Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมน้ำเหลือง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมน้ำเหลืองโต 

บทนำ

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (Lymphadenitis) คือภาวะที่เกิดมีการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองที่อาจเกิดจากการติดเชื้อของเนื้อเยื่อ และ/หรืออวัยวะต่างๆ แล้วส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงเกิดการอักเสบตามไปด้วยโดยไม่มีการติดเชื้อในต่อมน้ำเหลือง (เช่น ฟันผุ แล้วส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองที่คออักเสบ), หรือจากการอักเสบติดเชื้อของต่อมน้ำเหลืองเอง (เช่น วัณโรคต่อมน้ำเหลือง), หรือจากการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองโดยไม่ได้มีสาเหตุเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อก็ได้ (เช่น ในโรคออโตอิมมูน)

ต่อมน้ำเหลือง เป็นเนื้อเยื่อในระบบน้ำเหลือง โดยมีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆ รูปไข่ นุ่ม เคลื่อนที่ได้เล็กน้อย มีขนาดเล็กเป็นมิลลิเมตร ในภาวะปกติมักคลำไม่พบเพราะจะอยู่ปนไปกับเนื้อเยื่อไขมันและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ ต่อมน้ำเหลืองจะมีกระจายอยู่ทั่วตัวในทุกอวัยวะยกเว้นในสมอง มีหน้าที่สำคัญคือ เป็นตัวดักจับสิ่งแปลกปลอมต่างๆที่เข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะเชื้อโรค นอกจากนั้นยังมีหน้าที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคให้กับร่างกายด้วย

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะที่เกิดจากมีการติดเชื้อของเนื้อเยื่อ/อวัยวะใดๆแล้วส่งผลให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียงตามมา แต่ไม่มีรายงานความชุกของภาวะนี้ อย่างไรก็ตาม เป็นภาวะที่พบได้ในทุกวัยตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ และพบได้ในทั้งในเพศหญิงและเพศชายเท่าๆกัน

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ อาจเกิดเพียง ต่อมเดียว, หลายๆต่อมพร้อมๆกัน, ในหลายตำแหน่ง (เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ), และ/หรือ ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ทั้งนี้ ขึ้นกับสาเหตุ และ/หรือ ตำแหน่งของเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่เกิดการอักเสบ

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบมีสาเหตุจากอะไร?

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ

สาเหตุของต่อมน้ำเหลืองอักเสบได้แก่

ก. มีการติดเชื้อของเนื้อเยื่อและ/หรืออวัยวะต่างๆ แล้วส่งผลให้เกิดต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ข้างเคียงอักเสบตามไปด้วย โดยไม่มีการติดเชื้อที่ต่อมน้ำเหลือง ซึ่งสาเหตุนี้ เป็นสาเหตุพบบ่อยที่สุดของต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เช่น

ข. มีการติดเชื้อของต่อมน้ำเหลืองเอง ซึ่งอาจเกิดต่อเนื่องมาจากการติดเชื้อของเนื้อเยื่อ/อวัยวะข้างเคียง เมื่อเนื้อเยื่อ/อวัยวะข้างเคียงนั้นเกิดการติดเชื้อรุนแรงจนเชื้อลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองด้วย ซึ่งต่อมน้ำเหลืองที่ติดเชื้อนี้ จะมีลักษณะ บวม แดง เจ็บ เป็นหนอง, หรือ เป็นการติดเชื้อโดยตรงของต่อมน้ำเหลืองนั้น ซึ่งการติดเชื้อโดยตรงนี้ ต่อมน้ำเหลืองมักมีการอักเสบ โต หลายต่อมพร้อมกัน และมักมีลักษณะเหมือนสายลูกประคำ เช่น วัณโรคต่อมน้ำ เหลือง หรือ ในโรคเอดส์

ค. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบที่สาเหตุไม่ใช่การติดเชื้อ เช่น ในโรคออโตอิมูน, ในโรคมะเร็ง (ลักษณะสำคัญคือ ต่อมน้ำเหลืองจะไม่ค่อยเจ็บและจะโตขึ้นเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว มักมีขนาดโตมากกว่า 1 เซนติเมตร), ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด หรือจากการแพ้ยาบางชนิด เช่น ยากันชัก Phenytoin, ยารักษาโรคความดันโรคหิตสูง Atenolol, ยาลดกรดยูริคในเลือดและรักษาโรคเกาต์ Allopurinol เป็นต้น

ง. ประมาณ 0.5 - 1% ของผู้ที่มาพบแพทย์ด้วยต่อมน้ำเหลืองอักเสบ/ต่อมน้ำเหลืองโต แพทย์หาสาเหตุไม่พบ

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบ?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดต่อมน้ำเหลืองอักเสบได้แก่

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบมีอาการอย่างไร?

อาการที่พบบ่อยที่สุดของต่อมน้ำเหลืองอักเสบคือ มีต่อมน้ำเหลืองโตจนคลำพบได้ ซึ่งอาจเจ็บหรือไม่เจ็บก็ได้

นอกจากนั้นคือ อาการที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น

ควรพบแพทย์เมื่อไร?

เมื่อมีต่อมน้ำเหลืองโต คลำได้ โดยที่ต่อมโตขึ้นเรื่อยๆ หรือมีต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว หรือโตเป็นสายคล้ายสายลูกประคำ ควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ

แพทย์วินิจฉัยต่อมน้ำเหลืองอักเสบได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยต่อมน้ำเหลืองอักเสบได้จาก อาการ การสอบถามประวัติทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น การใช้ยา แผล โรคประจำตัว การตรวจร่างกาย การตรวจอวัยวะที่มีอาการ (เช่น การตรวจช่องปาก) การตรวจคลำต่อมน้ำเหลือง และอาจมีการตรวจสืบค้นอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจเลือดเพื่อการวินิจฉัยโรคเอดส์ การตรวจภาพต่อมน้ำเหลืองด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ร่วมกับการเจาะ/ดูดเซลล์เพื่อการตรวจทางเซลล์วิทยา และ/หรือการตัดต่อมน้ำเหลืองเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาต่อมน้ำเหลืองอักเสบอย่างไร?

การรักษาต่อมน้ำเหลืองอักเสบคือ การรักษาสาเหตุ เช่น การหยุดยาหรือปรับเปลี่ยนยาเมื่อสาเหตุเกิดจากยา, การทำฟัน เมื่อสาเหตุเกิดจากฟันผุ, การรักษาแผลต่างๆเมื่อสาเหตุเกิดจากแผล, การให้ยาปฏิชีวนะเมื่อสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย, การรักษาวัณโรคเมื่อสาเหตุเกิดจากเชื้อวัณโรค, และการรักษาโรคมะเร็งเมื่อสาเหตุเกิดจากโรคมะเร็ง เป็นต้น

นอกจากนั้นคือ การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ยาแก้ปวด ถ้ามีอาการปวดต่อมน้ำเหลืองมาก เป็นต้น

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียงที่เกิดจากต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เช่น อาการเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองเกิดหนอง/เป็นฝีแตก การเสียภาพลักษณ์เมื่อต่อมน้ำเหลืองอักเสบโตจนมองเห็นได้ และความกังวลกลัวว่าจะเป็นโรคร้ายแรง

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ขึ้นกับสาเหตุ แต่โดยทั่วไปสาเหตุต่อมน้ำเหลืองอักเสบมักเกิดจากการติดเชื้อ จึงมักรักษาได้หายเสมอ มีการศึกษารายงานว่า ในผู้ป่วยที่มีต่อมน้ำเหลืองอักเสบ/ต่อมน้ำเหลืองโต เมื่อวินิจฉัยโดยการตัดต่อมน้ำเหลืองเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ในผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป พบสาเหตุจากโรคมะเร็งประมาณ 1 - 4%, ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 40 ปี พบสาเหตุจากโรคมะเร็งประมาณ 0.4%

อย่างไรก็ตาต่อมน้ำเหลืองอักเสบ สามารถเกิดเป็นซ้ำได้โดยขึ้นกับสาเหตุ เช่น จากการติดเชื้อ หรือจากผลข้างเคียงของยา

นอกจากนั้น ภายหลังการรักษาหายแล้ว มักจะยังคลำต่อมน้ำเหลืองได้ตลอดไป โดยคลำได้เป็นก้อนเล็กๆ มักไม่เจ็บ แต่ก้อนจะไม่โตขึ้น(แต่อาจโตขึ้น ถ้ามีการอักเสบเกิดซ้ำอีก) ทั้งนี้เกิดจากการมีพังผืดเกิดขึ้นในต่อมน้ำเหลืองนั้นๆ

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อมีต่อมน้ำเหลืองอักเสบคือ การดูแลตามสาเหตุนั้นๆ (เช่น การดูแลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เมื่อสาเหตุเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น) ร่วมกับการดูแลสุขภาพทั่วไปได้แก่

ป้องกันต่อมน้ำเหลืองอักเสบได้อย่างไร?

การป้องกันต่อมน้ำเหลืองอักเสบคือการป้องกันสาเหตุ ที่สำคัญเพราะเป็นสาเหตุหลักของต่อมน้ำเหลืองอักเสบ คือ ป้องกันการติดเชื้อด้วยการรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) นอกจากนั้น คือ

  • ดูแลร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ ร่วมกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันตามควรกับสุขภาพ
  • ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกิดโรคอ้วน
  • รักษาสุขภาพช่องปากและฟัน และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน หรือตามทันตแพทย์แนะนำ
  • ดูแลรักษาความสะอาดผิวหนัง ระวังไม่ให้ติดเชื้อ และ/หรือเกิดแผล เช่น แผลจากการเกา
  • รักษาความสะอาดเล็บเสมอ
  • ไม่ใช้ยาโดยไม่จำเป็น

บรรณานุกรม

1. Bazemore, A. et al (2002). Am Fam Physician. 66, 2103-2110.
2. Dulin,M. et al. (2008). Am Fam Physician. 78, 1097-1098.
3. Ferrer,R. (1998). Am Fam Physician. 58, 1313-1320.
4. Partridge, E. et al. (2014). Lymphadenitis http://emedicine.medscape.com/article/960858-overview#showall [2014,Aug30]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Warain Masashii arabian
Frame Bottom