Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ทั้งตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ติดเชื้อรา 

บทนำ

ฟลูโคนาโซล (Fluconazole) เป็นยาต้านเชื้อราที่วงการแพทย์นำมาใช้ทั้งในวัตถุประสงค์เชิงป้องกันและรักษา โดยครอบคลุมการติดเชื้อราจากเชื้อรา Candida เกลื้อน การติดเชื้อราในสมอง รวมไปจนถึงกลุ่มเชื้อราที่มักเกิดกับผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์ (AIDS)

จากการศึกษาด้านเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic: กระบวนการเปลี่ยนแปลงของยา เมื่อเข้าสู่ร่างกาย) ของฟลูโคนาโซลพบว่า ยานี้สามารถดูดซึมจากทางเดินอาหารได้มากกว่า 90 % และเมื่อเข้าสู่กระแสเลือดจะจับตัวกับพลาสมาโปรตีนประมาณ 11 - 12% จากนั้นตับจะเปลี่ยนโครงสร้างของยาได้เพียง 11% โดยประมาณ ซึ่งร่างกายต้องใช้เวลา 20 - 50 ชั่วโมงในการกำจัดยาออกจากกระแสเลือด 50% โดยผ่านไปกับปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่

ยาฟลูโคนาโซลถูกบรรจุลงในบัญชียาหลักแห่งชาติของไทยโดยการรับรองของคณะกรรมการอาหารและยาว่า สมควรมีใช้ในโรงพยาบาลของรัฐ อย่างไรก็ตายานี้จัดอยู่ในหมวดยาอันตราย มีคำเตือนและข้อควรระวังหลายประการ การใช้ยานี้จึงต้องอยู่ภายใต้คำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

ฟลูโคนาโซลมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ฟลูโคนาโซล

ยาฟลูโคนาโซลมีสรรพคุณดังนี้

ฟลูโคนาโซลมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาฟลูโคนาโซลคือ ตัวยาจะลดการสังเคราะห์สาร Ergosterol (สาร สำคัญที่ใช้สร้างเซลล์ของเชื้อรา) ในเชื้อรา ส่งผลยับยั้งการสร้างเซลล์เมมเบรน/เยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane) จึงทำให้เชื้อราตายลงในที่สุด

ฟลูโคนาโซลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ฟลูโคนาโซลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้

  • รูปแบบยาแคปซูลขนาด 50, 100, 150, และ 200 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • รูปแบบยาฉีด ขนาดความแรง 2 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร, 100 มิลลิกรัม/50 มิลลิลิตร, 200 มิลลิกรัม/100 มิลลิลิตร, และ 400 มิลลิกรัม/200 มิลลิลิตร

ฟลูโคนาโซลมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ฟลูโคนาโซลมีขนาดรับประทานดังนี้

ก. สำหรับติดเชื้อแคนดิดาที่ช่องคลอด (Vaginal candidiasis):

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 150 มิลลิกรัม ครั้งเดียว

ข. สำหรับการติดเชื้อราในปาก

  • ผู้ใหญ่: วันแรกรับประทาน 200 มิลลิกรัม ครั้งเดียว จากนั้นลดขนาดรับประทานเป็น 100 มิลลิกรัม วันละครั้ง เพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลา 2 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำ

ค. สำหรับการติดเชื้อแคดิดาในกระแสโลหิตหรือตามอวัยวะในร่างกาย:

  • ผู้ใหญ่: วันแรกรับประทาน 400 มิลลิกรัม จากนั้นลดเป็น 200 - 400 มิลลิกรัม วันละครั้ง ในกรณีที่มีการติดเชื้ออย่างรุนแรง ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 800 มิลลิกรัม/วัน ระยะเวลาของการรักษาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของโรค โดยเฉลี่ยต้องรักษาต่อเนื่อง 6 - 8 สัปดาห์ เช่น การติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง (Cryptococcal meningitis) และสามารถให้เป็นยาชนิดฉีดโดยหยดผ่านหลอดเลือดดำ

ง. ป้องกันการกลับมาเป็นใหม่ของเยื่อหุ้มสมองอักเสบในผู้ป่วยโรคเอดส์:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 100 - 200 มิลลิกรัม/วัน อาจให้แบบหยดเข้าหลอดเลือดก็ได้

จ. สำหรับการติดเชื้อราในปอด:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 400 มิลลิกรัม ในวันแรก และลดขนาดรับประทานเป็น 200 มิลลิกรัม/วัน โดยการรับประทานหรือโดยฉีดเข้าหลอดเลือดดำก็ได้

ฉ. สำหรับการติดเชื้อราทางหลอดอาหาร:

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 200 มิลลิกรัม ในวันแรก และลดขนาดรับประทานเป็น 100 มิลลิกรัม/วัน โดยการรับประทานหรือโดยฉีดเข้าหลอดเลือดดำก็ได้ ขนาดยาอาจปรับได้ถึง 400 มิลลิกรัม/วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายคนไข้

***** หมายเหตุ:

  • การใช้ยาฟลูโคนาโซลในเด็ก ขนาดยาจะขึ้นกับ อายุ น้ำหนักตัวของเด็ก และความรุนแรงของโรค ดังนั้นการใช้ยานี้ในเด็ก จึงต้องอยู่ในการดูแลรักษาจากแพทย์เท่านั้น
  • เนื่องจากยานี้เป็นยาในหมวดยาอันตราย ขนาดยา และระยะเวลาในการใช้ยา ต้องอยู่ในการดูแลรักษาจากแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อยาและ/หรือปรับขนาดการรับประทานเอง

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาฟลูโคนาโซล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาฟลูโคนาโซล สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ฟลูโคนาโซลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาฟลูโคนาโซลสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) ดังนี้ เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องอืด การทำงานของตับเพิ่มมากขึ้น ปวดศีรษะ ผื่นคัน ผิวหนังบวม และภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

มีข้อควรระวังการใช้ฟลูโคนาโซลอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ฟลูโคนาโซลดังนี้

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาฟลูโคนาโซลด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ฟลูโคนาโซลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาฟลูโคนาโซลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น ดังนี้

ควรเก็บรักษาฟลูโคนาโซลอย่างไร?

ควรเก็บฟลูโคนาโซลที่อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส (Celsius) เก็บยาให้พ้นแสง แดดและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ

ฟลูโคนาโซลมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาฟลูโคนาโซลที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิต เช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Biozole (ไบโอโซล) Biolab
Diflucan (ไดฟลูแคน) Pfizer
Fluconazole Mayne Pharma (ฟลูโคนาโซล เมียน ฟาร์มา) Mayne Pharma
Flucozole (ฟลูโคโซล) Siam Bheasach
Fludizol (ฟลูดิซอล) M & H Manufacturing
Flunco (ฟลันโค) T.O. Chemicals
Fluzoral (ฟลูโซรอล) GPO
Funa (ฟูนา) L. B. S.
Kyrin (คีริน) Silom Medical
Stalene (สตาเลน) Unison

บรรณานุกรม

1 http://en.wikipedia.org/wiki/Fluconazole [2014,Aug23]
2 http://www.drugs.com/dosage/fluconazole.html [2014,Aug23]
3 http://www.mims.com/USA/drug/info/fluconazole/ [2014,Aug23]
4 http://www.mims.com/Thailand/drug/search/?q=Fluconazole&page=0 [2014,Aug23]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน sirikul nattaphong_123
Frame Bottom