Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

คอหอย  ระบบหูคอจมูก  ระบบศีรษะและลำคอ  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เจ็บคอเรื้อรัง  เสมหะเป็นเลือดเรื้อรัง 

บทนำ

มะเร็งคอหอย(Hypopharyngeal cancer) หรืออีกชื่อคือ มะเร็งคอหอยส่วนกล่องเสียง(Laryngopharyngeal cancer) ได้แก่ โรคที่เกิดจากการกลายพันธ์ของเซลล์เนื้อเยื่อคอหอยตำแหน่งใดก็ได้ ส่งผลให้เซลล์นั้นมีการเจริญแบ่งตัวรวดเร็วเกินปกติ และร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญแบ่งตัวนั้นได้ จึงเกิดเป็นก้อนมะเร็ง/แผลมะเร็งรุกราน/ลุกลามทำลายและอุดตันคอหอย ลุกลามทำลาย เนื้อเยื่อ/อวัยวะข้างเคียงคอหอย ต่อมน้ำเหลืองลำคอ และในที่สุดแพร่กระจายทางระบบน้ำเหลืองเข้าทำลายต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกายนอกลำคอ เช่นที่ รักแร้ ช่องอก หรือขาหนีบ และ/หรือแพร่กระจายทางกระแสเลือด/โลหิตเข้าทำลายอวัยวะต่างๆได้ทั่วร่างกาย พบบ่อยที่ ปอด และกระดูก

อนึ่ง คำว่า ‘คอหอย (Pharynx)’ ทั่วไปหมายถึง คอหอยส่วนกล่องเสียง (Hypophyrynx) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อกลุ่มหนึ่งในลำคอส่วนที่อยู่ด้านข้างทั้งซ้าย ขวา และด้านหลังของกล่องเสียง จึงเรียกได้ชื่ออีกชื่อว่า ‘คอหอยส่วนกล่องเสียง (Laryngopharynx)’ เป็นเนื้อเยื่อที่ประกอบด้วย เยื่อเมือก/ เยื่อบุผิว, เนื้อเยื่อเกี่ยวพันใต้เยื่อเมือก, กล้ามเนื้อ, เส้นประสาท, หลอดเลือด, และระบบน้ำเหลือง มีหน้าที่ช่วยในการกลืนอาหาร ดื่มน้ำ การออกเสียง และการหายใจ ทั้งนี้นอกจากกล่องเสียงแล้ว อวัยวะที่อยู่ติดต่อกับคอหอยส่วนกล่องเสียงตอนล่าง คือ หลอดอาหาร

คอหอยส่วนกล่องเสียง ซึ่งต่อไปขอเรียกว่า “คอหอย” ประกอบด้วยกลุ่มเนื้อเยื่อ 3 กลุ่มหลักที่สามารถเกิดเป็นมะเร็งได้ทุกส่วน/ทุกกลุ่ม คือ

โรคมะเร็งคอหอย (Hypopharyngeal cancer หรือ Hypopharyngeal carcinoma) เป็นโรคพบได้เรื่อยๆ ไม่ถึงกับบ่อยมาก เป็นโรคมะเร็งของผู้ใหญ่ พบได้สูงขึ้นเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป (สามารถพบได้ในอายุต่ำกว่านี้) ผู้หญิงพบได้น้อยกว่าผู้ชาย 3-5 เท่า

ในประเทศไทยช่วง พ.ศ. 2553-2555 รายงานในปีพ.ศ.2558 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบโรคนี้ในผู้หญิง 0.1 คนต่อประชากรหญิง 100,000 คน และพบในผู้ชาย 1.5 คนต่อประชากรชาย 100,000 คน

โรคมะเร็งคอหอยมีกี่ชนิด?

โรคมะเร็งคอหอย

โรคมะเร็งคอหอยมีหลากหลายชนิด ทั้งในกลุ่มมะเร็งคาร์ซิโนมา และกลุ่ม มะเร็งซาร์โคมา แต่ที่พบบ่อยเกือบทั้งหมด คือ ชนิดคาร์ซิโนมา (Carcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งของเยื่อเมือก แต่มะเร็งของเยื่อเมือกเอง ยังแบ่งออกได้เป็นอีกหลากหลายชนิดเช่นกัน

  • โดย 90-95% จะเป็นชนิด ‘สะความัส (Squamous cell carcinoma)’
  • ดังนั้น โดยทั่วไปเมื่อกล่าวถึงโรคมะเร็งคอหอย จะหมายถึง โรคมะเร็งชนิดสะความัส ทั้งนี้รวมทั้งใน บทความนี้ ด้วย

โรคมะเร็งคอหอยเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคมะเร็งคอหอย แต่ทราบปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

โรคมะเร็งคอหอยมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งคอหอย แต่จะเป็นอาการเหมือนจากมีการอักเสบเรื้อรังของลำคอจากสาเหตุทั่วไป

โดยอาการที่พบได้บ่อยของโรคมะเร็งคอหอย ได้แก่

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งคอหอยได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งคอหอยได้จาก

ภายหลังเมื่อทราบว่าเป็นโรคมะเร็งคอหอยแล้ว จะมีการตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อประเมินระยะโรค และสุขภาพผู้ป่วย เช่น

โรคมะเร็งคอหอยมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งคอหอยมี 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะเร็งอื่นๆ และแต่ละระยะยังอาจแบ่งย่อยได้อีก ทั้งนี้เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ ช่วยเลือกวิธีรักษา, บอกการพยากรณ์โรค, และในการศึกษาวิจัย, ซึ่งทั้ง 4 ระยะหลัก คือ

อนึ่ง: มะเร็งระยะศูนย์(Stage 0) หรือ Carcinoma in situ (CIS): คือ มะเร็งระยะที่เซลล์มะเร็งยังไม่รุกราน(Preinvasive)/ลุกลามออกนอกเนื้อเยื่อชั้นเยื่อบุผิว(Epithelium) โรคระยะนี้ไม่มีการลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ/อวัยวะข้างเคียง หรือต่อมน้ำเหลือง หรือแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต เป็นระยะที่พบได้น้อยมากๆ ผู้ป่วยมักไม่มีอาการ และวินิจฉัยได้จากการตรวจชิ้นเนื้อด้วยการตรวจทางพยาธิวิทยาเท่านั้น เป็นระยะที่รักษาได้ผลดีมาก อัตรารอดที่ห้าปี มักสูงกว่า 90-95% และทั่วไป มักยังไม่จัดเป็นมะเร็งอย่างแท้จริง

โรคมะเร็งคอหอยรักษาอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งคอหอย คือ การรักษาด้วยวิธีการหลักของโรคมะเร็งทั้ง 3 วิธี คือ

อนึ่ง ตัวอย่างการรักษา เช่น

ก. ในระยะที่โรคยังผ่าตัดได้ การรักษา เช่น

ทั้งนี้ จะเลือกวิธีใด อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งการผ่าตัดอาจต้องเป็นการตัดกล่องเสียงร่วมด้วย ถ้าโรคลุก ลามเข้ากล่องเสียงแล้ว

ข. ในโรคระยะที่ผ่าตัดไม่ได้ การรักษา คือ การฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด แต่ถ้าสุขภาพไม่อำนวย การรักษา คือ การฉายรังสีเพียงวิธีการเดียว

ค. ส่วนโรคในระยะแพร่กระจาย แพทย์ให้การรักษาผู้ป่วยเป็นรายๆไป ขึ้นกับ อาการ อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย

นอกจากนั้น คือ การฝึกพูดโดยนักแก้ไขการพูดในกรณีที่มีการผ่าตัดกล่องเสียงด้วย ซึ่งความสำเร็จในการฝึกพูดขึ้นกับความร่วมมือและความอดทนของผู้ป่วยในการฝึก และครอบครัวผู้ป่วยที่จะคอยช่วยเหลือเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย เพราะไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งคอหอยอย่างไร?

ผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาโรคมะเร็งคอหอย ขึ้นกับวิธีรักษา ทั้งนี้ผล ข้างเคียงจะสูงขึ้นเมื่อ

ตัวอย่างผลข้างเคียงที่อาจเกิดในวิธีรักษาต่างๆ ได้แก่

โรคมะเร็งคอหอยรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งคอหอยเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง/การพยากรณ์โรคไม่ดี อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสรักษาได้หาย ทั้งนี้ความรุนแรงโรค ขึ้นกับ ระยะโรค, อายุ, และสุขภาพของผู้ป่วย โดยอัตรารอดที่ห้าปีของโรคมะเร็งคอหอยภายหลังการรักษา ได้แก่

  • ในระยะที่ 1 ประมาณ 50%
  • ระยะที่ 2 ประมาณ 40%
  • ระยะที่ 3 ประมาณ 30%
  • ระยะที่ 4

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งคอหอยไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งคอหอยให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือเมื่อมีอาการเจ็บคอ หรือมีเสลด/น้ำลายเป็นเลือดดังกล่าวแล้วในหัวข้อ ‘อาการฯ’ นานเกินกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาล เพื่อการวินิจฉัยโรค และการรักษาแต่เนิ่นๆ

ป้องกันโรคมะเร็งคอหอยอย่างไร?

ปัจจุบันการป้องกันโรคมะเร็งคอหอยที่ดีที่สุด คือ

  • การไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเลิกทั้งบุหรี่ และแอลกอฮอล์ เมื่อเสพอยู่
  • ใช้ถุงยางอนามัยชายเสมอเมื่อมีเพศสัมพันธ์ที่รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งรวมทั้งโรคมะเร็งคอหอย จะคล้ายกัน ปรับใช้ด้วยกันได้ ที่สำคัญ ได้แก่

นอกจากนี้ แนะนำอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง

บรรณานุกรม

  1. AJCC cancer staging manual, 8th edition
  2. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  3. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers.
  4. Heck,J. et al. (2008).Dietary risk factors for hypopharyngeal cancer in India. Cancer Causes Control.19,1392-1337.
  5. Imsamran, W. et al. (2015). Cancer in Thailand vol Viii, 2010-2012, National Cancer Institute, Ministry of Public Health. Thailand
  6. Perez,C., Brady, L., Halperin, E., and Schmidt-Ullrich, R. (2004). Principles and practice of radiation oncology. (4th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.
  7. https://www.cancer.org/cancer/laryngeal-and-hypopharyngeal-cancer/detection-diagnosis-staging/survival-rates.html [2019,Feb16]
  8. https://www.cancer.gov/types/head-and-neck/patient/adult/hypopharyngeal-treatment-pdq [2019,Feb16]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom