Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

หัวใจ  หัวใจและหลอดเลือด 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

หน้ามืดเมื่อลุกขึ้น 

บทนำ

ภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืน หรือความดันโลหิตตกเมื่อลุกยืน หรือความดันตกในท่ายืน (Orthostatic hypotension หรือ Postural hypotension) คือโรค/ภาวะเมื่อเปลี่ยนท่าจากนอนหรือจากนั่งเป็นลุกยืน จะส่งผลให้มีความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงต่ำลงหรือตกลงทันทีอย่างรวดเร็วภายในประมาณ 3 นาที โดยความดันโลหิตตัวบน (Systolic) จะต่ำ/ตกลงอย่างน้อย 20 มิลลิเมตร (มม.) ปรอท (mm Hg) และ/หรือความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic) ต่ำ/ตกลงอย่างน้อย 10 มม.ปรอท แต่โดยทั่วไปมักมีอาการเสมอเมื่อความดันโลหิตตัวบนต่ำกว่า 90 มม.ปรอท และ/หรือความดันโลหิตตัวล่างต่ำกว่า 60 มม.ปรอท

ความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนเป็นภาวะ/โรคพบได้บ่อยในผู้สูงอายุโดยเฉพาะเมื่ออายุมาก กว่า 65 ปี (ประมาณ 20 - 30% ของผู้สูงอายุทั้งหมด) และพบมีอาการประมาณ 5 - 10% ในวัยกลางคน ผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสเกิดได้ใกล้เคียงกัน

โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนเกิดได้อย่างไร?

ความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืน

โดยทั่วไปเมื่อเราเปลี่ยนท่าจากนอนหรือจากนั่งเป็นลุกยืนทันที จะส่งผลให้เลือด/โลหิตที่มีการไหลเวียนโลหิตประมาณ 500 - 1,000 มิลลิลิตร (มล.) ตกลงไปคั่งอยู่บริเวณขาทั้งสองข้างและในบริเวณช่องท้องตามแรงโน้มถ่วง/แรงดึงดูดของโลก จึงส่งผลให้เกิดเลือดไม่พอในการไหลเวียน ซึ่งในภาวะปกติร่างกายจะชดเชยเพื่อให้ความดันโลหิตปกติโดยกระบวนการของประสาทอัตโนมัติ (Sympathetic nervous system) กล่าวคือ มีการเพิ่มแรงต้านทานในหลอดเลือด มีการเพิ่มการไหลกลับเข้าหัวใจของเลือดดำ และมีการเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ แต่ในคนที่กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตามเช่น ภาวะขาดน้ำ หรือโรคหัวใจ การลุกยืนทันทีจึงส่งผลให้เกิดความดันโลหิตต่ำ/ตกทันที จึงก่อให้เกิดภาวะ/โรคที่เรียกว่า “ความดันโลหิตต่ำ/ตกเมื่อลุกยืน”

ความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนที่มีสาเหตุเกิดจากภาวะชั่วคราวที่ไม่ใช่เกิดจากโรค เรียกภา วะนี้ว่า “ภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำ/ความดันโลหิตตกเมื่อลุกยืนเฉียบพลัน (Acute orthosta tic hypotension)” ซึ่งมักมีความดันโลหิตต่ำได้มากจึงมักก่ออาการเป็นลมได้ แต่เมื่อมีสาเหตุมาจากโรค อาการมักเป็นๆหายๆ ความดันโลหิตมักต่ำลงไม่มากจึงไม่ค่อยเกิดการเป็นลม เรียกภาวะนี้ว่า “ภาวะ/โรคความดันต่ำ/ตกเมื่อลุกยืนเรื้อรัง (Chronic orthostatic hypotension)”

อะไรคือปัจจัยเสี่ยง/สาเหตุของความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืน?

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนได้แก่

ความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนมีอาการอย่างไร?

อาการจากความดันโลหิตต่ำ/ตกเมื่อลุกยืนได้แก่ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อลุกยืนทันทีจากท่านั่งหรือนอนเป็นท่ายืน ซึ่งมักพบเกิดบ่อยกว่าในช่วงตื่นนอนเช้า หลังการออกกำลังกาย หรือหลังการเบ่งอุจจาระ โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่

แพทย์วินิจฉัยโรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนได้จากประวัติอาการ ประวัติการเจ็บ ป่วยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประวัติการใช้ยาต่างๆ ประวัติการงานและการเล่นกีฬา การตรวจสัญญาณชีพ (ความดันโลหิต ชีพจร อัตราการหายใจ และอุณหภูมิร่างกาย) และการตรวจวัดความดันโลหิตในท่ายืนเมื่อลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในผู้ป่วยที่ลุกยืนไม่ได้อาจวัดความดันโลหิตในท่านอนเอนประมาณ 60 องศา การตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจสืบค้นอื่นๆเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ ทั้งนี้ขึ้นกับสิ่งผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบและดุลพินิจของแพทย์เช่น การตรวจคลื่นไฟ ฟ้าหัวใจ การตรวจอัลตราซาวด์ดูการทำงานของหัวใจ และ/หรือการตรวจเลือดดูค่าน้ำตาลหรือ เกลื่อแร่ต่างๆ เป็นต้น

รักษาโรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนคือ การรักษาสาเหตุ การรักษาโดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการรักษาโดยการใช้ยา

ก. การรักษาสาเหตุ: ซึ่งจะแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคนตาโรคที่เป็นสาเหตุเช่น การรักษาโรคเบาหวานเมื่ออาการเกิดจากโรคเบาหวาน การรักษาปรับสมดุลเกลือแร่เมื่ออาการเกิดจากการขาดสมดุลของเกลือแร่ หรือการรักษาโรคหัวใจล้มเหลวเมื่ออาการเกิดจากโรคหัวใจล้มเหลว

ข. การรักษาโดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น

  • ไม่เปลี่ยนท่าทางทันทีต้องค่อยๆลุก หลังจากนอนต้องนั่งพักก่อนเพื่อปรับการไหลเวียนโลหิต
  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้วเมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่ม และดื่มน้ำให้มากขึ้นตาภาวะที่เกิดการเสียน้ำเช่น เมื่อออกกำลังกายหรือเมื่อท้องเสีย
  • กินอาหารแต่ละมื้อในปริมาณพอควรไม่มากเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารแป้งมากๆ
  • ใส่ถุงเท้า/ถุงขาที่ช่วยพยุงหลอดเลือดขา (Leg circulation support socks) เมื่อต้องยืนนานๆ
  • หมั่นเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายสม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ
  • ระมัดระวังไม่ให้ท้องผูกและฝึกไม่ให้เบ่งอุจจาระ
  • ไม่ก้มเก็บของใช้วิธีค่อยๆย่อตัวโดยค่อยๆงอเข่าแทน
  • ไม่นอนราบ ควรนอนในท่าเอนตัวเสมอ
  • อาจต้องกินอาหารเค็มถ้าเกิดจากมีภาวะเกลือโซเดียมในเลือดต่ำทั้งนี้ขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์
  • แพทย์จะปรับเปลี่ยนยาเมื่ออาการเกิดจากผลข้างเคียงของยา
  • สังเกตเสมอว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแล้วพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยนั้น
  • ไม่ตากแดดจัด ไม่ออกกำลังกายจนเหงื่อออกมากเกินไป หลีกเลี่ยงสถานที่อบอ้าว
  • ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • รักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุให้ได้ดี

ค. การรักษาโดยการใช้ยา: มักเป็นยากินเช่น ยา Fludrocotizone เพื่อการปรับสมดุลของน้ำและเกลือโซเดียม ยาต่างๆไม่ควรซื้อใช้เองควรเป็นยาที่ต้องสั่งใช้โดยแพทย์เพื่อการใช้ยาในปริมาณที่ถูกต้องและป้องกันผลข้างเคียงจากยาเช่น อาการตัว-แขน-ขา-บวม การเกิดภา วะเกลือโพแทสเซียมในเลือดต่ำและหัวใจล้มเหลว เป็นต้น

โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงอย่างไร?

การพยากรณ์โรค/ความรุนแรงของภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนขึ้นกับสาเหตุ แต่โดยทั่วไปไม่รุนแรง รักษาควบคุมได้

ส่วนผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะนี้ที่พบได้บ่อยเมื่อไม่ระมัดระวังคือ การล้มที่อาจทำให้เกิดกระดูกหักได้ และการเป็นลมหมดสติอาจส่งผลให้อวัยวะต่างๆขาดเลือดโดย เฉพาะสมองถ้ารักษาไม่ทันอาจส่งผลให้เกิดอัมพาตถาวรได้

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้นในหัวข้อ อาการ โดยเมื่ออาการเกิดขึ้นบ่อยควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอเพื่อหาสาเหตุและเพื่อการรักษาที่เหมาะสม ป้องกันอันตรายที่เกิดจากการเป็นลม การหมดสติ และการล้ม

การดูแลตนเองเมื่อรู้ตัวว่ามีภาวะ/โรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนคือ

  • เมื่อพบแพทย์ควรปฏิบัติตามแพทย์พยาบาลแนะนำให้ถูกต้องครบถ้วน กินยาต่างๆที่แพทย์สั่งให้ถูกต้องครบถ้วนไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเอง
  • ไม่ซื้อยากินเอง เมื่อจะซื้อยากินเองต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาและรู้ผล ข้างเคียงของยาเสมอ
  • ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ การรักษา
  • เมื่อรู้ตัวว่ามีอาการจะเป็นลมควรหาที่นั่งลงป้องกันการล้ม
  • มีเอกสารติดตัวระบุว่าเป็นโรคอะไร กินยาอะไรอยู่ รักษาที่โรงพยาบาลไหน และเลขประจำตัวโรงพยาบาล ติดตัวเสมอ เมื่อมีภาวะฉุกเฉินหรือเป็นลมจะได้มีคนช่วยอย่างถูกต้อง

ป้องกันโรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนได้อย่างไร?

การป้องกันโรคความดันโลหิตต่ำเมื่อลุกยืนจะเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลตนเอง อ่านเพิ่มเติมใน 2 หัวข้อนั้นทั้งนี้ที่สำคัญคือ

  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้วเมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดน้ำดื่ม และตามปริมาณน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปเช่น ในภาวะเหงื่อออกมาก เป็นต้น
  • ป้องกันรักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุให้ได้ดี
  • หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ
  • เคลื่อนไหวร่างกายเสมอ
  • ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
  • ระมัดระวังการใช้ยาต่างๆและต้องรู้ผลข้างเคียงของยาที่ใช้อยู่เสมอ

บรรณานุกรม

  1. Bradley, J., and Davis, K. (2003). Orthostatic hypotension. Am Fam Physician. 68, 2393-2399 .
  2. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  3. Lanier,J. et al. (2011). Evaluation and management of orthostatic hypotension. Am Fam Physician. 84, 527-536.
  4. Orthostatic hypotension http://en.wikipedia.org/wiki/Orthostatic_hypotension [2015,Nov28]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Dlipso Thitiporn1987
Frame Bottom