Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบโรคผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

คัน 

บทนำ

ภาวะผิวแห้ง (Dry skin หรือ Xerosis) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในฤดูหนาวที่มีอากาศแห้ง อาการของผิวแห้งมีตั้งแต่ผิวแห้งเล็กน้อยที่ไม่สังเกตเห็น ไม่มีอาการ หรือผิวแห้งมากจนมีอาการคันและติดเชื้อแบคทีเรียจากการเกา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป

ภาวะผิวแห้งพบได้ในทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ และทั้งเพศหญิงและเพศชาย

อะไรเป็นสาเหตุและกลไกการเกิดภาวะผิวแห้ง?

ผิวแห้ง

ผิวแห้ง เกิดจากการที่ผิวสูญเสียน้ำให้กับบรรยากาศโดยการระเหยออก ยิ่งอากาศในบรรยากาศแห้งโดยเฉพาะฤดูหนาว จะทำให้น้ำในผิวระเหยสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น จึงมีโอกาสการเกิดผิวแห้งได้ง่ายขึ้น

การระเหยของน้ำออกจากผิวหนังนั้น โดยปกติจะมีการป้องกันด้วยชั้นของผิวหนังซึ่งมีส่วนประกอบเสมือนกำแพงอิฐ ที่มีเซลล์ที่ผิวหนังชั้นนอกเป็นก้อนอิฐ และไขมันของผิวหนัง (Fatty acid, Ceramides, Cholesterol) เชื่อมก้อนอิฐแต่ละก้อนไว้ หากเกิดความบกพร่องของกำแพงผิวหนังนี้ ก็จะทำให้ผิวเสียน้ำสู่อากาศรอบตัว เกิดภาวะผิวแห้งได้เช่นกัน

ตัวอย่างปัจจัยที่มีผลในการทำลายชั้นกำแพงของผิวนี้ เช่น มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่มีปัญหาภาวะผิวแห้งนั้นมีเพิ่มขึ้นทุกปีในระยะหลังนี้ โดยอาจเนื่องมาจาก พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เราอาบน้ำอุ่น ฟอกสบู่กันบ่อยมากขึ้น จึงทำให้สูญเสียไขมันที่ประกอบอยู่ในชั้นผิวส่วนนอกของผิวหนัง

องค์ประกอบของกำแพงของผิวหนังในแต่ละส่วนของร่างกาย มีส่วนประกอบในสัดส่วนที่ต่างกันไป ปัญหาผิวแห้งในแต่ละส่วนของร่างกายจึงมีความรุนแรงและอาการไม่เท่ากัน จากการศึกษาพบว่า บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าเป็นส่วนที่มีการระเหยของน้ำได้มากที่สุด จึงเกิดปัญหาผิวแห้งได้ง่ายเมื่อเทียบกับผิวหนังส่วนอื่นของร่างกาย เช่น ใบหน้า เป็นต้น

ใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดผิวแห้ง?

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะผิวแห้ง แบ่งเป็น

  • สาเหตุ/ปัจจัยจากภายในร่างกาย โดยมีอายุเป็นปัจจัยสำคัญ ยิ่งอายุมากขึ้น ผิวมีแนว โน้มที่จะแห้งมากขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 60 ปี
  • สาเหตุ/ปัจจัยจากภายนอกร่างกายนั้น ขึ้นกับสภาพแวดล้อม และกิจกรรม/พฤติกรรมต่างๆ เช่น ผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศแห้ง มีแนวโน้มจะเกิดผิวแห้งได้มากกว่า รวมถึงผู้ที่ชอบอาบน้ำอุ่น/น้ำร้อน แช่น้ำอุ่น/น้ำร้อนเป็นประจำด้วย และผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องสัมผัสกับ สบู่ ผง ซักฟอก บ่อยๆ ก็ทำให้เกิดผิวแห้งบริเวณที่สัมผัสสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้

อาการของผิวแห้งเป็นอย่างไร?

เนื่องจาก น้ำเป็นองค์ประกอบที่ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น และมีการผลัดเซลล์ผิวไปตาม ปกติ ในรายที่ผิวหนังแห้งไม่มาก จะสังเกตผิวดูแห้งด้าน เห็นร่องลายของผิวหนังชัด ผิวขาดความยืดหยุ่น เมื่อผิวแห้งมากขึ้น จะส่งผลให้เกิดอาการแห้ง คัน ลอก เป็นสะเก็ด

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่? แพทย์วินิจฉัยภาวะผิวแห้งได้อย่างไร?

สามารถไปพบแพทย์ได้เสมอ หากมีข้อสงสัยจากมีอาการคันผิว หรือคิดว่าตนเองมีผิวแห้ง เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลผิว

โดยทั่วไป แพทย์สามารถวินิจฉัยอาการผิวแห้งได้จาก การสอบถามประวัติ การตรวจร่าง กาย การตรวจดูผิวหนัง แต่ในกรณีที่มีอาการมาก หรือมีลักษณะชวนสงสัยว่า มีสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ โรคผื่นแพ้สัมผัส อาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่ม เติม เช่น การตรวจเลือด ดูค่าสารภูมิต้านทาน หรือการตรวจทดสอบการแพ้สารต่างๆของผิว หนัง ที่เรียกว่า Patch test เป็นต้น

แพทย์รักษาภาวะผิวแห้งอย่างไร?

วิธีรักษาภาวะผิวแห้ง ได้แก่

ภาวะผิวแห้งก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนจากผิวแห้ง คือ การเกิดการอักเสบของผิวหนัง (Asteato tic eczema) ลักษณะเป็นผิวแห้ง แดง คัน เป็นขุย และ/หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนในบริเวณที่คัน จากมีแผลแตก และ/หรือจากการเกา คือ มีอาการแดง เจ็บ อาจมีหนอง

ผิวแห้งมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

ผิวแห้ง ไม่ใช่อาการรุนแรง อาการมักดีขึ้นหลังใช้โลชัน และปฏิบัติตน เพื่อเลี่ยงอาการผิวแห้ง แต่อาการจะเกิดเป็นซ้ำได้เสมอ เมื่อสัมผัสกับอากาศเย็นแห้ง เช่น ในฤดูหนาว หรือเดิน ทางไปต่างประเทศในประเทศเขตอากาศหนาว

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีผิวแห้ง?

การดูแลตนเองเมื่อมีผิวแห้ง ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงอากาศแห้งและเย็นจัด
  • ไม่อาบน้ำนาน ไม่แช่น้ำนาน
  • ฟอกสบู่เฉพาะบริเวณที่จำเป็นเช่น รักแร้ ขาหนีบ ลำตัว เลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว
  • ไม่อาบน้ำอุ่นหรือร้อนจัด

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

เมื่อผิวหนังมีอาการแดง คันมากขึ้น หรือเป็นหนอง หรือเมื่อกังวลในอาการ ควรพบแพทย์ หรือ ถ้าเคยพบแพทย์แล้ว ก็ควรพบแพทย์ก่อนนัด

ป้องกันภาวะผิวแห้งได้อย่างไร?

การป้องกันภาวะผิวแห้ง ได้แก่

  • การปฏิบัติตนเพื่อเลี่ยงผิวแห้ง เช่น หลีกเลี่ยงอากาศแห้งและเย็นจัด ไม่อาบน้ำนาน ไม่แช่น้ำนาน ไม่อาบ/แช่ น้ำอุ่นจัด น้ำร้อน ฟอกสบู่เฉพาะบริเวณที่จำเป็น เช่น รักแร้ ขาหนีบ ลำ ตัว และเลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยนต่อผิว(เช่น สบู่เด็กอ่อน)
  • ใช้โลชันดังกล่าวในหัวข้อ การรักษา เพื่อให้ความชุ่มชื้นผิวเป็นประจำทุกวัน

บรรณานุกรม

  1. Leslie Baumann,MD.Cosmetic dermatology second edition.The McGraw-Hill Companies,Inc 2002
  2. Dry skin .American family physician.org . http://www.aafp.org/afp/2003/0915/p1145.html [2013,Dec6].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul Cake10 OshiMayu
Frame Bottom