเร็งปอด) โดยในสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2551 พบผู้ป่วยใหม่โรคนี้ได้สูงถึง 186,000 ราย ส่วนในประเทศไทยในปีพ.ศ. 2544-2546 พบผู้ป่วยโรคนี้ 5.5 ราย ต่อประชากรชายไทย 100,000 คน

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีสาเหตุจากอะไร?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่พบปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่เป็นอาการคล้ายกระเพาะปัสสาวะอัก เสบ หรือต่อมลูกหมากโตชนิดไม่ใช่มะเร็ง ทั้งนี้อาการที่พบบ่อย ได้แก่

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจทางทวารหนัก การตรวจภาพต่อมลูกหมากด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเอมอาร์ไอ (MRI) การตรวจเลือดดูค่าสารมะเร็งที่สร้างโดยเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากที่เรียกว่ พีเอสเอ (PSA, Prostate-specific antigen) และที่ให้ผลแน่นอนคือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อมะเร็งเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมี 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆ และแต่ละระยะโรคยังแบ่ง เป็นระยะย่อย เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้เป็นตัวบ่งชี้การรักษาและใช้ในการศึกษาวิจัย ซึ่งทั้ง 4 ระ ยะ ได้แก่

รักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากอย่างไร?

วิธีรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

ก.โรคระยะที่ 1 การรักษามีได้หลายวิธี ซึ่งแพทย์จะพูดคุยถึงข้อดี/ข้อเสียของแต่ละวิธีให้ผู้ป่วยและครอบครัวทราบ (ทุกวิธีให้ผลควบคุมโรคได้เท่ากัน แต่ต่างกันที่ชนิดของผลข้างเคียงแทรกซ้อน) และให้ผู้ป่วยและครอบครัวช่วยกันตัดสินใจ ซึ่งวิธีเหล่านั้น ได้แก่ การผ่าตัดต่อมลูกหมาก, รังสีรักษา ซึ่งมีทั้งการฝังแร่ต่อมลูกหมาก หรือ การฉายรังสี

ในผู้ป่วยที่ตรวจพบโรคโดยผู้ป่วยยังไม่มีอาการ สูงอายุมาก และอยู่ในกลุ่มโรคมีความรุนแรงต่ำ (เซลล์มะเร็งเป็นชนิดแบ่งตัวช้า และ/หรือค่าสารมะเร็งอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงปกติ) แพทย์อาจใช้วิธีเฝ้าติดตาโรค (ดูจากอาการผู้ป่วย การตรวจขนาดก้อนมะเร็ง และการตรวจค่าสารมะเร็งเป็นระยะๆ อาจทุก 3 เดือน) โดยยังไม่ให้การรักษาใดๆ รอจนเซลล์มะเร็งรุนแรงขึ้นจึงเริ่มการรักษา อาจด้วย การผ่าตัดต่อมลูกหมาก, หรือ รังสีรักษา ซึ่งมีทั้งการฝังแร่ต่อมลูกหมาก หรือ การฉายรังสี

ข.โรคระยะที่ 2-3 การรักษาอาจเป็นการผ่าตัดร่วมกับฉายรังสี และการให้ยาฮอร์โมน

ค.โรคระยะที่ 4 การรักษาอาจเป็นยาฮอร์โมน การผ่าตัดลูกอัณฑะเพื่อลดฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง การฉายรังสีรักษา และการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งอาจรักษาด้วยวิธีการเดียว หรือหลายวิธีร่วมกัน ขึ้นกับ อาการ อายุ สุขภาพผู้ป่วย ตำแหน่งการลุกลามแพร่กระจายของโรค ดุลพินิจของแพทย์ และความประสงค์ของผู้ป่วยและครอบครัว ส่วนการใช้ยารักษาตรงเป้ายังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากอย่างไร?

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากการรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากขึ้นกับวิธีรักษา

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากรุนแรงไหม?

มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคมีความรุนแรงปานกลาง เป็นโรคที่รักษาหายได้ แต่ทั้งนี้ ความรุนแรงของโรคขึ้นกับ ระยะโรค ปริมาณสารมะเร็ง (ค่าปริมาณสารมะเร็งยิ่งสูง โรคยิ่งรุน แรง) การแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง (เซลล์มะเร็งชนิดมีการแบ่งตัวสูง โรครุนแรง) อายุ และสุข ภาพผู้ป่วย

โดยทั่วไป อัตราอยู่รอดที่ 5 ปี ในโรคระยะที่ 1 ประมาณ 80-90% ระยะที่ 2 ประมาณ 60-70% ระยะที่ 3 ประมาณ 50% และระยะที่ 4 อัตรารอดที่ 2 ปี ประมาณ 20-50% ทั้งนี้ขึ้น กับ อายุ สุขภาพผู้ป่วย จำนวน และตำแหน่งอวัยวะที่มีโรคแพร่กระจาย (แพร่กระจายสู่ สมอง ไขสันหลัง และปอด รุนแรงกว่าแพร่กระจายเข้าสู่กระดูก)

ควรดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเอง ได้แก่ การรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าว เพื่อการวินิจฉัยโรคแต่เนิ่นๆ และ

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว การดูแลตนเองและการดูแลผู้ ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากจะคล้ายกับการดูแลตนเองและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกชนิด อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่อมลูกหมากไหม?

ปัจจุบัน มีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยการตรวจร่างกาย การตรวจทางทวารหนัก และตรวจเลือดดูค่าสารมะเร็ง แต่ทั้งนี้ยังมีการถกเถียงกันอยู่ถึงประโยชน์ที่ผู้ป่วยทั่ว ไปจะได้รับจากการตรวจคัดกรอง เพราะการตรวจคัดกรองยังไม่มีความแม่นยำมากพอ และอาจต้องนำไปสู่การตัดชิ้นเนื้อโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้การตัดชิ้นเนื้อจากต่อมลูกหมาก อาจมีผลข้าง เคียงค่อนข้างสูง โดยเฉพาะจากการติดเชื้อรุนแรงในอุ้งเชิงกราน ซึ่งโดยทั่วไป เมื่อแพทย์แนะ นำการตรวจคัดกรอง แพทย์มักพูดคุยปรึกษากับผู้ป่วยถึงข้อดี ข้อเสียของการตรวจคัดกรอง และให้อยู่ในการตัดสินใจของผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์จากการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากชัดเจนที่ทางการแพทย์โรคมะเร็งแนะนำ คือ กลุ่มผู้มีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก คือ ผู้ ชายอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปที่มีครอบครัวเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยเฉพาะญาติสายตรง(พ่อ พี่ น้อง ผู้ชายท้องเดียวกัน) หรือคนผิวดำที่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป

ป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมทั้งยังไม่มีประเภทอาหารที่ป้องกันโรคนี้ได้ แต่อาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม ที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน โดยจำกัดการบริโภค แป้ง น้ำตาโปรตีนจากเนื้อแดง ไขมัน และเพิ่มการบริโภคทั้งผัก และผลไม้ อาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ลงได้

บรรณานุกรม

1. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer.
2. Hafty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology. Boston: Jones and Bartlett Publishers.

4. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute
3. Halperin,E., Wazer, D., Perez,C., and Brady,L. (2013). Principle and practice of radiation oncology.(6th ed). Walter KLUWER/Lippincott Williams & Wilkins. Philadelphia.

Updated 2014, April 19


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Mekt Fangfang14
Frame Bottom