Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ถุงน้ำดี  ระบบทางเดินน้ำดี  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดท้อง  ปวดท้องขวาบน  

บทนำ

นิ่วในถุงน้ำดี หรือนิ่วถุงน้ำดี (Gallstone หรือ Cholelithiasis) คือ ก้อนหรือผลึกของสารเคมีในน้ำดีที่ตกตะกอนจนเป็นก้อนแข็งอยู่ในถุงน้ำดี ที่เรียกทั่วไปว่า ‘นิ่ว หรือ ก้อนนิ่ว’ ส่วนใหญ่มักเป็นก้อนขนาดเล็กๆ หลายๆก้อน แต่ก็พบเป็นก้อนขนาดใหญ่ หรือมีก้อนเดียวได้ ก้อนนี้ในระยะยาวจะก่อให้เกิดถุงน้ำดีอักเสบ และยังอาจเคลื่อน/หลุดเข้าไปอุดตันในท่อน้ำดี ที่ส่งผลให้ถุงน้ำดีอักเสบ และ/หรือร่วมกับท่อนำดีอักเสบ ที่ก่อให้เกิดอาการสำคัญ คือ ปวดท้องมากด้านขวาตอนบน/ใต้กะบังลมขวา(ตำแหน่งของถุงน้ำดี) ลักษณะปวดเป็นพักๆ ที่เรียกว่า ปวดบิด หรือปวดบีบ

นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคพบบ่อยมากโรคหนึ่งโดยเฉพาะใน คนตะวันตก โดยในสหรัฐอเมริกาพบโรคนี้ได้ประมาณ 10 - 20% ของประชากรผู้ใหญ่ นิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคของผู้ใหญ่ มักพบในอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป พบในผู้หญิงสูงกว่าผู้ชายประมาณ 2 - 3 เท่า

นิ่วในถุงน้ำดีอาจมีเพียงก้อนนิ่วเดียวหรือหลายๆก้อน ก้อนนิ่วอาจใหญ่มากขนาดเท่าลูกปิงปองหรือเป็นเหมือนเม็ดทรายละเอียด ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ อายุ และพันธุกรรม

นิ่วในถุงน้ำดีอาจแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักคือ ชนิดเกิดจากคอเลสเตอรอล (Cholesterol stone) และชนิดเกิดจากสารให้สี (Pigment stone)

  • ชนิดคอเลสเตอรอล (Cholesterol gallstone) เป็นชนิดพบได้บ่อยโดยประมาณ 80% ของนิ่วชนิดนี้จะมีส่วนประกอบเป็นคอเลสเตอรอล นิ่วจะมีลักษณะแข็ง สีออกเหลืองหรือเขียว อนึ่ง นิ่วชนิดนี้ ตรวจไม่พบจากเอกซเรย์ แต่จะตรวจพบจากการตรวจอัลตราซาวด์
  • ชนิดเกิดจากสารให้สี (Pigment gallstone) ซึ่งส่วนประกอบส่วนใหญ่ของนิ่วจะเป็นสารให้สีในน้ำดีที่เรียกว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) มีคอเลสเตอรอลเป็นส่วนประกอบน้อยกว่า 20% และส่วนประกอบอื่นคือ แคลเซียม(พบนิ่วที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมได้ประมาณ 20%ของนิ่วทั้งหมด และเป็นชนิดที่จะตรวจพบจากเอกซเรย์) ซึ่งนิ่วชนิดเกิดจากสารให้สีนี้ มักเป็นก้อนเล็กๆ แข็งน้อยกว่าชนิดแรก และให้สีดำคล้ำ

อนึ่ง บางตำราแบ่งนิ่วในถุงน้ำดีเป็น 3 ชนิดโดยชนิดที่ 3 เรียกว่า Mixed gallstone โดยเป็นนิ่วที่มีส่วนผสมของสารหลายชนิดร่วมกันเช่น คอเลสเตอรอล สารบิลิรูบิน และเกลือแคล เซียมชนิดต่างๆ และเนื่องจากมีเกลือแคลเซียมด้วย จึงตรวจเห็นได้จากเอกซเรย์

นิ่วในถุงน้ำดีมีสาเหตุจากอะไร?

นิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากมีการตกตะกอนของคอเลสเตอรอลหรือสารให้สีในน้ำดี เมื่อเกิดต่อ เนื่องเรื้อรัง ตะกอนเหล่านั้นจึงจับตัวกันเป็นก้อน เกิดเป็นก้อนนิ่วขึ้น ซึ่งสาเหตุที่สารก่อนิ่วเหล่า นั้นตกตะกอนเกิดได้จาก

  • มีปริมาณสารเหล่านั้นในน้ำดีสูง (อาจจากการกินอาหารบางชนิด หรือจากความผิดปกติในการละลายของสารเหล่านั้นในน้ำดีซึ่งเป็นผลจากพันธุกรรม) เมื่อสารเหล่า นี้เข้มข้นมากขึ้นจึงตกตะกอนได้ง่าย หรือ
  • เกิดจากถุงน้ำดีไม่หดตัวหรือหดตัวได้น้อย น้ำดีจึงกักคั่งในถุงน้ำดี สารต่างๆดังกล่าวจึงตกตะกอนได้ง่ายเช่น จากโรคถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง หรือจากภาวะอดอาหารในคนลดความอ้วน

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีมีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีคือ

นิ่วในถุงน้ำดีมีอาการอย่างไร?

อาการพบบ่อยของนิ่วในถุงน้ำดีคือ ‘ไม่มีอาการ’ แต่เมื่อมีอาการ อาการที่พบได้บ่อยคือ

แพทย์วินิจฉัยนิ่วในถุงน้ำดีได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การเอกซเรย์ หรือ อัลตราซาวด์ภาพถุงน้ำดี และอาจมีการตรวจสืบค้นอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์เช่น ตรวจเลือดซีบีซี (CBC) ดูการติดเชื้อ และตรวจเลือดดูการทำงานของตับ หรือส่องกล้องตรวจระบบทางเดินน้ำดี เป็นต้น

รักษานิ่วในถุงน้ำดีอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีคือ การผ่าตัดถุงน้ำดี อาจโดยการผ่าตัดทางหน้าท้อง หรือการผ่าตัดผ่านทางกล้อง หรือบางครั้งอาจให้ยาละลายนิ่วแต่มักไม่ค่อยได้ผล

นอกจากนั้น คือการรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น

มีผลข้างเคียงจากนิ่วในถุงน้ำดีไหม?

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากโรคนิ่วในถุงน้ำดีคือ

ซึ่งทั้ง ท่อน้ำดีอักเสบและตับอ่อนอักเสบ เป็นโรครุนแรง อาจเป็นสาเหตุให้ติดเชื้อในกระแสโลหิต (เลือด) หรือภาวะพิษเหตุติดเชื้อ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต (ตาย) ได้

นิ่วในถุงน้ำดีรุนแรงไหม?

โดยทั่วไปนิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคไม่รุนแรง รักษาได้เสมอ แต่โรคจะรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดผลข้างเคียงจากนิ่วหลุดเข้าท่อน้ำดีหรือเข้าท่อตับอ่อนดังกล่าวแล้ว

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีนิ่วในถุงน้ำดี? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีนิ่วในถุงน้ำดีและการพบแพทย์/มาโรงพยาบาล ได้แก่ เมื่อมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลใน 24 ชั่วโมง หรือพบแพทย์เป็นการฉุกเฉินขึ้นกับความรุนแรงของอาการ หลังจากพบแพทย์แล้ว การดูแลตนเองขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์

อนึ่ง เมื่อตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดีโดยบังเอิญขณะยังไม่มีอาการเช่น จากตรวจภาพตับด้วย อัลตราซาวด์ในการตรวจสุขภาพทั่วไป แพทย์จะพิจารณาผู้ป่วยเป็นรายๆไปเพื่อดูปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ(ดังกล่าวในหัวข้อ’ผลข้างเคียงฯ’) แต่โดยทั่วไปมักแนะนำผ่าตัดเพราะการผ่าตัดขณะยังไม่มีอาการ ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดจะน้อยกว่าเมื่อผ่าตัดช่วงมีอาการเช่น โอกาสติดเชื้อในทางเดินน้ำดี เป็นต้น

ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีได้อย่างไร?

ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีได้โดย หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่หลีกเลี่ยงได้ดังกล่าวแล้วในหัว ข้อ ‘ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจให้พบนิ่วในถุงน้ำดีตั้งแต่ยังไม่มีอาการ หรือตั้งแต่เริ่มเป็นโรค และการตรวจภาพถุงน้ำดีบ่อยๆด้วยเอกซเรย์และ/หรืออัลตราซาวด์ไม่ช่วยให้วินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น และยังไม่มีรายงานชัดเจนว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรค

บรรณานุกรม

  1. Bellows, C., Berger, D., and Crass, R. (2005). Management of gallstones. Am Fam Physician. 72, 637-642.
  2. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  3. http://en.wikipedia.org/wiki/Gallstone [2018,Oct6]
  4. https://emedicine.medscape.com/article/175667-overview#showall [2018,Oct6]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน humnoy12 samlong456
Frame Bottom