Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบมะเร็งวิทยา  ระบบโรคผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปานแดงในทารก 

บทนำ

ปานแดงในเด็กเล็ก (Infantile hemangioma หรือ Capillary hemangioma หรือ Strawberry hemangioma) คือ โรคเนื้องอกของหลอดเลือดชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง เป็นโรคเกิดที่ผิวหนังในเด็กเล็ก เกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นเนื้องอกที่พบได้บ่อยในวัยเด็กคือ พบได้ประ มาณ 4% ของเด็กวัยก่อน 1 ปี พบในเด็กหญิงบ่อยกว่าเด็กชายในอัตราส่วนประมาณ 3-5:1 ทั้ง นี้ โรคนี้มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากเนื้องอกชนิดอื่นคือ ระยะแรกๆ เนื้องอกจะเติบโต แต่หลังจากนั้น จะค่อยๆลดขนาดลง และหายไปได้เอง

อะไรเป็นสาเหตุ/กลไกการเกิดโรคปานแดงในเด็กเล็ก?

ปานแดงในเด็กเล็ก

ปานแดงในเด็กเล็ก เป็นเนื้องอกที่ผิวหนัง ที่ประกอบด้วยเซลล์ที่เป็นส่วนประกอบของหลอดเลือด เนื้องอกจึงมีสีแดงหรือสีแดงเข้ม ทั้งนี้ขึ้นกับระดับความลึกของเนื้องอก

ได้มีความพยายามในการศึกษาถึงสาเหตุการเกิดของเนื้องอกหลอดเลือดนี้ แต่ยังเป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุและกลไกการเกิดชัดเจนนัก อย่างไรก็ตาโรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ หรือโรคทางพันธุกรรม (แต่ก็มีบางการศึกษาพบว่า โรคนี้อาจมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้)

เด็กทารกจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคนี้มากขึ้น หากมีปัจจัยเสี่ยงดังนี้คือ ทารกเพศหญิง, คลอดก่อนกำหนด, ทารกน้ำหนักน้อย, มารดาอายุมากกว่า 30 ปี, และ/หรือ มารดาคลอดบุตรมาแล้วหลายคน

อาการของโรคปานแดงในเด็กเล็กเป็นอย่างไร?

เมื่อแรกเกิด มักจะยังไม่พบปานแดงในเด็กเล็ก โดยอาจพบได้เป็นลักษณะของผิวหนังที่มีเส้นเลือดฝอยอยู่มาก ผิวหนังจะมีสีเข้มขึ้นกว่าปกติ หรือสีซีดกว่าปกติ ในบริเวณที่กำลังจะมีปานแดงในเด็กเล็กเกิดขึ้น

ส่วนมาก เนื้องอกปานแดงนี้ จะเริ่มขยายขนาดขึ้นภายในขวบปีแรกของเด็ก โดยจะขยายขนาดอย่างรวดเร็วในช่วงอายุ 1 ถึง 5 เดือน จากนั้นจะเข้าสู่ระยะที่เนื้องอกลดขนาดลง จนค่อย ๆหายไปในที่สุด

เนื้องอกที่อยู่ในผิวหนังชั้นบนจะมีสีแดงสด หากอยู่ในผิวหนังชั้นลึกจะมีสีออกน้ำเงิน รูป ร่างของเนื้องอกอาจเป็นก้อนหรือเป็นผืนหนาๆ โดยทั่วไปขนาดจะอยู่ระหว่าง 0.5-5 เซนติเมตร

ทั้งนี้ ประมาณ 70% ของผู้ป่วย เนื้องอกจะยุบหายไปก่อนอายุ 7 ปี หลังจากเนื้องอกหายไปแล้ว ประมาณ 38% ของผู้ป่วย พบว่ามีรอยของเนื้องอกหลงเหลืออยู่ในลักษณะเป็นแผลเป็น (มักพบเมื่อปานแดงฯมีขนาดใหญ่)

ปานแดงในเด็กเล็ก ส่วนใหญ่จะเกิดที่ผิวหนัง (มักพบที่ผิวหนังในส่วน ศีรษะและลำคอ เช่น ใบหน้า, หนังศีรษะ) และมักเกิดในตำแหน่งเดียว แต่ก็พบเกิดในหลายตำแหน่งได้ นอก จากนั้น บางครั้งยังสามารถพบเกิดได้ในส่วนอื่นๆของร่างกาย เช่นที่ ตับ ม้าม กล่องเสียง ระบบทางเดินอาหาร

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

ในเด็กทารก จะมีการตรวจร่างกายทุกครั้งที่ฉีดวัคซีนอยู่แล้ว จึงจัดเป็นการเฝ้าระวังโรคปานแดงในเด็กเล็กไปในตัว และเนื่องจากเป็นเนื้องอกที่หายได้เอง จึงมีเนื้องอกปานแดงนี้เพียงบางตำแหน่งเท่านั้น ที่อาจเกิดผลข้างเคียงได้ ที่ควรติดตามการเจริญเติบโตอย่างใกล้ชิด คือ ควรพบแพทย์และพบแพทย์ตามนัดเสมอ เช่น

  • โรคที่เกิดบริเวณใบหน้า ที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร ซึ่งแพทย์จะตรวจร่างกายทา รกเพิ่มเติม เพื่อหาความผิดปกติอื่นๆที่อาจพบร่วมได้ เช่น ความผิดปกติของเส้นเลือดในสมอง
  • โรคที่เกิดบริเวณหนังตา ที่อาจบดบังการมองเห็น หรือทำให้เกิดการมองเห็นที่ผิดปกติ
  • โรคที่เกิดบริเวณกรามล่าง ที่อาจทำให้เกิดปัญหาในการหายใจ
  • โรคที่เกิดบริเวณหลัง และทวารหนัก ที่อาจสัมพันธ์กับความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ

แพทย์วินิจฉัยโรคปานแดงในเด็กเล็กได้อย่างไร?

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคปานแดงในเด็กเล็กได้จาก การสอบถามประวัติทางการแพทย์ต่างๆของทั้งทารกและของมารดา การตรวจร่างกาย และการตรวจรอยโรค

แพทย์รักษาโรคปานแดงในเด็กเล็กอย่างไร?

หลักในการรักษาโรคปานแดงในเด็กเล็ก ขึ้นอยู่กับการที่แพทย์ชั่งน้ำหนักระหว่างประ โยชน์ที่จะได้รับในการรักษา และผลข้างเคียงจากการรักษา โดยพิจารณาจาก ขนาด และตำ แหน่งของรอยโรค ร่วมกับผลกระทบทางด้านจิตใจต่อเด็ก เช่น ปานแดงฯขนาดใหญ่บนใบหน้า อาจทำการรักษาก่อนเด็กเข้าโรงเรียน เพื่อป้องกันปัญหาทางจิตใจเด็ก เป็นต้น

หากตัดสินใจในการรักษาแล้ว แนวทางในการรักษาโรคปานแดงในเด็กเล็กมีดังนี้คือ

โรคปานแดงในเด็กเล็กก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงจากโรคปานแดงในเด็กเล็ก คือ เนื้องอก/รอยโรคในบริเวณที่มีการเสียดสี เช่น บริเวณปาก บริเวณทวารหนัก รอยพับแขนขา อาจเกิดแผลขึ้นได้ พบได้ประมาณ 15% ของผู้ป่วย ซึ่งอาจพบการติดเชื้อแบคทีเรียตามมาได้ โดยเมื่อเกิดผลข้างเคียงในลักษณะนี้ การรักษา คือ การทำเลเซอร์ ร่วมกับการทายาฆ่าเชื้อ/ยาปฏิชวนะ

นอกจากนั้น คือ ปัญหาด้านภาพลักษณ์/ความสวยงามของเด็ก

โรคปานแดงในเด็กเล็กมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

โรคปานแดงในเด็กเล็ก เป็นเนื้องอกที่ไม่ทำให้เสียชีวิต มักไม่ก่ออาการอื่นๆ (ยกเว้น เกิดที่บางตำแหน่ง ดังได้กล่าวแล้วใน หัวข้อ การพบแพทย์) ไม่กลายไปเป็นมะเร็ง เป็นโรคที่ส่วนใหญ่หายได้เอง และไม่กลับเป็นซ้ำ

ดูแลผู้ป่วยอย่างไร?

การดูแลผู้ป่วย คือ คุณพ่อคุณแม่ช่วยสังเกตการณ์โตของก้อนเนื้องอก/ของปานแดงฯ โดยเฉพาะในบริเวณสำคัญ เช่น กรามล่าง รอบตา ใกล้ทวารหนัก และระวังไม่ให้เกิดการเสียดสีที่เนื้องอกให้เกิดแผล ซึ่งเมื่อปานแดงฯโตเร็ว และ/หรือมีแผล ควรรีบนำเด็กพบแพทย์เสมอ

เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด?

ควรนำเด็กพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเสมอ เมื่อเกิดแผลขึ้นที่เนื้องอก/ปานแดงฯ หรือ มีอาการผิดปกติ ที่เกิดจากเนื้องอก/ปานแดงฯ เช่น เนื้องอกโตอย่างรวดเร็วบริเวณตา บังการมองเห็น หรือเนื้องอกบริเวณกรามล่าง ที่เป็นสาเหตุให้ทารกมีการหายใจที่ผิดปกติ เป็นต้น

ป้องกันโรคปานแดงในเด็กเล็กได้อย่างไร?

เนื่องจากโรคปานแดงในเด็กเล็ก เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิด ดังนั้น จึงยังไม่สามารถป้องกันโรคนี้ได้

บรรณานุกรม

  1. Lowell A Goldsmith , Stephen I Katz , Barbara A Gilchrest,Amy S.Paller ,David J. Leffell,Klaus Wolff, Amy S. Paller, David J.Leffell ; Fitzpatrick's dermatology in general medicine ; eighth edition ; Mc Grawhill medical
  2. Infantile hemangiomas: medscape ; http://emedicine.medscape.com/article/1083849-overview [2014,Jan23].
  3. ปรียา กุลละวณิชย์, ประวิตร พิศาลบุตร บรรณาธิการ. ตำราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน Dermatology 2020 พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ โฮลิสติก พับลิชชิ่ง. 2555


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน charniyom62 tongnpk_za rattakul19955 Saksitjay japan_yeepunzz
Frame Bottom