Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมทอนซิล  ระบบหูคอจมูก 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

กลิ่นปาก  ไอ  เจ็บคอเรื้อรัง 

บทนำ

นิ่วทอนซิล หรือบางคนเรียกว่า ขี้ทอนซิล (Tonsillolith หรือ Tonsillith หรือ Tonsil stone) คือ ก้อนสีขาวขุ่นหรือสีออกเหลืองขุ่นที่เกิดอยู่บนต่อมทอนซิล โดยเกิดขึ้นในร่องต่างๆบนตัวตอมทอนซิล ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นมักเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นปาก ทั้งนี้นิ่วทอนซิลอาจพบเกิดได้ในช่องคอหอยหรือช่องคอส่วนอื่นๆเช่น โพรงหลังจมูก แต่ที่พบได้บ่อยที่สุดคือที่ต่อมทอนซิล

นิ่วทอนซิลเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่พบได้เรื่อยๆพบได้ประมาณ 10% ของคนทั่ว ไป โดยอาจเกิดกับต่อมทอนซิลเพียงด้านเดียวหรือทั้งซ้าย - ขวาพร้อมๆกัน ทั้งนี้โอกาสเกิดในต่อมด้านซ้ายและด้านขวาเท่ากัน

นิ่วทอนซิลพบได้ในทุกอายุตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้สูงกว่าในช่วงวัยหนุ่มสาว และพบได้น้อยมากในเด็ก ผู้หญิงและผู้ชายพบเกิดได้ใกล้เคียงกัน

นิ่วทอนซิลมักมีสีขาวหรือสีออกเหลืองขุ่น อาจออกสีเทา บางครั้งเป็นสีน้ำตาล หรือสีดำได้ อาจเป็นเพียงก้อนเล็กๆก้อนเดียวหรือมีหลายๆก้อน เมื่อมีก้อนเล็กๆมักพบได้หลายก้อนพร้อมกัน แต่เมื่อมีขนาดใหญ่มักพบมีเพียงก้อนเดียว ขนาดก้อนพบได้ตั้งแต่เพียง 1 มิลลิเมตร หรือ 2 - 3 มิลลิเมตร (พบได้บ่อย) จนถึงประมาณ 3 - 4 เซนติเมตร (พบได้น้อย) โดยมีน้ำ หนักที่มีรายงานตั้งแต่ 0.56 กรัมจนถึง 42 กรัม ทั่วไปมักมีลักษณะกลมหรือรูปไข่ (แต่พบรูป ร่างได้ต่างๆเช่น ทรงกระบอก) ลักษณะเป็นก้อนแข็งหยุ่นๆ ไม่แข็งเป็นหิน

นิ่วทอนซิลมักมีส่วนประกอบของเกลือแร่แคลเซียม (ดังนั้นจึงเห็นได้จากภาพเอกซเรย์ช่องคอ) ร่วมกับสารคาร์บอเนท (Carbonate) แต่อาจพบมีส่วนประกอบของเกลือแร่อื่นๆได้ เช่น แมกนีเซียม (Magnesium) โซเดียม (Sodium) โพแทสเซียม (Potassium) และแมงกา นีส (Manganese)

นิ่วทอนซิลเกิดได้อย่างไร? มีอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยง?

นิ่วทอนซิล

สาเหตุเกิดนิ่วทอนซิลที่แท้จริงยังไม่ทราบ แต่เชื่อว่าเกิดจากมีการสะสมของแบคทีเรียหลายชนิดทั้งชนิดที่ใช้ออกซิเจนและชนิดไม่ใช่ออกซิเจนในร่องต่างๆของต่อมทอนซิล จนก่อ ให้เกิดคราบแบคทีเรียที่เรียกว่า ไบโอฟิล์ม (Biofilm) เกิดเป็นแก่นให้เกิดการสะสมหมักหมม ของซากแบคทีเรียที่ตายแล้ว เศษอาหาร สารคัดหลั่งต่างๆจากโพรงหลังจมูก ภาวะไซนัสอัก เสบเรื้อรัง ช่องคออักเสบเรื้อรัง กรดไหลย้อน และจากต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง และมีเกลือแร่ต่างๆดังกล่าวมาร่วมจับสะสมจนเกิดเป็นนิ่วทอนซิลขึ้น ซึ่งจากการย่อยสลายของแบคทีเรียและ ซากหมักหมมต่างๆ จึงก่อให้เกิดกลิ่นขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งของกลิ่นปากโดย เฉพาะในผู้ที่มีต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดนิ่วทอนซิลยังไม่ทราบชัดเจน แต่พบเกิดได้สูงกว่าในคนที่มีต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังหรือมีช่องคอ/คอหอยอักเสบเรื้อรัง

อนึ่ง นิ่วทอนซิลไม่มีความสัมพันธ์กับนิ่วในตำแหน่งอื่นๆของร่างกายเช่น นิ่วในไต นิ่วในถุงน้ำดี หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และกลไกการเกิดก็ต่างกัน เป็นเพียงมีลักษณะเป็นก้อนเหมือนกันจึงเป็นการเรียกพ้องกัน

นิ่วทอนซิลมีอาการอย่างไร?

นิ่วทอนซิลที่มีขนาดเล็กมักไม่มีอาการ แต่ถ้าก่ออาการคือ การมีกลิ่นปาก แต่เมื่อก้อนนิ่วใหญ่ขึ้นจะก่ออาการได้ ซึ่งอาการที่พบได้คือ

แพทย์วินิจฉัยนิ่วทอนซิลได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยนิ่วทอนซิลได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจในช่องคอ ซึ่งเมื่อเห็นนิ่วก็วินิจฉัยได้เลย ไม่ต้องมีการตรวจสืบค้นอื่นๆเพิ่มเติม แต่ถ้าไม่เห็นนิ่วและคิดว่าอา การน่าเกิดจากมีนิ่วทอนซิล การตรวจสืบค้นเพิ่มเติมคือ การเอกซเรย์ภาพช่องคอหรือการตรวจภาพช่องคอด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพราะดังกล่าวแล้วว่า นิ่วทอนซิลมีส่วนประกอบเป็นแคล เซียมซึ่งจะตรวจพบได้จากการเอกซเรย์/เอกซเรย์คอมพิวเตอร์

รักษานิ่วทอนซิลได้อย่างไร?

แพทย์รักษานิ่วทอนซิลได้หลายวิธี ทั้งนี้ขึ้นกับอาการของผู้ป่วย ขนาดและตำแหน่งของนิ่ว รวมทั้งโรคที่เป็นสาเหตุ และรวมถึงโรคของต่อมทอนซิลเอง ดังนั้นการรักษาจึงมีได้ตั้งแต่

นอกจากนั้นคือ การรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงเช่น ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ทอน ซิลอักเสบเรื้อรัง คอหอยอักเสบเรื้อรัง กรดไหลย้อน

นิ่วทอนซิลรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงไหม?

นิ่วทอนซิลมีการพยากรณ์โรคคือ เป็นโรคไม่รุนแรง ไม่ทำให้เสียชีวิต เพียงแต่มีผลต่อคุณภาพชีวิตเมื่อเป็นสาเหตุของกลิ่นปาก และเป็นโรคที่กลับเป็นใหม่ได้อีกเมื่อได้รับการรักษาไปแล้ว

ทั้งนี้ยังไม่มีรายงานว่า นิ่วทอนซิลก่อให้เกิดผลข้างเคียงแทรกซ้อนใดๆ ยกเว้นอาจเป็นสาเหตุของการมีกลิ่นปาก และยังไม่มีรายงานว่า นิ่วทอนซิลเป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดมะเร็งทอนซิล หรือเป็นอาการของโรคมะเร็งทอนซิลหรือกลายเป็นมะเร็งทอนซิล

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีกลิ่นปากเรื้อรังและ/หรือเป็นนิ่วทอนซิล/ที่มีอาการดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ คือ การพบแพทย์ อาจเป็นแพทย์ทั่วไปหรือแพทย์ หู คอ จมูก เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุ เพื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ส่วนเมื่อพบว่าเป็นนิ่วทอนซิลแล้ว การดูแลตนเองได้แก่

ป้องกันนิ่วทอนซิลได้ไหม?

การป้องกันนิ่วทอนซิลเป็นเรื่องยาก เนื่องจากดังกล่าวแล้วว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่เนื่องจากพบได้บ่อยขึ้นเมื่อมีต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังหรือมีการอักเสบเรื้อรังของช่องคอ และของไซนัสดังได้กล่าวแล้ว ดังนั้นการป้องกันการอักเสบติดเชื้อของช่องปาก ทอนซิล ช่องคอ และระบบทางเดินหายใจ รวมถึงป้องกันควบคุมรักษาโรคกรดไหลย้อน จึงอาจช่วยลดโอ กาสเกิดนิ่วทอนซิลลงได้ซึ่งที่สำคัญคือ

บรรณานุกรม

  1. 1. Ansai, T., and Takehara, T. (2005). Tonsillolith as a halitosis-inducing factor. Br Dental J. 198, 263-264.
  2. Mandel, L. (2008). Multiple bilateral tonsiilliths: case report. J Oral Maxillofac Surg. 66, 148-150.
  3. Mesolella, M. et al. (2004). Tonsillolith. Acta Otorhinolaryngol Ital.24, 302-307.
  4. De Moura, M. et al. (2007). Tonsillolith. Med Oral Patol Oral Cir Bucal.12, e130-e133.
  5. Stoodley, P. et al. (2009). Tonsillolith: not just a stone but aliving biofilm. Otolaryngology-Head and Neck Surgery. 141,316-321.
  6. Tonsillolith http://en.wikipedia.org/wiki/Tonsillolith [2015,April4]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom