Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวด  มีไข้ 

บทนำ

ยาซาลิไซเลต (Salicylate) เป็นกลุ่มยาต้านการอักเสบ/ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สาร/ยาสเตีย รอยด์ (เอ็นเสด/NSAIDs) นักวิทยาศาสตร์ยังแบ่งประเภทยาซาลิไซเลตออกเป็นอีก 2 กลุ่มย่อยคือ

  1. Acetylated salicylate เช่น ยา Aspirin หรือเรียกว่า Acetylsalicylic acid
  2. ใช้เป็นยาลดไข้ ยาต้านการอักเสบ/ยาแก้อักเสบ บรรเทาอาการปวด/ยาแก้ปวด นอกจากนี้ยังใช้ Aspirin ป้องกันอาการหัวใจวายโดยต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น ผลข้างเคียงที่พบบ่อยๆจากยากลุ่มนี้ได้แก่ การได้ยินเสียงแว่วในหู รู้สึกสับสน ประสาทหลอน หายใจถี่/หายใจเร็ว บางรายจะพบอาการชัก หากใช้ติดต่อนานเกิน 10 วันอาจพบอาการบวมของร่างกายได้

  3. Nonacetylated salicylate เช่น ยา Choline magnesium trisalicylate, Sodium salicylate, และ Salicylsalicylic acid

ทั้งนี้ เราสามารถพบเห็นรูปแบบการใช้ยาของกลุ่มยาซาลิไซเลตทั้งในรูปแบบยารับประ ทานและยาเหน็บทวาร สำหรับยารับประทานยังมีการออกแบบเป็นชนิดออกฤทธิ์เนิ่น/นาน ชนิดเคี้ยว หรือแบบกลืนกับน้ำธรรมดา ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายบุคคล

ถึงแม้ยากลุ่มซาลิไซเลตจะสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปแต่ก็จัดอยู่ในหมวดยาอันตราย เคยมีรายงานการรับประทานยาในเด็กนานมากกว่า 5 วันและนานกว่า 10 วันสำหรับผู้ ใหญ่อาจจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียง/ผลข้างเคียงขึ้นมาได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าด้วย ซ้ำไปเช่น เกิดอาการบวมที่ใบหน้า นิ้ว เท้า และขา หรือปวดท้องอย่างรุนแรง และมีอุจจาระสีดำคล้ำ/อุจจาระเป็นเลือด รวมถึงอาเจียนออกมาพร้อมกับมีเลือดปน/อาเจียนเป็นเลือด บางรายอาจได้ยินเสียงดังอยู่ในหู มีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย ซึ่งหากพบความผิดปกติดังกล่าวควรรีบหยุดการใช้ยาแล้วไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลทันที ดังนั้นการเลือกใช้ยาไม่ว่าจะเป็นรายการใดของยากลุ่มนี้จะต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

ซาลิไซเลตมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ซาลิไซเลต

ยาซาลิไซเลตมีสรรพคุณดังนี้

ซาลิไซเลตมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยากลุ่มซาลิไซเลตมีกลไกการออกฤทธิ์คือ ตัวยาจะต้านการอักเสบโดยยับยั้งการสัง เคราะห์สารที่เกี่ยวข้องกับอาการการเจ็บ/ปวด/การอักเสบชื่อ Prostaglandin รวมถึงออกฤทธิ์ต่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายที่สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ทำให้ไข้ลด ลง จากกลไกดังกล่าวจึงทำให้ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์รักษาตามสรรพคุณ

ซาลิไซเลตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาซาลิไซเลตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้เช่น

  • ยาเม็ด ยาแคปซูล ชนิดรับประทาน
  • ยาเหน็บทวาร

ซาลิไซเลตมีขนาดรับประทานอย่างไร?

เนื่องจากยาในกลุ่มซาลิไซเลตมีหลายรายการ ขนาดรับประทานที่เหมาะสมกับแต่ละอาการและความปลอดภัยในการใช้ยาจึงต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยากลุ่มซาลิไซเลต ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยา/ใช้ยากลุ่มซาลิไซเลตสามารถรับประทาน/ใช้ยาเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทาน/การใช้ยาในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการรับประ ทาน/การใช้ยาเป็น 2 เท่า

ซาลิไซเลตมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยากลุ่มซาลิไซเลตสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น มีอาการปวดท้อง อุจจาระเป็นสีดำหรือมีเลือดปน/อุจจาระเป็นเลือด ปวดศีรษะ มีเสียงดังในหู มีผื่นคันตาผิวหนัง อ่อนแรง คลื่นไส้ อาเจียนมีสีคล้ำ/อาเจียนเป็นเลือด แสบร้อนกลางอก

สำหรับผู้ที่ได้รับยาในกลุ่มนี้เกินขนาดโดยเฉพาะในเด็กจะพบอาการง่วงนอน อ่อนเพลีย หายใจเร็ว หากพบอาการดังกล่าวควรรีบนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที

มีข้อควรระวังการใช้ซาลิไซเลตอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ซาลิไซเลตดังนี้เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยากลุ่มนี้
  • ห้ามใช้กับผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเช่น ยา Aspirin
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตรด้วยยากลุ่มนี้สามารถขับผ่านออกมากับน้ำนม มารดาได้
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานยานี้ด้วยตนเอง
  • ระวังการเกิดอาการข้างเคียง/ผลข้างเคียงเมื่อใช้ยานี้เป็นเวลานานกว่า 5 วันในเด็กและนานกว่า 10 วันในผู้ใหญ่
  • ระวังการใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ เด็ก และผู้สูงอายุ การจะใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องได้รับคำสั่งจากแพทย์เท่านั้น
  • หยุดการใช้ยานี้ทันทีเมื่อพบอาการแพ้ยาหรือเกิดผลข้างเคียงที่รบกวนต่อการดำรงชีวิตประ จำวัน และควรกลับไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา
  • การรับประทานยานี้หลังหรือพร้อมมื้ออาหารจะช่วยลดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และลำไส้ได้ระดับหนึ่ง
  • การใช้ยากลุ่มนี้กับผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถทำให้การตรวจสอบปริมาณน้ำตาลในปัสสาวะคลาดเคลื่อนได้ จึงควรเลี่ยงการใช้ยากลุ่มนี้กับผู้ป่วยเบาหวาน
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยากลุ่มซาลิไซเลตด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ซาลิไซเลตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาซาลิไซเลตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้เช่น

  • การใช้ยากลุ่มซาลิไซเลตร่วมกับยา Corticosteroids อาจทำให้ความเข้มของยากลุ่มซาลิไซเลตในกระแสเลือดลดต่ำลงจนอาจส่งผลต่อการรักษา หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดรับประทานให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นกรณีไป
  • การใช้ยา Choline salicylate ร่วมกับยา Warfarin จะทำให้เกิดพิษจาก Warfarin เพิ่มมากยิ่งขึ้นจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • การใช้ยา Aspirin ร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือร่วมกับยา Corticosteroids, ยาเอ็นเสดบางตัว (เช่น Phenylbutazone และ Oxyphenbutazone) สามารถทำให้เกิดแผลในระบบทาง เดินอาหารได้ง่าย หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกัน
  • การใช้ยา Salsalate ร่วมกับยา Adefovir อาจส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดการใช้ให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป

ควรเก็บรักษาซาลิไซเลตอย่างไร?

สามารถเก็บยาซาลิไซเลตภายใต้อุณหภูมิห้องที่เย็น ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

ควรเก็บรักษาดาริเฟนาซินอย่างไร?

ควรเก็บรักษายาดาริเฟนาซินภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ในทางปฏิบัติอาจเก็บยาในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียสก็ได้ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือรถยนต์

ซาลิไซเลตมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาซาลิไซเลตที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นๆและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Asatab (อะซาแท็บ) T. O. Chemicals
Aspent (แอสเพนท์) Ranbaxy
Aspent-M (แอสเพนท์-เอ็ม) Ranbaxy
Aspilets (แอสไพเลทส์) Great Eastern
Aspirin BD (แอสไพริน บีดี) British Dispensary (L.P.)
B-Aspirin 81 (บี-แอสไพริน 81) Osoth Interlab
Cardiprin 100 (คาร์ดิพริน 100) Reckitt Benckiser
Sodium Salicylate A.N.H. (โซเดียม ซาลิไซเลต เอ.เอ็น.เฮช.) A.N.H.

บรรณานุกรม

  1. http://www.gericareonline.net/tools/eng/pain/attachments/Pain_Tool_13_IN.pdf[2015,May9]
  2. http://arthritis.about.com/od/salicylates/f/salicylates.htm [2015,May9]
  3. http://www.webmd.com/allergies/guide/salicylate-allergy[2015,May9]
  4. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/7791151 [2015,May9]
  5. http://www.drugs.com/drug-class/salicylates.html[2015,May9]
  6. http://druginfosys.com/Drug.aspx?drugCode=666&drugName=&type=2[2015,May9]
  7. http://www.drugs.com/cdi/salsalate.html [2015,May9]
  8. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/search?keyword=aspirin[2015,May9]
  9. http://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/salicylate-oral-route-rectal-route/precautions/drg-20070551[2015,May9]
  10. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC1386548/[2015,May9]
  11. http://www.mims.com/usa/drug/info/choline%20salicylate/?type=full&mtype=generic#Dosage [2015,May9]
  12. http://www.mims.com/USA/drug/info/aspirin/aspirin?type=brief&mtype=generic [2015,May9]
  13. http://www.drugs.com/drug-interactions/adefovir-with-salsalate-104-0-2042-0.html[2015,May9]
  14. http://www.mims.com/THAILAND/Home/GatewaySubscription/?generic=salsalate[2015,May9]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน sirikul scala333
Frame Bottom