Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ช่องคลอด  อวัยวะเพศหญิง  ทางเดินหายใจตอนบน  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

มีจุดเลือดออกตามตัว  เป็นหวัดเรื้อรัง  อวัยวะเพศมีกลิ่น 

บทนำ

ช่องคลอด หรือ อวัยวะเพศหญิงมีกลิ่น (Vulvovaginal odor) เป็น อาการหรือภาวะ ไม่ ใช่โรค โดยเป็นอาการ/ภาวะที่บริเวณอวัยวะเพศ และ/หรือบริเวณช่องคลอดมีกลิ่นเหม็น

โดยทั่วไป ทั้งในเพศหญิงและในเพศชาย ในบริเวณที่เป็นเนื้อเยื่อเมือก (Mucosa เนื้อ เยื่อบุภายในอวัยวะต่างๆ) จะมีการสร้างสารคัดหลั่ง/น้ำเมือกเพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นต่อเนื้อเยื่อเมือกเหล่านี้ ซึ่งน้ำเมือกนี้ มักมีกลิ่นคาวเล็กน้อย ทั้งนี้รวมทั้งเยื่อเมือกของอวัยวะเพศและของช่องคลอด ดังนั้นในบริเวณนี้ของผู้หญิงทุกคน และทุกวัย จึงมีกลิ่นคาวอ่อนๆเป็นปกติเสมอ ซึ่งกลิ่นคาวนี้อาจแรงขึ้นบ้างในช่วงใกล้มี ประจำเดือนจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศที่ก่อให้เกิดการมีประจำเดือน โดยอาจเกิดร่วมกับการมีตกขาว สีขาวเหมือนแป้งเปียก หรือขาวใสเล็กน้อยพอติดกางเกงในได้ ซึ่งทั้งหมดจัดเป็นภาวะปกติ

แต่ถ้ามีกลิ่นจากอวัยวะเพศ และ/หรือช่องคลอดรุนแรงมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับ ตกขาวปริมาณมาก มีสีและลักษณะที่ผิดปกติ (เช่น เหลือง หรือเป็นมูก มูกปนเลือด หรือ เป็นเลือด) มีผื่นในบริเวณอวัยวะเพศ คัน แสบผิวหนังส่วนอวัยวะเพศ/ช่องคลอด เกิดการเจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และ/หรือ ปวด/เจ็บ แสบเมื่อปัสสาวะ หรือปัสสาวะขุ่น ถือว่า เป็นอาการผิดปกติ ที่ควรต้องพบแพทย์/สูตินรีแพทย์

อาการอวัยวะเพศ/ช่องคลอดมีกลิ่น เป็นอาการพบได้บ่อย มีการศึกษาพบว่า ประมาณ 1ใน 3 ของผู้หญิง ต้องเคยมีอาการนี้ อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต เป็นอาการพบได้ในทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้บ่อยในช่วงวัยมีประจำเดือน หรือวัยเจริญพันธุ์

ช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่นเกิดจากสาเหตุอะไร?

กลิ่นผิดปกติของช่องคลอดเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อย ได้แก่

  • มีความผิดปกติของสมดุลของแบคทีเรียประจำถิ่นของช่องคลอด โดยในภาวะปกติทั่วไป ช่องคลอดจะมีแบคทีเรียชนิดไม่ก่อโรคมากมายหลายชนิด ซึ่งอยู่กันอย่างมีสมดุล (แบคทีเรียประจำถิ่น) ภายใต้ความเป็นกรดอ่อนๆของช่องคลอด โดยจะมีจำนวนแบคทีเรียในกลุ่มของแบคทีเรีย Lactobacilli เป็นตัวหลักในการควบคุมสมดุลนี้ แต่ถ้ามีภาวะผิดปกติที่ส่งผลให้ปริมาณ Lactobacilli ลดลง จะส่งผลให้แบคทีเรียชนิดอื่นๆเจริญเติบโตเพิ่มมากกว่าปกติ ซึ่งแบคทีเรียกลุ่มนี้มักสร้างกลิ่น ที่ก่อให้เกิดภาวะช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น และบ่อยครั้งจะเกิดร่วมกับการมีตกขาว ที่มีสีขาวเทาเล็กน้อย โดยการเกิดกลิ่นและตกขาวมักรุนแรงขึ้นหลังมีเพศ สัมพันธ์ ทั้งนี้ไม่จัดเป็นการติดเชื้อ เพราะไม่มีลักษณะของการอักเสบของช่องคลอด โดยเรียกภาวะขาดสมดุลของแบคทีเรียของช่องคลอดนี้ว่า “Bacterial Vaginosis”

ปัจจัยเสี่ยงต่อการที่ทำให้ปริมาณ/จำนวน แบคทีเรียกลุ่ม Lactobacilli ลดลงจนเกิด ภาวะ Bacterial vaginosis ได้แก่

ใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น คือ

ช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น มีอาการอื่นร่วมด้วยไหม?

ช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น มักเกิดร่วมกับอาการอื่นๆ คือ

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่นอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยหาสาเหตุของช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่นได้จาก ประวัติอาการ ประวัติเพศสัมพันธ์ วิธีดูแลอวัยวะเพศ/ช่องคลอดของผู้ป่วย ประวัติการเจ็บป่วยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประวัติการใช้ยาปฏิชีวนะ ประวัติประจำเดือน และ วิธีการคุมกำเนิดต่างๆ การตรวจร่างกาย การตรวจภายใน อาจมีการตรวจเชื้อ และ/หรือเพาะเชื้อจากสารคัดหลั่ง และอาจมีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ทั้งนี้ขึ้นกับความผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบและดุลพินิจของแพทย์

รักษาช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่นอย่างไร?

การรักษาภาวะช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น คือ การรักษาสาเหตุและการรักษาประคับ ประคองตามอาการ

ช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่นรักษาหายไหม?

โดยทั่วไป เมื่อสามารถรักษา ควบคุม สาเหตุของการเกิดกลิ่นได้ กลิ่นก็จะหายไป แต่ก็จะย้อนกลับมาเกิดได้อึก ถ้ากลับมามีโรคที่เป็นสาเหตุอีก เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือเมื่อควบคุมรักษาโรคไม่ได้ เช่น ในโรคมะเร็ง เป็นต้น

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองที่สำคัญ คือ เมื่อช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น โดยเฉพาะเมื่อร่วมกับการมีอาการอื่นๆดังกล่าวแล้วในหัวข้อ อาการร่วมอื่นๆ ควรพบแพทย์/สูตินรีแพทย์เสมอ เพื่อหาสา เหตุเพื่อการรักษาที่เหมาะสม

เมื่อทราบสาเหตุของการเกิดกลิ่นแล้ว การดูแลตนเอง และการพบแพทย์ คือ

  • ปฏิบัติตาม แพทย์ พยาบาล แนะนำ
  • งด/เลิกสวนล้างช่องคลอด ยกเว้นเป็นการแนะนำจากแพทย์
  • รักษาความสะอาดอวัยวะเพศด้วยน้ำพออุ่น ร่วมกับสบู่ที่อ่อนโยน (ใช้สบู่แต่ภาย นอก เพราะภายในช่องคลอด ร่างกายมีกลไกทำความสะอาดได้เอง) ตลอดไป
  • รักษาความสะอาดกางเกงใน สวมใส่กางเกงในที่ทำจากผ้าที่ระบายอากาศได้ดี (ผ้าฝ้าย 100%) และไม่รัดตึงมาก
  • เมื่อมีประจำเดือน ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) ลดโอกาสการติดเชื้อ โดยเฉพาะจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ไม่กินยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ ควรเป็นการแนะนำจากแพทย์ พยาบาล หรือ เภสัชกร เท่านั้น
  • แพทย์บางท่านแนะนำการกินนมเปรี้ยว และ/หรือโยเกิร์ตที่มีแบคทีเรีย ชนิดที่มีแบคทีเรีย Lactobacilli เป็นการเสริมอาหาร
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ
  • พบแพทย์ก่อนนัดเมื่อ อาการต่างๆเลวลง หรือมีอาการผิดไปจากเดิม หรือเมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่นอย่างไร?

การป้องกันช่องคลอด/อวัยวะเพศมีกลิ่น จะเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ การดูแลตนเอง ซึ่งที่สำคัญ คือ

บรรณานุกรม

  1. Bacterial vaginosis. http://www.cdc.gov/std/bv/stdfact-bacterial-vaginosis.htm [2012,Nov25].
  2. Vaginitis. http://en.wikipedia.org/wiki/Vaginitis [2012,Nov25].
  3. Vulvovaginitis. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmedhealth/PMH0001899/ [2012,Nov25].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom