Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อื่นๆ  ทั่วตัว  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

น้ำมันหอมระเหย 

บทนำ

น้ำมันหอมระเหย(Essential oil) เป็นสารประกอบที่มีสถานะเป็น ของเหลว ใส ไม่ละลายน้ำ ปกติจะระเหยได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง และไม่มีคราบตกค้างหลงเหลือเหมือนกับไขมัน

น้ำมันหอมระเหยสามารถสกัดได้จากส่วนต่างๆของพืชโดยใช้ไอน้ำ หรือใช้การบีบอัด หรือใช้ตัวทำละลายที่เหมาะสม อุตสาหกรรมด้านน้ำหอม เครื่องสำอาง การผลิตสบู่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านเรือน หรือแม้แต่อาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ ก็มีโอกาสใช้น้ำมันหอมระเหยมาเป็นองค์ประกอบในผลิตภัณฑ์ น้ำมันหอมระเหยถูกนำมาใช้ในสถานบริการต่างๆไม่ว่าจะเป็น สปา โรงแรม รีสอร์ท ในฐานะสุคนธบำบัดหรือการบำบัดรักษาด้วยกลิ่นหอม(Aromatherapy) ซึ่งมุ่งเน้นทำให้อารมณ์ผ่อนคลายและเกิดความรู้สึกมีความสุข

เราสามารถพบเห็นการใช้และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของน้ำมันหอมระเหยตาสถานพยาบาลการแพทย์ทางเลือก ห้างสรรพสินค้า ร้านจำหน่ายเครื่องสำอาง หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ

อย่างไรก็ตาน้ำมันหอมระเหยยังมีความแตกต่างกัน ในเรื่ององค์ประกอบทางเคมี ในธรรมชาติของการออกฤทธิ์ กลิ่น ความเป็นพิษ ฯลฯ ทำให้เกิดคุณประโยชน์และผลต่อความรู้สึกของผู้บริโภคได้ต่างกัน การที่จะเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยชนิดใดควรศึกษาข้อเท็จจริงและใช้วิจารณญาณมาประกอบกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของแต่ละตัวบุคคล

น้ำมันหอมระเหยที่มีใช้ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง?

น้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหยที่พบเห็นในปัจจุบันที่สกัดได้จากส่วนต่างๆ ของพืชมีดังนี้ เช่น

  • สกัดได้จากเปลือกไม้ เช่น Cassia, Cinnamon, Sassafras
  • สกัดได้จากดอก เช่น Cannabis,Chamomile, Clary sage, Clove, Hops Hyssop, Jasmine, Laveder, Manuka, Marjoram, Orange, Pelargonium Plumeria, Rose, Ylang-ylang
  • สกัดได้จากใบ เช่น Basil, Bay leaf, Buchu, Cinnamon, Common sage Eucalyptus, Guava, Lemon grass, Melaleuca, Oregano, Patchouli Peppermint, Pine, Rosemary, Spearmint, Tea tree, Thyme, Tsuga Wintergreen
  • สกัดได้จากเปลือกของผล เช่น Bergamot, Grapefruit, Lemon, Lime, Orange Tangerine
  • สกัดได้จากเหง้า เช่น Galangal, Ginger
  • สกัดได้จากราก เช่น Valerian
  • สกัดได้จากเมล็ด เช่น Anise, Buchu, Celery, Cumin, Flax, Nutmeg oil
  • สกัดได้จากเนื้อไม้ เช่น Agarwood, Camphor, Cedar, Rosewood, Sandalwood

ประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยมีอะไรบ้าง?

สามารถจำแนกประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยได้ดังนี้ เช่น

1. ประโยชน์ในลักษณะของยารักษาโรค น้ำมันหอมระเหยหลายตัวที่นักวิทยาศาสตร์ พบว่ามีฤทธิ์ในการรักษาโรค เช่น

2. สุคนธบำบัดหรือการรักษาด้วยกลิ่นหอม(Aromatherapy) จากน้ำมันหอมระเหย ก่อให้เกิดประโยชน์ทำให้อารมณ์ผ่อนคลาย สามารถพบเห็นการใช้น้ำมันหอมระเหย ในลักษณะนี้ได้ตาสถานพยาบาลที่เป็นการแพทย์ทางเลือก สปา รีสอร์ทต่างๆ

3. ใช้เป็นยาฆ่าแมลง หรือยาไล่แมลงรำคาญ แต่ไม่ก่อให้เกิดการรบกวนต่อมนุษย์ และ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาจกล่าวว่าน้ำมันหอมระเหยเป็นยาไล่แมลงที่เป็นมิตรกับ ธรรมชาติ(Green pesticides) ตัวอย่างน้ำมันหอมระเหยกลุ่มนี้ ได้แก่ น้ำมันกุหลาบ น้ำมันตะไคร้หอม ลาเวนเดอร์ ไธม์ เปปเปอร์มินต์ และยูคาลิปตัส

*หมายเหตุ: ควรใช้วิจารณญาณพิจารณาคุณประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยที่กล่าวมาข้างต้น ด้วยการออกฤทธิ์ของน้ำมันหอมระเหยมีทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงปัจจัยของความเข้มข้นที่เหมาะสม ตลอดจนกระทั่งปัจจัยด้านความบริสุทธิ์และสิ่งปนเปื้อนมาประกอบกัน

อันตรายจากน้ำมันหอมระเหยมีอะไรบ้าง?

อันตรายจากน้ำมันหอมระเหยมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นด้วยความเข้มข้น ความบริสุทธิ์ หรือเกิดจากโครงสร้างเคมีที่ก่อให้เกิดพิษต่อร่างกายมนุษย์ นักวิชาการจะแนะนำไม่ให้ใช้น้ำมันหอมระเหยประเภทความเข้มข้นสูงทาผิวหนังหรือนวดร่างกายโดยตรง ด้วยอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้อย่างรุนแรง

กรณีที่มีการสะสมน้ำมันหอมระเหยเข้าร่างกาย สามารถก่อให้เกิดพิษต่อตับ หรือน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากเปลือกผิวของพืชตระกูลส้ม สามารถกระตุ้นให้ผิวหนังแพ้แสงแดดได้ง่ายยิ่งขึ้น

ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันหอมระเหย ผู้ผลิตจะมีเอกสารด้านความปลอดภัยของน้ำมันหอมระเหยแต่ละตัว ผู้บริโภคต้องศึกษาและทำความเข้าใจเมื่อต้องทำงานเกี่ยวข้องกับน้ำมันหอมระเหยดังกล่าว เช่น

ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันหอมระเหยอย่างปลอดภัยได้อย่างไร?

มีแนวทางการใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างปลอดภัยดังนี้ เช่น

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Essential_oil [2018,June30]
  2. https://www.naturalfoodseries.com/30-essential-oil-benefits-uses/ [2018,June30]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน sirikul santirat_ Kachen King123
Frame Bottom