Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

การวินิจฉัยโรคใดๆก็ตาม รวมทั้งการวินิจฉัยโรคระบบประสาท จะประกอบด้วย 3 ขั้น ตอนหลัก คือ การสอบถามประวัติการเจ็บป่วย/ประวัติทางการแพทย์ (History of illness) การตรวจร่างกาย (Physical examination) และขั้นตอนต่อมาหลังจากแพทย์ให้การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากประวัติฯและการตรวจร่างกายแล้วว่า น่าจะมีความผิดปกติ/รอยโรคอยู่ที่ตำแหน่งไหนของร่างกายและมีสาเหตุจากอะไรนั้น แพทย์จึงจะส่งตรวจเพิ่มเติม ซึ่งมีได้หลายวิธีการ เช่น การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และ/หรือการตรวจภาพเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่สงสัยมีรอยโรค เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัยของแพทย์ และให้การรักษาในลำดับต่อไป

ในผู้ป่วยโรคระบบประสาท เช่น ที่มีอาการอ่อนแรง มักจะมีความเข้าใจว่าสิ่งที่จะทำให้วิ นิจฉัยโรคได้ดี คือ การตรวจภาพสมองด้วย คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เอมอาร์ไอ MRI) หรือเอกซ เรย์คอมพิวเตอร์ (CT-scan) ซึ่งที่จริงแล้วการตรวจเพิ่มเติมนั้นมีหลายวิธี ลองติดตามรายละ เอียดจากบทความนี้ครับ แล้วท่านจะได้เข้าใจขึ้น

อนึ่ง อ่านเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ความสมบูรณ์ในวิธีตรวจวินิจฉัยโรคระบบประสาทได้ในบท ความตอนที่ 1 เรื่อง “วิธีตรวจวินิจฉัยโรคระบบประสาท ตอน1:การตรวจร่างกาย

การตรวจสืบค้นคืออะไร?

การตรวจสืบค้นโรคระบบประสาท

การตรวจเพิ่มเติมหรือที่เรียกว่า “การตรวจสืบค้น หรือ การสืบค้น (Investigation)” คือ การที่แพทย์ส่งตรวจต่างๆด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อหาหลักฐานยืนยัน หรือพิ สูจน์ หรือสนับสนุนว่า ผู้ป่วยมีความผิดปกติหรือมีรอยโรคนั้นๆจริงๆ ตามที่แพทย์ได้ให้การวินิจ ฉัยไว้แล้ว จากประวัติทางการแพทย์ร่วมกับการตรวจร่างกาย (อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง วิธีตรวจวินิจฉัยโรคระบบประสาท ตอน1:การตรวจร่างกาย)

การตรวจสืบค้นต้องทำในผู้ป่วยทุกรายหรือไม่?

การตรวจสืบค้น/การตรวจเพิ่มเติมทางระบบประสาทนั้น ไม่จำเป็นต้องทำในผู้ป่วยทุกราย และส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นต้องส่งตรวจเพิ่มเติม ทั้งนี้เพราะการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง สา มารถได้จากประวัติทางการแพทย์และการตรวจร่างกายผู้ป่วยเป็นสำคัญ

แพทย์จะตรวจสืบค้นโรคระบบประสาทในกรณีใด?

แพทย์จะตรวจสืบค้น/ตรวจเพิ่มเติมในโรคทางระบบประสาท กรณีต่อไปนี้

กรณีไหนบ้างที่แพทย์ไม่จำเป็นต้องส่งตรวจสืบค้นโรคระบบประสาท?

แพทย์อาจไม่ส่งตรวจเพิ่มเติม/ตรวจสืบค้นในโรคทางระบบประสาทในกรณี เช่น

การตรวจสืบค้นโรคระบบประสาทที่ควรทราบมีอะไรบ้าง?

การตรวจสืบค้น/การตรวจเพิ่มเติมทางระบบประสาทที่ควรทราบ ได้แก่

1. การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-scan)

การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในผู้ป่วยโรคระบบประสาท เช่น ในอาการอ่อนแรง จะส่งตรวจเพื่อหารอยโรคในสมอง มีบางกรณีที่ส่งตรวจ ไขสันหลัง หรือ กระดูกสันหลัง ดังนั้น ข้อบ่งชี้การส่งตรวจฯ คือกรณีสงสัยว่า ผู้ป่วยมีรอยโรคหรือความผิดปกติในสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมองทั้งชนิดขาดเลือดและเลือดออก ภาวะเลือดออกในชั้นต่างๆของเยื่อหุ้มสมอง ได้แก่ Subarachoid hemorrhage, Subdural hematoma, Epidural hematoma, โรคเนื้องอกสมองทั้งที่เป็นเนื้องอกของสมองเอง (Primary brain tumor) หรือโรคมะเร็งของอวัยวะอื่นๆแล้วแพร่กระจายมาที่สมอง (Metastatic brain tumor) และกรณีอุบัติเหตุต่อศีรษะ

การส่งตรวจมีทั้งกรณีเร่งด่วนและไม่เร่งด่วน กรณีเร่งด่วน เช่น

2. การตรวจแม่เหล็กไฟฟ้า/เอมอาร์ไอ (MRI)

การตรวจเอมอาร์ไอ ต่างกับ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ในด้านความคมชัดของภาพ ที่การตรวจและเทคนิคการสร้างภาพสามารถให้รายละเอียดในรอยโรคขนาดเล็กได้ดี กว่า CT อย่างมาก รวมทั้งรอยโรคในสมองส่วนที่มีกระดูกกะโหลกศีรษะบัง เช่น สมองใหญ่กลีบขมับ (Temporal lobe) และก้านสมอง (Brainstem) ข้อเด่นอีกประการหนึ่งของเอมอาร์ไอคือ การตรวจกระดูกสันหลัง ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อได้ชัดเจนกว่า CT

ข้อบ่งชี้การส่งตรวจเอมอาร์ไอของแพทย์ คือ

3. การตรวจกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ (Electrodiagnosis)

การตรวจกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ คือ การตรวจประเมินการนำกระแส ไฟฟ้าของเส้นประสาท ของรากประสาท การทำงานของกล้ามเนื้อ และการทำงานบริเวณรอย ต่อของเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ (Neuromuscular junction:NMJ) การตรวจโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าให้มีการกระตุ้นเส้นประสาท และ/หรือ กล้ามเนื้อ ให้มีการทำงานเกิดขึ้น และมีการประเมินผลจากความเร็วของการนำกระแสไฟฟ้าของรากประสาท เส้นประสาทแต่ละเส้น การทำ งานของกล้ามเนื้อ และการทำงานของ NMJ

ข้อบ่งชี้ของการส่งตรวจกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ คือ กรณีแพทย์สง สัยรอยโรคบริเวณรากประสาท เส้นประสาท กล้ามเนื้อ และ NMJ เช่น โรคเส้นประสาทอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ และโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอมจี (Myasthenia gravis)

4. การตรวจด้านภูมิคุ้มกันต้านทานโรค (Autoantibody)

การตรวจด้านภูมิคุ้มกันต้านทานโรค คือ การตรวจหาความผิดปกติด้านภูมิคุ้มกันฯที่แพทย์ใช้เพื่อการวินิจฉัยแยกโรคที่ส่งผลให้เกิดโรคทางระบบประสาทและโรคของระบบอื่นๆ เช่น โรค เอส แอล อี (SLE:Systemic lupus erythematosus) เป็นต้น

ข้อบ่งชี้ของการส่งตรวจด้านภูมิคุ้มกันฯ คือ กรณีแพทย์สงสัยว่าสาเหตุของอาการอ่อนแรง เกิดจากความผิดปกติด้านภูมิคุ้มกันฯ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ หรือเส้นประสาทอักเสบจากโรคเอสแอลอี เป็นต้น

5.การตรวจสืบค้น/การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ

การตรวจสืบค้น/การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เช่น

สรุป

เมื่อแพทย์ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการตรวจสืบค้น/การตรวจเพิ่มเติม (กรณีจำเป็น) ก็สา มารถยืนยันการวินิจฉัยสาเหตุโรคทางระบบประสาทได้ เช่น สาเหตุของการอ่อนแรง แพทย์ก็สามารถให้การรักษาได้สมควรกับสาเหตุนั้นๆ

ผมหวังว่า บทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่าน เข้าใจในเรื่องการตรวจสืบค้น/การตรวจเพิ่มเติมในโรคทางระบบประสาท โดยเฉพาะกรณีผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรง เพื่อช่วยลดความกังวลใจและข้อสงสัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการตรวจหรือไม่ตรวจสืบค้น/การตรวจเพิ่มเติมของแพทย์

อนึ่ง อ่านเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ความต่อเนื่องสมบูรณ์ในวิธีตรวจวินิจฉัยโรคทางระบบประ สาทได้ในบทความตอนที่ 1 เรื่อง “วิธีตรวจวินิจฉัยโรคระบบประสาท ตอน1:การตรวจร่างกาย



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน Nongbeer nanzaaa Lankly
Frame Bottom