Frame Top
User

ปฏิบัติการในโรงพยาบาล จากมุมมองของผู้บริหาร
ตอนที่ 2 : โรงพยาบาลสมัยโบราณ

โดย ดร.วิทยา มานะวาณิชเจริญ
15 พฤศจิกายน 2012

โรงพยาบาลสมัยแรก เริ่มขึ้นประมาณ 4,000 ปีที่แล้ว ในดินแดนเมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) ในช่วงเวลานั้น หุบเขาริมแม่น้ำ เป็นสถานเหมาะสำหรับการลงหลักปักฐานของมนุษย์ เผ่าพันธ์ต่างๆ จึงเริ่มสร้างอาณาจักรและอารยธรรม พัฒนาการจนเจริญรุ่งเรือง แล้วตกต่ำจนเสื่อมสลายไปตามวัฏจักร

โรงพยาบาลและการแพทย์มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์โลก และแปรผันไปตามสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม หลังจากที่ศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม เริ่มแผ่ขยายไปตามภูมิภาคต่างๆ ของโลก ก็มีการสร้างโรงพยาบาล ไปตามประเทศที่ศาสนาทั้งสองมีอิทธิพลอยู่ อาทิ อิยิปต์ จีน เปอร์เซีย [อิหร่านในปัจจุบัน] กรีซ และโรม

โดยเฉพาะอียิปต์ ได้มีบันทึกของนักประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผู้คนที่มีสุขภาพดี การปฏิบัติสุขอนามัย และแพทย์ที่เชี่ยวชาญ การแพทย์ในอิยิปต์ และประเทศเจริญรุ่งเรืองในเวลานั้น ได้รับการผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางปฏิบัติ บริการ และพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งวิวัฒนามาจากความเชื่อในเทพเจ้าบางองค์ที่มีพลังอำนาจในการรักษาผู้ป่วย

ในสมัยนั้น มีเพียงสถานที่หลบภัยของผู้ป่วย ซึ่งมีลักษณะเป็นที่อยู่อาศัย ภายในบริเวณอากาศปลอดโปร่ง มีน้ำร้อนและน้ำเย็นให้อาบ ยาที่ใช้มีเกลือ น้ำผึ้ง และน้ำแร่ ประมาณ 1,000 ปีก่อนศริสต์กาล ชาวโรมันได้แปลงสถานที่ดังกล่าว ให้กลายเป็นโรงพยาบาลสำหรับการรักษาทหารที่ป่วยและบาดเจ็บ โรงพยาบาลเริ่มมีความสำคัญ เพราะชาวโรมันต้องอาศัยทหารในการขยายอาณาจักรแห่งอำนาจ

ฮิปโปคราตีส (Hippocrates) ผู้ได้รับการยกย่องว่า “เป็นบิดาแห่งการแพทย์สมัยใหม่” (Father of modern medicine) ริเริ่มแนวคิดใหม่ของการปฏิบัติทางการแพทย์บนพื้นฐานของเหตุผล [ทางวิทยาศาสตร์] โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลทางศาสนา อาทิการฟังเสียงการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย (Auscultation) การผ่าตัด (Surgery) และการเก็บบันทึกรายละเอียดของผู้ป่วย ซึ่งอธิบายถึงโรคต่างๆ ตั้งแต่วัณโรค (Tuberculosis) ไปจนถึง แผลเปื่อย (Ulcer)

หินอ่อนขนาดยักษ์ 3 แผ่น ในโบสถ์แห่งหนึ่ง ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุ 350 ปีก่อนคริสต์กาล ได้บันทึกชื่อผู้ป่วย 70 ราย ที่มาขอรับบริการที่โบถส์ พร้อมกรณีศึกษา อาการเจ็บป่วย และการรักษา ในจำนวนนี้มีการเอาสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายออก และการผ่าตัดฝีที่ท้อง (Abdominal abscess) โดยใช้ผิ่น (Opium) เป็นยาสงบประสาท (Sedative)

การย้ายถิ่นฐานจากชนบทสู่ตัวเมือง ทำให้ประชาชนเพิ่มขึ้นจนแออัดที่กรุงโรมและเมเสโปเตเมีย เกิดปัญหาสุขอนามัย จนเป็นโรคระบาด (Epidemic) จากการติดเชื้อ (Infection) ทำให้อัตราการตาย (Mortality) สูงในบางช่วง และการขยายตัวทางการค้าไปยังตะวันออกไกลผ่านเส้นทาง “สายไหม” (Silk Road) ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายทั้ง 2 ทาง

โรคระบาดที่เกิดขึ้นประจำได้แก่ โรคไข้ทรพิษ (Smallpox) โรคหัด (Measles) และกาฬโรค (Plague) ซึ่งล้วนนำหายนะมาสู่ชีวิตคน โรงพยาบาลได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นในเปอร์เซีย ซึ่งได้รักษาตำราการแพทย์ไว้ตั้งแต่สมัยกรีซเรืองอำนาจ จนถึงยุคเฟื่องฟูศิลปวรรณกรรม (Renaissance) นอกจากนี้ การแพทย์ 3 แขนงที่ได้รับการบันทึกในช่วงต้นของ ค.ศ. 1700 ได้แก่ การแพทย์ด้วยมีด (การผ่าตัด) การแพทย์ด้วยยาสมุนไพร และการแพทย์ด้วยคาถาอาคม (ของเทพเจ้า)

ผมขอเชิญชวนคุณผู้อ่านให้ (1) เขียนมาสอบถามเนื้อหาที่มีข้อสงสัย เพื่อความกระจ่างขึ้น (2) ชี้แนะข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือสิ่งขาดตกบกพร่อง เพื่อการแก้ไขให้ถูกต้อง (3) แสดงความคิดเห็นในแต่ละตอน ทั้งติและชม เพื่อการปรับปรุงให้ดีขึ้น และ (4) แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของคุณผู้อ่าน เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชนร่วมกัน ครับ

แหล่งข้อมูล:

  1. Griffin, Donald J. (2012). Hospitals : What They Are and How They Work (4th Ed). Sudbury, MA: Jones & Bartlett Learning.

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Nong nong gohung99
Frame Bottom