Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบโรคผิวหนัง  ระบบโรคติดเชื้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ผื่น  ผิวหนังขึ้นผื่น  เจ็บมาก 

บทนำ

โรคงูสวัด (Herpes zoster หรือ Shingles) เป็นโรคพบบ่อยโรคหนึ่ง พบได้ในทุกอายุตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ มักพบในคนที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส (Chickenpox) มาก่อนและหลังจากโรคอีสุกอีใสหายแล้วเป็นเดือน ปี หลายปี หรือเป็น 10 ปี จึงเกิดโรคงูสวัดตามมาเมื่อมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายอ่อนแอลง เช่น เมื่อสูงอายุ มีความเครียด หรือเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง

โรคงูสวัดคือโรคอะไร? เกิดได้อย่างไร?

โรคงูสวัด

โรคงูสวัดคือ โรคเกิดจากติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับไวรัสที่เป็นสาเหตุโรคอีสุกอีใส ได้แก่ วาริเซลลา ซอสเตอร์ ไวรัส (Varicella zoster virus หรือเรียกย่อว่า VZV/วีซีวี ไวรัส) ทั้งนี้เมื่อโรคอีสุกอีใสหายแล้วจะยังคงมีเชื้อไวรัสนี้หลงเหลือซุกซ่อนอยู่ในปมประสาทต่างๆ โดยเฉพาะของลำตัว รอเวลาที่ร่างกายอ่อนแอ มีภูมิคุ้มกันต้านทานลดลง เช่น สูงอายุ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีโรคเรื้อรังต่างๆเช่น โรคมะเร็ง หรือกินยากดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค เช่น ในการปลูกถ่ายอวัยวะ เชื้อไวรัสจึงเจริญเติบโตและก่อให้เกิดโรคงูสวัดได้

โรคงูสวัดมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคงูสวัด ได้แก่ มีอาการคล้ายไข้หวัดนำก่อน ประมาณ 2 - 3 วัน ได้แก่ มีไข้(มีได้ทั้งไข้สูงหรือไข้ต่ำ) หรือไม่มีไข้ อาจปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ปวดท้อง อ่อนเพลีย และเจ็บ ในบริเวณติดเชื้อมาก (ยังไม่มีผื่นขึ้น) หลังจากนั้นจึงขึ้นผื่น

ผื่นจะมีลักษณะเป็นผื่นแดง คัน เป็นทางยาว และไม่กว้างมากนัก มักเป็นทางยาวตามแนว ประสาทของร่างกาย โดยมักเริ่มในแนวใกล้ๆกลางลำตัวตามแนวปมประสาท เช่น ตามประสาทของลำตัว แขน ขา ตา และหู และมักเกิดเพียงด้านเดียว โดยทั่วไปมักพบที่ลำตัวบ่อยที่สุด ผู้ป่วยจะมีอาการคันในบริเวณขึ้นผื่น เจ็บปวดมาก อาจร่วมกับปวดแสบปวดร้อน บางคนร่วมกับอาการชาในบริเวณนั้นๆ

อาการปวดมักนำมาก่อนเกิดผื่นแดง และเมื่อเกิดผื่นแล้ว อาการปวดก็ยังคงอยู่ และบ่อยครั้ง เมื่อโรคและผื่นหายแล้วก็ยังปวดได้ต่อเนื่อง อาจเป็นปีๆ แต่อาจปวดมากหรือน้อยไม่เท่ากัน ในทุกราย ซึ่งอาการปวดในบางราย (ทั้งระหว่างเกิดโรคหรือภายหลังโรคหายแล้ว) อาจปวดมากจนต้องใช้ยาแก้ปวดในกลุ่มยาเสพติดหรือใช้ยาชาหรือฉีดยาชาเข้าประสาท

หลังเกิดผื่นได้ประมาณ 1 วัน ผื่นจะกลายเป็นตุ่มพอง ตุ่มพองมักเกิดใหม่ตลอดระยะเวลา 2 - 3 วัน โดยมีน้ำใสๆในตุ่ม แล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นตุ่มสีเหลือง อาจเป็นน้ำเลือดในที่สุด จะตกสะเก็ดเป็นสีดำ และสะเก็ดค่อยๆหลุดจางหายไปภายใน 2 - 3 สัปดาห์ อาจหายโดยไม่มีแผลเป็น หรือเป็นแผลเป็นเมื่อตุ่มพองเกิดติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม มีบางคนแต่พบได้น้อยมาก มีอาการทุกอย่างดังกล่าว ยกเว้นไม่มีผื่นขึ้น(โรคงูสวัดชนิดไม่มีผื่น/Zoster without herpes) ซึ่งเป็นโรคที่วินิจฉัยได้ยากมาก

โรคงูสวัดติดต่อได้ไหม?

โรคงูสวัดเป็นโรคติดต่อได้จากการสัมผัสผื่นหรือตุ่มพองของโรค โดยผู้สัมผัสไม่เกิดเป็นงูสวัด แต่จะเกิดเป็นโรคอีสุกอีใส เมื่อไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน หรือไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส หรือบางครั้งแม้เคยฉีดวัคซีนมาแล้วก็ตาม (พบได้น้อย)

แพทย์วินิจฉัยโรคงูสวัดได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคงูสวัดได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย และการตรวจลักษณะของผื่น แต่ในคนไม่มีผื่น เมื่อแพทย์สงสัยจะใช้การเจาะเลือดตรวจภูมิคุ้มกันต้านทานโรค หรือแอนติบอดี (antibody)

รักษาโรคงูสวัดได้อย่างไร?

การรักษาโรคงูสวัดคือ การใช้ยาต้านไวรัส (ยา Aciclovir) ซึ่งจะได้ผลดี ลดความรุนแรงของอาการและช่วยให้โรคหายเร็วขึ้นเมื่อได้รับยาภายใน 3 วันหลังเกิดผื่น (มีทั้งยาทา กิน และ ฉีด ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของโรค) นอกจากนั้นคือ การรักษาประคับประคองตามอาการ โดย เฉพาะยาแก้ปวดและยาบรรเทาอาการคัน เช่น การทาน้ำยาคาลามาย (Calamine lotion)

โรคงูสวัดรุนแรงไหม?

โดยทั่วไปโรคงูสวัดเป็นโรคไม่รุนแรง มักรักษาหายภายใน 2 - 3 สัปดาห์ และไม่ค่อยเกิดเป็นซ้ำ (แต่เมื่อเกิดเป็นซ้ำ มักไม่ค่อยเกิน 3 ครั้ง)

เมื่อเกิดกับประสาทกล้ามเนื้อ อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงอยู่ระยะเวลาหนึ่ง (ไม่มีใครรู้ว่านานเท่าไร)

เมื่อเกิดกับลูกตา อาจรุนแรงส่งผลให้กระจกตาอักเสบ และเมื่อไม่ได้รับการดูแลรักษา อาจส่งผลถึงการมองเห็นได้

เมื่อเกิดกับประสาทหู หูอาจหนวกได้

ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ โรคอาจแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต เกิดการติดเชื้อในกระแสโลหิต (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ) หรือก่อให้เกิดโรคสมองอักเสบได้

นอกจากนั้น ภายหลังรักษาหายแล้ว ผู้ป่วยอาจยังมีอาการปวดเรื้อรังเป็นปีๆในตำแหน่งเกิดโรคได้ดังกล่าวแล้ว

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเอง การพบแพทย์ เมื่อเป็นงูสวัด ได้แก่

ป้องกันโรคงูสวัดอย่างไร? มีวัคซีนไหม?

การป้องกันโรคงูสวัดคือ หลีกเลี่ยงสัมผัสผื่นและตุ่มโรคของผู้ป่วย โดยเฉพาะเมื่อไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส หรือไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน

บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (วัคซีนคนละชนิดกับป้องกันโรคอีสุกอีใส แต่เป็นวัคซีนที่ยังไม่แพร่หลาย) ในผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ในประเทศเรา เมื่อสนใจวัคซีนตัวนี้ควรปรึกษาแพทย์

บรรณานุกรม

1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
2. Herpes Zoster. http://en.wikipedia.org/wiki/herpes_zoster [2014,Sept 20]

Updated 2014, Sept 20


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน apipaka052533 boomz1500
Frame Bottom