Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

คอหอย  ระบบหูคอจมูก  ระบบศีรษะและลำคอ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เจ็บคอเรื้อรัง  เสมหะเป็นเลือด 

บทนำ

คอหอย (Pharynx) โดยทั่วไปมักหมายถึง คอหอยส่วนกล่องเสียง (Hypophyrynx หรือ Laryngopharynx) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อกลุ่มหนึ่งของลำคอส่วนที่อยู่ด้านข้างทั้งซ้าย ขวาและด้าน หลังของกล่องเสียง จึงได้ชื่อว่า คอหอยส่วนกล่องเสียง เป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบด้วยเยื่อเมือก กล้ามเนื้อ เส้นประสาท หลอดเลือด และระบบน้ำเหลือง มีหน้าที่ช่วยในการกลืนอาหาร ดื่มน้ำ การออกเสียง และการหายใจ ทั้งนี้นอกจากกล่องเสียงแล้ว อวัยวะที่อยู่ติดกับคอหอยส่วนกล่องเสียงตอนล่าง คือ หลอดอาหาร

คอหอยส่วนกล่องเสียง ซึ่งต่อไปขอเรียกว่า “คอหอย” ประกอบด้วยกลุ่มเนื้อเยื่อ 3 กลุ่มหลัก คือ

อนึ่งเนื้อเยื่อทั้ง 3 ตำแหน่งของคอหอย สามารถเกิดเป็นโรคมะเร็งได้ทั้งหมด แต่ที่พบเกิดเป็นมะเร็งได้บ่อยเกือบทั้งหมดของมะเร็งคอหอย คือ เนื้อเยื่อที่เป็นโพรงด้านข้างของกล่องเสียง (Pyriform sinus) ส่วนเนื้อเยื่ออีก 2 ตำแหน่ง พบเกิดโรคมะเร็งได้น้อยมากๆ

โรคมะเร็งคอหอย (Hypopharyngeal cancer หรือ Hypopharyngeal carcinoma) เป็นโรคพบได้เรื่อยๆ ไม่ถึงกับบ่อยมาก เป็นโรคมะเร็งของผู้ใหญ่ พบได้สูงขึ้นเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป (สามารถพบได้ในอายุต่ำกว่านี้) ผู้หญิงพบได้น้อยกว่าผู้ชาย 3-5 เท่า

ในประเทศไทยช่วง พ.ศ. 2544-2546 พบโรคนี้ในผู้หญิงประมาณ 0.2 คนต่อประชากรหญิง 100,000 คน และพบในผู้ชายประมาณ 1-1.2 คนต่อประชากรชาย 100,000 คน

ทั้งนี้ บ่อยครั้งที่เรียกโรคมะเร็งคอหอยตามตำแหน่งเนื้อเยื่อที่เกิดโรค ได้แก่ โรคมะเร็งโพรงด้านข้างกล่องเสียง (Pyriform sinus carcinoma) โรคมะเร็งเนื้อเยื่อติดด้านหลังของกล่องเสียง (Post cricoids carcinoma) และโรคมะเร็งเนื้อเยื่อด้านหลังของโพรงคอหอย (Posterior pharyngeal wall carcinoma)

โรคมะเร็งคอหอยมีกี่ชนิด?

โรคมะเร็งคอหอยมีหลากหลายชนิด แต่ที่พบบ่อย คือ ชนิดคาร์ซิโนมา (Carcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งของเยื่อเมือก แต่มะเร็งของเยื่อเมือกเอง ยังแบ่งออกได้เป็นอีกหลากหลายชนิดเช่น กัน โดย 90-95% จะเป็นชนิดสะความัส (Squamous cell carcinoma) ดังนั้น โดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็งคอหอย จะหมายถึงโรคมะเร็งชนิดนี้ ทั้งนี้รวมทั้งในบทความนี้ด้วย

โรคมะเร็งคอหอยเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคมะเร็งคอหอย แต่ทราบปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

  • ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคนี้ คือ การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเมื่อทั้งสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจัยเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นไปอีก โดยมีการศึกษาพบ ว่า เมื่อสูบบุหรี่วันละตั้งแต่ 2 ซองขึ้นไปร่วมกับดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่วันละ 3-4 แก้วขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงจะสูงถึง 35 เท่าของคนไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มสุรา
  • อาจมีความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิดที่ส่งผลให้เซลล์ของผู้ป่วยไวต่อสารก่อมะเร็งต่างๆสูงกว่าคนทั่วไป
  • อาจจากขาดสารอาหารบางชนิด เพราะมีบางการศึกษา พบโรคได้สูงขึ้นในกลุ่มคนที่ขาดการกินผัก และผลไม้

โรคมะเร็งคอหอยมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งคอหอย แต่จะเป็นอาการเหมือนจากมีการอักเสบเรื้อรังของลำคอจากสาเหตุทั่วไป โดยอาการที่พบได้บ่อยของโรคมะเร็งคอหอย ได้แก่

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งคอหอยได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งคอหอยได้จาก ประวัติอาการ ประวัติการสูบบุหรี่และ/หรือดื่มแอล กอฮอล์ การตรวจร่างกาย การตรวจลำคอ การคลำต่อมน้ำเหลืองลำคอ บางครั้งอาจมีการตรวจภาพลำคอด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ แต่ที่ให้ผลแน่นอนคือ การส่องกล้องตรวจลำคอ และตัดชิ้นเนื้อจากก้อน/แผลมะเร็งเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

ภายหลังเมื่อทราบว่าเป็นโรคมะเร็งคอหอยแล้ว จะมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะโรค และสุขภาพผู้ป่วย ได้แก่ การตรวจเลือดซีบีซี (CBC) การตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือดดูค่าน้ำตาล (โรคเบาหวาน) ดูการทำงานของ ตับ ไต และค่าเกลือแร่ การตรวจภาพลำคอด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูการลุกลามของโรค ถ้ายังไม่ได้ตรวจในช่วงวินิจฉัยโรค การตรวจเอกซ เรย์ปอด ดูโรคของปอด/โรคปอดและโรคของหัวใจ/โรคหัวใจ และดูการแพร่กระจายของโรคสู่ปอด อาจมีการตรวจภาพตับด้วยอัลตราซาวด์ และการตรวจภาพกระดูกทั้งตัวที่เรียกว่า การสะแกนกระดูก (Bone scan) ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของโรค อาการผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์

โรคมะเร็งคอหอยมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งคอหอยมี 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆ และแต่ละระยะยังอาจแบ่งย่อยได้อีก ทั้งนี้เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยในการรักษาและในการศึกษา ซึ่งทั้ง 4 ระยะหลัก คือ

โรคมะเร็งคอหอยรักษาอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งคอหอย คือ การรักษาด้วยวิธีการหลักของโรคมะเร็งทั้ง 3 วิธี คือ ผ่าตัด รังสีรักษา และยาเคมีบำบัด ส่วนยารักษาตรงเป้ายังอยู่ในการศึกษา และราคายายังแพงมหาศาลเกินว่าผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึงยาได้

ในระยะที่โรคยังผ่าตัดได้ การรักษา

ทั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งการผ่าตัดอาจต้องเป็นการตัดกล่องเสียงร่วมด้วย ถ้าโรคลุก ลามเข้ากล่องเสียงแล้ว

ในโรคระยะที่ผ่าตัดไม่ได้ การรักษา คือ การฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด แต่ถ้าสุขภาพไม่อำนวย การรักษา คือ การฉายรังสีเพียงวิธีการเดียว

ส่วนโรคในระยะแพร่กระจาย แพทย์ให้การรักษาผู้ป่วยเป็นรายๆไป ขึ้นกับ อาการ อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย

นอกจากนั้น คือ การฝึกพูดโดยนักแก้ไขการพูดในกรณีที่มีการผ่าตัดกล่องเสียง ซึ่งความ สำเร็จในการฝึกพูดขึ้นกับความร่วมมือและความอดทนของผู้ป่วยในการฝึก และครอบครัวผู้ป่วยที่จะคอยช่วยเหลือเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย เพราะไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งคอหอยอย่างไร?

ผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาโรคมะเร็งคอหอย ขึ้นกับวิธีรักษา ทั้งนี้ผล ข้างเคียงจะสูงขึ้นเมื่อ

โรคมะเร็งคอหอยรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งคอหอยเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสรักษาได้หาย ทั้งนี้ความรุนแรงโรค ขึ้นกับ ระยะโรค อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย

อัตราอยู่รอดที่ 5 ปีของโรคมะเร็งคอหอยภายหลังการรักษา

  • ในระยะที่ 1 ประมาณ 50%
  • ระยะที่ 2 ประมาณ 40%
  • ระยะที่ 3 ประมาณ 30%
  • ระยะที่ 4 เมื่อยังไม่มีโรคแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต ประมาณ 20%
  • ระยะที่ 4 เมื่อโรคแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิตแล้ว ประมาณ 0 ถึงน้อยกว่า 5%

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งคอหอยไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งคอหอยให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือเมื่อมีอาการเจ็บคอ หรือมีเสลด/น้ำลายเป็นเลือดดังกล่าวแล้ว นานเกินกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ควรรีบพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ

ป้องกันโรคมะเร็งคอหอยอย่างไร?

ปัจจุบันการป้องกันโรคมะเร็งคอหอยที่ดีที่สุด คือ การไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอล กอฮอล์ และเลิกทั้งบุหรี่ และแอลกอฮอล์ เมื่อเสพอยู่

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งซึ่งรวมทั้งโรคมะเร็งคอหอย อ่านเพิ่มเติมใน การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง และการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และในเรื่องการดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

บรรณานุกรม

  1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  2. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer
  3. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers.
  4. Heck,J. et al. (2008).Dietary risk factors for hypopharyngeal cancer in India. Cancer Causes Control.19,1392-1337.
  5. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute.
  6. Perez,C., Brady, L., Halperin, E., and Schmidt-Ullrich, R. (2004). Principles and practice of radiation oncology. (4th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 7 คน kokutou jooon-ly nook.niick.9 porza28 jetsadakorn.najaikong tooyou milk254016
Frame Bottom