Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมน้ำเหลือง  ระบบโลหิตวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมน้ำเหลืองโต 

บทนำ

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)เป็นโรคมะเร็งที่เกิดกับระบบน้ำเหลืองในร่างกาย ได้แก่ ต่อมน้ำเหลือง ม้าม และต่อมทอนซิล หรือเกิดกับอวัยวะที่ไม่อยู่ในระบบน้ำเหลืองแต่มีเซลล์ต่อมน้ำเหลืองอยู่ เช่น ไขกระดูก ตับ และระบบประสาท ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน (Hodgkin’s disease หรือ Hodgkin’s lymphoma) และ มะ เร็งต่อมน้ำเหลือง นอน-ฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin’s lymphoma)

ในบทนี้ จะกล่าวถึงเฉพาะมะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กินที่มีชื่อย่อของโรค คือ โรคเอชดี หรือ โรคเอชแอล (HD หรือ HL) ซึ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ พบได้น้อยกว่าชนิด นอน-ฮอดจ์กิน มาก ซึ่งในบทนี้ ขอเรียกชื่อโรคนี้ว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีคืออะไร ?

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่มีต้นกำเนิดจากการเจริญเติบ โตที่ผิดปกติของเม็ดเลือดขาวชนิดที่เรียกว่าลิมฟ์โฟไซท์ (lymphocyte) ที่อยู่ในระบบน้ำ เหลืองของร่างกาย (ไม่ใช่เม็ดเลือดขาวจากไขกระดูกซึ่งเมื่อเป็นมะเร็งจะเป็น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว) และสามารถมีการแพร่กระจายของโรคไปยังเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆของร่างกายได้เช่นเดียว กับโรคมะเร็งอื่นๆ

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีพบในใครบ้าง ?

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี เป็นมะเร็งทางระบบโลหิตวิทยาที่พบได้ประมาณ 12% ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด โดยพบโรคได้น้อยมากในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี จากนั้นพบบ่อยขึ้น จนพบสูงสุดในช่วงอายุ 2 ช่วง คือ ช่วงอายุ 15-35 ปี และช่วงอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป โดยพบว่า เด็กผู้ชาย เป็นโรคมากกว่าเด็กผู้หญิงประมาณ 3 เท่า แต่เมื่อเข้าระยะวัยรุ่นจนเป็นผู้ ใหญ่จะมีโอกาสเกิดโรคในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 1.5 เท่า

อะไรเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี ?

ปัจจุบัน ยังไม่สามารถบอกสาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้อย่างชัดเจน แต่พบมีปัจ จัยเสี่ยงที่มีความความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีหลายปัจจัย ได้แก่

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีมีอาการอย่างไรบ้าง ?

อาการเริ่มต้นที่พบได้บ่อยของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี ได้แก่

แพทย์วินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีได้อย่างไร ?

แพทย์วินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี ได้จาก

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีมีกี่ระยะ ?

การแบ่งระยะโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี เช่นเดียวกับในโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอน-ฮอดจ์กิน โดยใช้จำนวนของกลุ่มต่อมน้ำเหลือง ตำแหน่งที่เป็นโรคและการกระจายไปยังเนื้อ เยื่อ และ/หรือ อวัยวะอื่นๆ ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ระยะ คือ

นอกจากนั้นยังแบ่งออกเป็นชนิดเอ (A) และชนิดบี (B) โดยชนิดบีนั้นผู้ป่วยจะมีอาการไข้ น้ำหนักลด และเหงื่อออกตอนกลางคืนร่วมด้วย แต่ในชนิดเอจะไม่พบอาการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นส่วนที่ช่วยในการพยากรณ์ความรุนแรงโรคด้วย

รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีย่างไร ?

มีปัจจัยหลายอย่างที่จะเป็นตัวกำหนดวิธีรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี คือ ระยะของโรค ความรุนแรงของโรค และปัจจัยของผู้ป่วยเอง ได้แก่ อายุ ความสมบูรณ์แข็งแรงและโรคประจำตัวของผู้ป่วย ซึ่งการรักษาหลัก สามารถแบ่งเป็น 3 วิธี ดังนี้

  • เคมีบำบัด แพทย์จะให้การรักษากับผู้ป่วยด้วยการให้ยาเคมีบำบัดหลายๆชนิดร่วมกัน ซึ่งมีทั้งยากินและยาฉีด โดยให้ทุก 3-4 สัปดาห์ต่อครั้ง เป็นเวลา 4-12 ครั้ง ซึ่งการเลือกใช้ยานั้นจะขึ้นอยู่กับระยะและความรุนแรงของโรค
  • ฉายรังสีรักษา การฉายรังสีนั้น มักจะใช้สำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในระยะต้นๆ เช่น ระยะที่ 1 หรือ 2 หรือใช้ร่วมกับการให้เคมีบำบัด หรือใช้สำหรับการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่ เช่น บริเวณสมอง ทั้งนี้ปริมาณรังสีที่ใช้รักษาขึ้นกับระยะและความรุนแรงของโรค
  • การปลูกถ่ายไขกระดูก มักใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคย้อนกลับเป็นซ้ำหลังจากให้การรัก ษาจนหายดีแล้ว หรือเมื่อโรคดื้อต่อยาเคมีบำบัด โดยจะให้การรักษาด้วยการให้เคมีบำบัดขนาดสูงมาก เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งเหล่านั้นก่อน ซึ่งปริมาณยาเคมีบำบัดขนาดสูงมากนี้ จะทำลายไขกระดูกด้วย หลังจากนั้นจึงตามด้วยการปลูกถ่ายไขกระ ดูก ซึ่งอาจเป็นไขกระดูกจากตัวผู้ป่วยเอง ที่แพทย์เก็บไว้ก่อนให้ยาเคมีบำบัด หรือ ไขกระดูกจากผู้อื่น เช่น คนในครอบครัว หรือ บุคคลอื่น ที่มีเลือดเข้าได้กับผู้ป่วย ดัง นั้นผู้ป่วยจึงต้องมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงพอที่จะรับการรักษาได้ ซึ่งค่าใช้ จ่ายในการรักษาด้วยวิธีนี้ยังมีราคาสูงมาก

การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีมีผลข้างเคียงอย่างไร ?

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง เอชดี แตกต่างกันตาม แต่ละวิธี ซึ่งโอกาสเกิด และความรุนแรงสูงขึ้น หากได้รับการรักษาด้วยหลายๆวิธีร่วมกัน

อนึ่ง อาจพบผลข้างเคียงในระยะยาว (ระยะเวลาหลังครบการรักษาแล้วอย่างน้อยตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปจนตลอดชีวิตของผู้ป่วย)ได้ด้วย แต่โดยทั่วไปโอกาสเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อย ประมาณ 5-15% เช่น

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีรุนแรงไหม ?

การรักษาที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถรักษาโรคนี้ได้ดี โดยปัจจัยที่มีผลต่อการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี ได้แก่

มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีไหม ? ควรพบแพทย์เมื่อไร ?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรอง (การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง) ให้พบมะเร็งต่อมน้ำ เหลืองทุกชนิด รวมทั้งชนิด เอชดี ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นเมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆดังกล่าว จึงควรรีบพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาแต่เนิ่นๆ

ป้องกันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดีได้อย่างไร ?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเอชดี แต่มีข้อแนะนำ เพราะอาจลดโอกาสเกิดโรคนี้ได้บ้าง คือ การหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคที่หลีกเลี่ยงได้ เช่น การติดเชื้อโรคต่างๆ โดยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน(สุขบัญญัติแห่งชาติ)

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง อ่านเพิ่มเติมใน การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง และการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง

updated 2013, May 22

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน YtoptenVclupzaVsuY ryuha.nakajime patakorn.jansamut
Frame Bottom