Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ปอด  ระบบโรคติดเชื้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ไข้  ไอ 

บทนำ

โรคปอดอักเสบและโรคปอดบวม (Pneumonitis or Pneumonia) มีความหมายคล้าย คลึงกันมากจนใช้เรียกแทนกันได้ แต่นิยมเรียกโรคปอดอักเสบมากกว่าเพราะตรงความหมายมากกว่า โรคปอดอักเสบเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่สำคัญโดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และเป็นสาเหตุการตายในเด็กที่สูงถึง 1.6 ล้านคนต่อปีจากจำนวนผู้ป่วย 156 ล้านคนต่อปีทั่วโลก โดย 95% ของเด็กเหล่านี้อาศัยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาเพราะมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปอดอักเสบสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว สำหรับประเทศไทยพบโรคปอดอักเสบ 1,418 คนต่อประชากรไทย 100,000 คน

โรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็กเกิดได้อย่างไร?

ปอดบวมในเด็ก-ปอดอักเสบในเด็ก

โรคปอดอักเสบปอดบวมเกือบทั้งหมดมีสาเหตุจากเชื้อโรคทั้งสิ้นโดยพบดังนี้

  1. เชื้อไวรัส เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโรคหัด ไวรัสอาร์เอสวี ฯลฯ ซึ่งกลุ่มนี้พบบ่อยที่สุด
  2. เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcus) เชื้อฮีโมฟิลุส อินพลูเอนเซ (Haemophilus influenzae) เชื้อมัยโคพลาสม่า (Mycoplasma) ฯลฯ พบได้พอสมควร โดยปกติเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้จะอยู่ที่คอหอยของคนเรา รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการก่อโรคปอดอักเสบหรือโรคอื่นๆ
  3. เชื้อรา เช่น เชื้อราแคนดิดา (Candida) เชื้อราเพนิซิเลี่ยม (Penicillium) ฯลฯ มักเกิดขึ้นในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำเช่น กินยาสเตียรอยด์ โรคเอดส์ เป็นต้น

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็ก?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็กคือ

  1. ตัวเด็กเอง:
  2. สิ่งแวดล้อม:
    • อยู่อย่างแออัด (การถ่ายเทอากาศไม่ดี)
    • ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ภายในบ้าน เป็นต้น
  3. เชื้อโรค:

โรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็กมีอาการอย่างไร?

อาการจากโรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็กคือ

แพทย์วินิจฉัยโรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็กอย่างไร?

การวินิจฉัยแบ่งเป็น 2 แบบ

  1. จากอาการ:
  2. จากห้องปฏิบัติการ:

รักษาโรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็กอย่างไร? ดูแลเด็กอย่างไร?

การรักษาโรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็ก เนื่องจากโรคปอดอักเสบปอดบวมมักมีอาการรุนแรงและอาจจะถึงแก่ชีวิตได้ จึงต้องดูแลรักษาโดยแพทย์เท่านั้น โดยเมื่อเด็กมีอาการดัง กล่าว ไม่ควรดูแลเอง ควรรีบนำเด็กพบแพทย์ ทั้งนี้การรักษามี 2 ส่วนคือ

  1. การรักษาตามอาการและประคับประคองเช่น ยาแก้ไข้ ยาแก้ไอ หากมีอาการหอบเหนื่อยต้องให้ออกซิเจน หากอาการรุนแรงมากอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
  2. การรักษาจำเพาะต่อเชื้อโรค เช่น ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ (ยาทามิฟลู/Tamiflu) หรือ ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสมต่อเชื้อโรคต้นเหตุของโรคปอดอักเสบปอดบวมนั้นๆ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาชนิดของยาต่างๆรวมทั้งชนิดของยาปฏิชีวนะ ขนาดยา วิธีการให้ยา (เช่น กิน หรือฉีดเข้าเส้น) และระยะเวลาของการใช้ยาอย่างเหมาะสม และไม่ควรซื้อยากินเอง

เมื่อไรจึงควรพาเด็กที่สงสัยโรคปอดอักเสบปอดบวมมาพบแพทย์?

อาการปอดอักเสบมักเริ่มต้นด้วยอาการไข้หวัดใหญ่ประมาณ 2 - 4 วันแล้วจึงเริ่มหอบเหนื่อย เพลีย ซึ่งเป็นอาการของปอดอักเสบปอดบวม ดังนั้นหากเด็กที่เริ่มเป็นไข้หวัดไม่ว่าจะรักษาโดยแพทย์หรือรักษาเองก็ตาม ถ้า 24 - 48 ชั่วโมงหลังการรักษาไข้หวัดนั้นๆแล้วอาการไม่ดีขึ้นเช่น ไข้สูงตลอด หอบเหนื่อย เพลีย ไอมาก อาเจียนมาก ฯลฯ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคปอดอักเสบปอดบวมซึ่งรุนแรงและอันตรายได้ ควรรีบนำเด็กพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลด่วน เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

การป้องกันโรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็กทำอย่างไร?

การป้องกันโรคปอดอักเสบปอดบวมในเด็กมีหลายวิธีได้แก่

  1. กินนมแม่ให้นานที่สุด
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่นละออง ควันบุหรี่ ควันไฟ ควันธูป ฯลฯ
  3. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคเช่น วัคซีนโรคไอกรน วัคซีนโรคหัด วัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโรคฮิบ วัคซีนโรคไอพีดี เป็นต้น
  4. หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีคนอยู่อย่างแออัด
Updated 2014, Dec 20


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน akadate22527 zalapao jida.95 Patta9223 Bellaung14936 Chotika1109
Frame Bottom