Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ความหมาย

การคุมกำเนิดฉุกเฉิน (Emergency contraception) หมายถึงการใช้ยาหรืออุปกรณ์ในภา วะฉุกเฉินเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ในสตรีที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้คุมกำเนิด เช่น ถูกข่มขืน ลืมรับประทานยาคุมกำเนิด มีเพศสัมพันธ์โดยขาดการป้องกัน ถุงยางอนามัยชำรุด ฉีกขาดหรือหลุดขณะมีเพศสัมพันธ์ในบางแห่งอาจเรียกการคุมกำเนิดฉุกเฉินนี้ว่า Postcoital contracep tion หรือ Morning after pill

ขบวนการปฏิสนธิเป็นอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้ว หลังมีเพศสัมพันธ์ ตัวอสุจิจะใช้เวลาประมาณ 1 วัน ในการแหวกว่ายจากในช่องคลอดผ่านปากมดลูกที่ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร เข้าไปในโพรงมดลูกและว่ายขึ้นไปยังส่วนบนของโพรงมดลูก ซึ่งลึกประมาณ 7 เซนติเมตร เพื่อเข้าไปในท่อนำไข่ จนไปพบฟองไข่ที่ตกจากรังไข่เพียงฟองเดียวและถูกดูดเข้ามาทางปลายของท่อนำไข่ มารอพบตัวอสุจิบริเวณกลางท่อนำไข่ ท่อนำไข่จะมีความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร จะมีตัวอสุจิตัวที่แข็งแรงที่สุดเพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่สามารถเจาะผ่านเปลือกไข่เข้าไปปฏิสนธิกับฟองไข่ได้สำเร็จ อสุจิที่เหลือจะตายหมดตามธรรมชาติและถูกย่อยสลายไป

สำหรับรังไข่ จะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวขึ้น แต่เมื่อมีการตกไข่ไปแล้ว รังไข่จะสร้างฮอร์โมนชนิดที่สอง คือ โปรเจสเตโรน (Progeste rone) เพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหยุดหนาตัวชึ้น ชะลอเพิ่มความหนา แต่เพิ่มความแน่น เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกจึงแน่นขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของหลอดเลือดและต่อมต่างๆ เพื่อเตรียมความอุดมสมบูรณ์ของการฝังตัวของตัวอ่อนต่อไป

ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว จะมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์มากขึ้นเรื่อยๆ จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 เพิ่มจำนวนเซลล์ขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่เพิ่มขนาด จนโตเต็มที่ เรียกว่า Blastocyst ซึ่งจะมีเซลล์ประมาณ 107-256 เซลล์ ขณะที่มีการแบ่งเซลล์เพิ่มขึ้น ท่อนำไข่ก็จะมีการเคลื่อน ไหวและใช้ขนเล็กๆ (Cilia) ของเซลล์เยื่อบุผนังท่อนำไข่ โบกช่วยให้ไข่ที่ถูกปฏิสนธิกลิ้งกลับเข้าไปในโพรงมดลูกอีกครั้ง เพื่อให้ Blastocyst ไปเกาะในผนังโพรงมดลูกและฝังตัวให้สำเร็จ ถ้าฝังตัวสำเร็จก็เกิดการตั้งครรภ์ขึ้น ถ้าฝังตัวไม่สำเร็จ Blastocyst ก็จะสลายไปตามธรรมชาติ และหลุดออกจากโพรงมดลูกพร้อมประจำเดือน

ระยะเวลาตั้งแต่ตัวอสุจิและฟองไข่เกิดการปฏิสนธิ และแบ่งเซลล์กลิ้งกลับมาจนฝังตัวสำ เร็จ เกิดการตั้งครรภ์ใช้เวลาประมาณ 6 วัน ดังนั้น การคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ จึงต้องป้องกันให้สำเร็จภายใน 5 วัน นับจากการปฏิสนธิ ก่อนที่จะเกิดการฝังตัวและเกิดการตั้งครรภ์สำ เร็จในวันที่ 6 หลังการปฏิสนธิ การกระทำใดๆเพื่อไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์หลังจากเกิดการฝังตัวสำเร็จแล้ว ไม่สามารถทำได้เพราะจะถือว่าเป็นการทำแท้ง ซึ่งผิดกฏหมายและจริยธรรมทางการแพทย์

กลไกของการป้องกันการตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?

กลไกป้องกันการตั้งครรภ์ จะโดยการเปลี่ยนหรือขัดขวางขั้นตอนต่างๆของการปฏิสนธิ เช่น

  • ยับยั้งหรือชะลอการตกไข่
  • ขัดขวางการเดินทางของอสุจิและของไข่เพื่อไม่ให้เกิดการปฏิสนธิ
  • เปลี่ยนคุณภาพของเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อไม่ให้ไข่ฝังตัวสำเร็จ
  • ควบคุมรังไข่ไม่ให้สร้างฮอร์โมนโปรเจสเตโรน ทำให้ขัดขวางการเจริญเติบโตของเยื่อบุโพรงมดลูก

การคุมกำเนิดฉุกเฉินต่างจากการยุติการตั้งครรภ์ไหม?

การคุมกำเนิดฉุกเฉินเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์วิธีหนึ่ง ใช้ก่อนที่จะเกิดการตั้งครรภ์ขึ้น ส่วนการยุติการตั้งครรภ์ เป็นวิธีการที่ทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลงหรือการทำแท้ง (อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง การแท้งบุตร ในเว็บ haamor.com) ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ที่ไม่สมควรให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปได้

วิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินมีอะไรบ้าง?

วิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินมีหลายวิธี ได้แก่

  1. Yuzpe regimen โดยใช้ยาฮอร์โมนผสมระหว่าง ยาฮอร์โมน Ethinyl estradiol และ ยาฮอร์โมน Levonorgestrel คล้ายยาเม็ดคุมกำเนิดแต่ปริมาณตัวยาสูงกว่า
  2. ยาLevonorgestrel เพียงชนิดเดียว เป็นยาฮอร์โมนโปรเจสเตโรนที่มีขนาดสูง ชื่อทาง การค้าที่รู้จักกันดีคือ Postinor
  3. Mifepristone (RU-486) มีฤทธิ์ต่อต้านฮอร์โมนโปรเจสเตโรน ไม่มีจำหน่ายในบ้านเราและในสหรัฐอเมริกา มีใช้ในบางประเทศเท่านั้น
  4. ห่วงทองแดงคุมกำเนิด (Copper intrauterine contraception หรือ Copper IUD) (อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง การใส่ห่วงคุมกำเนิด ในเว็บ haamor.com)

วิธีอื่นนอกเหนือจากนี้ ไม่มีใช้ในบ้านเรา เนื่องจากผลการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่เป็นที่น่าพอใจ บางวิธียังอยู่ในขั้นทดลองอยู่ สำหรับ 2 วิธีหลัง คือ Copper IUD และ RU-486 มีประ สิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีที่สุดเกือบ 100% ในบางรายงานไม่พบการตั้งครรภ์ในผู้ใช้ Copper IUD เลย (ได้ผล 100%) และสามารถใช้ป้องกันการตั้งครรภ์ได้หลังจากมีเพศสัม พันธ์นานถึง 5 วัน (120 ชั่วโมง)

วิธีที่มีประสิทธิภาพรองลงมาคือยา Postinor และ Yuzpe regimen ตามลำดับ 2 วิธีหลังจะมีประสิทธิภาพป้องกันการตั้งครรภ์หลังมีเพศสัมพันธ์ได้นานถึง 5 วัน เช่นกัน แต่พบว่าประ สิทธิภาพจะดีที่สุดในช่วง 72 ชั่วโมงแรก หรือ 3 วันแรกหลังมีเพศสัมพันธ์

Yuzpe regimen

ในปี ค.ศ. 1974 (พ.ศ. 2517) Yuzpe ได้ทดลองใช้ฮอร์โมนในยาเม็ดคุมกำเนิดคือ 100 ไมโครกรัมของ Etinyl estradiol และ 0.5 มิลลิกรัมของ Levonorgestrel ทาน 2 ครั้ง ห่างกัน 12 ชั่วโมง พบว่าสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ หลังจากมีเพศสัมพันธ์นาน 72 ชั่วโมงหรือ 3 วัน ได้มีผู้ทำการศึกษาต่อมาพบว่า ยาสูตร (Regimen) นี้ได้ผลดี โดยเฉพาะถ้าทานยายิ่งเร็วยิ่งป้องกันได้ดีขึ้น และสามารถป้องกันได้นานถึง 120 ชั่วโมงหรือ 5 วัน โดยพบว่าโอกาสตั้งครรภ์หลังจากใช้ยาสูตรนี้ ในวันที่ 1, 2 และ 3 จะเท่ากับ 0.4%, 1.2% และ 2.7% ตามลำดับ

ปัจจุบัน Yuzpe regimen ไม่เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา เพราะมีวิธีอื่นที่มีประสิทธิภาพดี กว่า แต่สำหรับในเมืองไทย วิธีนี้ก็ยังใช้กันแพร่หลายอยู่ โดยแพทย์จะดัดแปลงขนาดของยาให้ใกล้เคียงกับ Yuzpe regimen โดยใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีวางจำหน่ายทั่วไป ชนิดที่มีปริมาณ Ethinyl estradiol สูง ซึ่งมักเป็นยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดที่มีราคาถูก มีปริมาณ Ethinyl estradiol ระหว่าง 30-50 ไมโครกรัม นำมาใช้รับประทานครั้งละ 2 เม็ด (แพทย์บางท่านแนะนำให้ใช้ครั้งละ 3 เม็ด แต่จะคลื่นไส้มาก) รับประทาน 2 ครั้ง ห่างกัน 12 ชั่วโมง ก็สามารถได้ผลในการป้อง กันการตั้งครรภ์เช่นเดียวกับ Yuzpe regimen

Levonorgestrel (Postinor)

เป็นฮอร์โมนในกลุ่มโปรเจสเตโรนที่ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับ Yuzpe regimen คือช่วยชะลอการตกไข่ ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้นจนตัวอสุจิ