Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ช่องปาก  ระบบศีรษะและลำคอ  ระบบมะเร็งวิทยา  มะเร็ง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนหรือแผลเรื้อรังในช่องปาก  แผล  ก้อนเรื้อรังในช่องปาก 

บทนำ

มะเร็งช่องปาก/ โรคมะเร็งช่องปาก(Oral cancer) คือมะเร็งของเซลล์/เนื้อเยื่อทุกชนิดในช่องปาก จะเกิดกับตำแหน่งใดของเนื้อเยื่อช่องปากก็ได้ โดยเกิดจากการกลายพันธ์ของเซลล์เนื้อเยื่อช่องปาก ส่งผลให้เซลล์นั้นๆมีการเจริญแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและร่างกายควบคุมการเจริญแบ่งตัวนั้นไม่ได้ จึงเกิดเป็นก้อนมะเร็ง/แผลมะเร็งรุกราน/ลุกลามทำลายเนื้อเยื่อช่องปาก รุกราน/ลุกลามทำลายต่อมน้ำเหลืองลำคอ ทำลายเนื้อเยื่อ /อวัยวะข้างเคียงในใบหน้า และในที่สุดแพร่กระจายทางระบบน้ำเหลืองเข้าทำลายต่อมน้ำเหลืองทั่วตัวนอกลำคอ เช่นที่ รักแร้ ช่อง อก ขาหนีบ และ/หรือแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด/โลหิตทำลายอวัยวะต่างๆได้ทั่วตัว พบบ่อยที่ ปอด และกระดูก

อนึ่ง ช่องปาก (Oral cavity) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆ ได้แก่ ริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม เพดานแข็ง เหงือก ลิ้น และเนื้อเยื่อใต้ลิ้น ซึ่งเนื้อเยื่อ/อวัยวะทุกชนิดของช่องปากสามารถเกิดเป็นมะเร็งได้ทุกส่วน และเป็นมะเร็งที่มีลักษณะเหมือนกัน ทั้งชนิดของเซลล์มะเร็ง การจัดระยะโรค อาการ และวิธีรักษา ดังนั้น มะเร็งของเนื้อเยื่อ/อวัยวะทั้งหมดของช่องปาก จึงจัดเป็นมะเร็งในกลุ่มเดียวกัน รวมเรียกว่า ‘มะเร็ง/โรคมะเร็งช่องปาก (Oral cancer)’

มะเร็งช่องปากพบได้ 3-5% ของโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย เป็นมะเร็งพบบ่อย ของทั้งหญิงและชาย เป็นมะเร็งของผู้ใหญ่ตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป

ในประเทศไทย รายงานโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุขในพ.ศ. 2558 โดยเป็นผู้ป่วยช่วง พ.ศ. 2553-2555 พบมะเร็งช่องปากสูงเป็นลำดับที่7ของมะเร็งชายไทย แต่ไม่ติดใน10ลำดับของหญิงไทย

มะเร็งช่องปากมะเร็งช่องปากคืออะไร?

มะเร็งช่องปาก

มะเร็งช่องปาก เป็นส่วนหนึ่งของโรคมะเร็งในกลุ่ม ‘มะเร็งศีรษะและลำคอ’ ซึ่งพบโรคมะเร็งได้หลากหลายชนิด ทั้งในกลุ่มมะเร็งคาร์ซิโนมา และกลุ่มมะเร็งซาร์โคมา แต่เกือบทั้งหมดเป็นมะเร็งคาร์ซิโนมา ซึ่งประมาณ 90-95%จะเป็นชนิด ‘สะความัส (Squamous cell carcinoma) หรือเรียกย่อว่าชนิด เอสซีซี (SCC)’ สำหรับมะเร็งชนิดอื่นๆ เช่น มะเร็งชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (Adenocarcinoma) หรือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง พบได้น้อย ดังนั้น ในบทความนี้ จึงกล่าวถึงเฉพาะ ‘มะเร็งช่องปากชนิด เอสซีซี’ เท่านั้น

มะเร็งช่องปากพบในใคร?

โรคมะเร็งช่องปาก พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และพบมากในอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

อะไรเป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งช่องปาก?

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคมะเร็งช่องปาก แต่มีการศึกษาพบว่ามีปัจจัยบางอย่างเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค ได้แก่

  • การสูบบุหรี่
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์/เครื่องดื่มมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ อนึ่ง เมื่อทั้งสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งในช่องปากได้สูงกว่าคนปกติถึงประมาณ 15 เท่า และประมาณ 90% ของผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก เป็นผู้มีประวัติสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกัน
  • การกิน/เคี้ยว หมาก พลู ยาฉุน ยาเส้น เนื่องจากสิ่งต่างๆเหล่านี้ มีสารก่อมะเร็งเจือปนอยู่
  • การระคายเคืองของเยื่อเมือกบุช่องปากจากฟันหัก/บิ่น ที่แหลมคมที่ไม่ได้รับการรักษา ฟันผุจนทำให้เหงือกเป็นหนอง เพราะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังร่วมกับการระคายเคืองที่เกิด ขึ้นซ้ำๆนานๆ เซลล์ของเยื่อเมือกบุช่องปากจึงอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง กลายไปเป็นเซลล์มะ เร็งได้
  • การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสเอชพีวี (HPV, Human Papilloma virus, แนะนำอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง เอชพีวี โรคติดเชื้อเอชพีวี) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก จากการมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก (Oral sex)
  • เคยเป็นโรคมะเร็งในบริเวณศีรษะและลำคอมาก่อน

มะเร็งช่องปากมีอาการอย่างไรบ้าง?

อาการที่พบได้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปาก ได้แก่

อนึ่ง หากโรคมะเร็งช่องปาก แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ก็อาจมีอาการตามอวัยวะนั้นๆที่โรคแพร่กระจายไปได้ เช่น มะเร็งกระจายไปกระดูก อาจมีอาการปวดตากระดูกในส่วนต่างๆที่โรคแพร่กระจายไป

แพทย์วินิจฉัยมะเร็งช่องปากได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งช่องปาก ได้จาก

อนึ่ง การตรวจต่างๆดังกล่าว อาจไม่ได้ทำการตรวจครบในผู้ป่วยทุกราย ขึ้นอยู่กับ ระยะโรค สุขภาพผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษา

มะเร็งช่องปากมีกี่ระยะ?

มะเร็งช่องปากแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ

อนึ่ง มะเร็งระยะศูนย์(ระยะ0) หรือ Carcinoma in situ ย่อว่า CIS เป็นระยะที่แพทย์โรคมะเร็งหลายท่านยังไม่จัดให้เป็นมะเร็งอย่างแท้จริง เพราะโรคยังไม่มีการรุกราน(Non invasive)ทะลุผ่านชั้นเยื่อบุผิว/ เยื่อเมือกของช่องปาก เป็นโรคมีการพยากรณ์โรคที่ดีมาก ถ้าผ่าตัดออกได้หมด อัตรารอดที่ห้าปีประมาณ90%ขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตาม เป็นโรคระยะที่พบได้น้อยมาก

รักษามะเร็งช่องปากอย่างไร?

ในการดูแลรักษาโรคมะเร็งช่องปากนั้น มีการรักษาหลักๆ 3 วิธี คือ การผ่าตัด, รังสีรักษา, และยาเคมีบำบัด, ส่วนยารักษาตรงเป้า /ยารักษาแบบจำเพาะต่อเซลล์มะเร็ง ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา และยายังมีราคาแพงมากเกินกว่าผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึงยากลุ่มนี้ได้

การรักษามะเร็งช่องปากมีผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากการรักษาในแต่ละวิธีนั้นจะแตกต่างกันตามแต่ละวิธีที่ผู้ป่วยได้รับ และผลข้างเคียงอาจพบได้มากขึ้นหากผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยหลายๆวิธีร่วมกัน

ตัวอย่างผลข้างเคียงจากวิธีรักษาแต่ละวิธี ได้แก่

มะเร็งช่องปากเป็นโรครุนแรงไหม?

ความรุนแรงของโรคมะเร็งช่องปาก ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย ได้แก่

  • ระยะของโรค คือ ระยะที่ 1 และ 2 โรครุนแรงน้อยกว่าระยะที่ 3 และ 4
  • อายุ คือ ผู้ป่วยอายุน้อย มักจะทนการรักษาได้ดีกว่าผู้ป่วยสูงอายุ จึงมีผลการรักษาที่ดีกว่า
  • สุขภาพร่างกายทั่วๆไปของผู้ป่วย คือ ถ้าผู้ป่วยมีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์จะสามารถทนการรักษาได้ดีกว่า จึงมีผลการรักษาที่ดีกว่า
  • โรคร่วมต่างๆของผู้ป่วย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง อาจเป็นอุปสรรคต่อการรักษาและเพิ่มผลข้างเคียงจากการรักษา ให้สูงขึ้นกว่าคนปกติ

อนึ่ง โดยทั่วไป หลังการรักษาโรคมะเร็ง

มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ในปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งช่องปากตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นจึงควรสังเกตความผิดปกติของเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆของช่องปาก หากพบความผิดปกติ เช่น มีแผลที่รักษาไม่หายใน 2-3 สัปดาห์ มีฝ้าขาว หรือฝ้าแดง ควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ

ป้องกันมะเร็งช่องปากได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งช่องปาก แต่มีข้อแนะนำ เพราะอาจลดปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคนี้ได้บ้าง คือ

  • การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค(ดังกล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงฯ)ที่หลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะ การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญดังกล่าวแล้ว

นอกจากนั้น ควรดูแลสุขภาพในช่องปากทุกวัน ที่สำคัญคือ

  • แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเมื่อตื่นนอนเช้า และก่อนเข้านอน
  • ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้งก่อนแปรงฟันเข้านอน และ
  • พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพในช่องปากและฟัน ทุกๆ 6-12 เดือน หรือบ่อยตามทันตแพทย์แนะนำ

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?พบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิดรวมถึงมะเร็งช่องปาก จะคล้ายกัน สามารถปรับใช้ด้วยกันได้ ที่สำคัญคือ

นอกจากนี้ แนะนำอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน NBP tee2532 suksun bb15
Frame Bottom