Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระดูกสันหลัง  ระบบประสาทวิทยา  ระบบกระดูกและข้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดหลัง 

บทนำ

ปัญหาปวดหลัง เป็นปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์บ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ส่งผลให้การดำรงชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องก้มๆเงยๆ หรือทำงานสำนักงาน ต้องนั่งนานๆ ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยของอาการปวดหลังคือ โรคกระดูกสันหลังเสื่อม (Spondylosis) ไม่ว่าจะเป็นกระดูกสันหลัง ส่วนคอ ส่วนหลัง/ส่วนอก หรือส่วนเอวก็ตาม นอกจากอาการปวดหลังแล้ว ถ้ากระดูกสันหลังไม่มั่นคงก็อาจส่งผลให้เส้นประ สาทที่กระดูกสันหลังถูกกดทับได้ ก็ยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกายในการใช้ประจำวันมากขึ้น

โรคกระดูกสันหลังเสื่อมคืออะไร?

กระดูกสันหลังเสื่อม

โรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือ โรคที่มักเกิดในผู้มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป โดยเกิดจากการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติของเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆที่รวมถึงกระดูกสันหลังด้วย เนื่องจากการมีอายุมากขึ้น ทั้งนี้กระดูกสันหลังที่ผ่านการใช้งานมานาน จะส่งผลให้ กระดูก หมอนรองกระดูก เส้นเอ็นกระดูก และกล้ามเนื้อหลัง เสื่อมสภาพ, อาจเกิดจากการเล่นกีฬา, อุบัติเหตุ, ภาวะที่มีกระดูกคดงอผิดรูปแต่กำเนิด, หรือ จากกระดูกสันหลังติดเชื้อ เช่น จากวัณโรค

โรคกระดูกสันหลังเสื่อมมีสาเหตุจากอะไร?

สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังเสื่อมแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

1. จากการเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลังตามธรรมชาติ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ช่วงอายุ คือ

2. จากสาเหตุอื่นๆที่ไม่ได้เกิดจากกระดูกฯเสื่อมสภาพ มีอีก 2 อย่างคือการติดเชื้อ และเนื้องอกหรือโรคมะเร็ง

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกสันหลังเสื่อม?

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเสื่อมของกระดูก/โรคกระดูกเสื่อม นอกจากที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ ยังได้แก่

อนึ่ง โรคกระดูกสันหลังเสื่อมส่วนมากมีสาเหตุจากอายุที่มากขึ้นก็จริง แต่ผู้สูงอายุหลายท่านก็ไม่เป็นโรคนี้ ทั้งนี้เพราะมีปัจจัยอื่นๆอีก (ดังกล่าวแล้ว ที่ทำให้เกิดกระดูกเสื่อม) ที่แตก ต่างกันในแต่ละบุคคล เช่น พันธุกรรม การใช้งานหนักของกระดูกสันหลัง การก้มๆ เงยๆ ก็มีผล ยาชนิดต่างๆที่ทาน อาหารที่ทาน น้ำหนักตัว ความแข็งแรงของร่างกาย รวมถึงการออกกำลังกาย

อาการโรคกระดูกสันหลังเสื่อมเป็นอย่างไร?

อาการที่พบบ่อยของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือ

ทำไมบางคนปวดหลัง ทำไมบางคนปวดขา ปวดแขน?

อาการผิดปกติของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม เกิดได้หลายแบบ เพราะขึ้นกับระยะของโรค ความรุนแรง และตำแหน่งที่เกิดโรค

กระดูกสันหลังเสื่อมกับหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

อาการกระดูกสันหลังเสื่อม

ในระยะแรกของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม มักจะยังไม่มีปัญหาของหมอนรองกระดูกฯเสื่อมหรือเคลื่อนหลุด ทั้งนี้ปัญหากระดูกสันหลังเสื่อมกับหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมมักเกิดร่วม กันในระยะหลังของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม จากเหตุผลเมื่อมีการเสื่อมของกระดูกสันหลังมากขึ้น ก็จะส่งผลให้มีการเสื่อม และ/หรือมีการเคลื่อนหลุดของหมอนรองกระดูกฯร่วมไปด้วย

อนึ่ง หมอนรองกระดูกสันหลัง คือ เนื้อเยื่อชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เหมือนตัวผ่อนแรงที่รอง รับระหว่างกระดูกสันหลังสองชิ้น ซึ่งทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว ก้ม เงย หมอนรองกระดูกฯจะเป็นตัวรับน้ำหนัก รับแรงกระแทกระหว่างกระดูก เมื่ออายุมากขึ้นหรือใช้งานกระดูกสันหลังอย่างหนัก เช่น เล่นกีฬา ยกของหนัก หมอนรองกระดูกฯก็จะเสื่อมหรือมีการแตกหรือเคลื่อนหลุดออกมา และไปกดทับเส้นประสาทได้

โดยปกติหมอนรองกระดูกฯจะค่อยๆเสื่อมสภาพตั้งแต่อายุ 25 ปี แต่ถ้าน้ำหนักตัวมาก/อ้วน ร่างกายต้องรับน้ำหนักตลอด หรือ นั่งทำงานนานๆ ยกของหนัก สูบบุหรี่ ก็จะทำให้มีการเสื่อมของหมอนรองกระดูกฯเร็วขึ้น เมื่อหมอนรองกระดูกฯเสื่อม กระดูกสันหลังเองต้องรับน้ำ หนักมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ทั้งกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกฯเสื่อมไปด้วยกัน

(อ่านเพิ่มเติมเรื่อง โรคของหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้ในเว็บ haamor.com บท ความเรื่อง ปวดหลัง:ปวดหลังจากโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง)

อาการปวดหลังจากกระดูกสันหลังเสื่อมกับจากโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบต่างกันอย่างไร?

โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ หรือ Spinal canal stenosis พบในผู้สูงอายุเช่นกัน เนื่องจากมีกระดูกงอก ทำให้ช่องทางเดินประสาทไขสันหลังแคบลง จึงมีการกดทับเส้นประ สาท ทำให้เมื่อเดินได้ระยะทางสั้นๆก็ปวดขา แต่พอนั่งพัก อาการปวดขาก็จะดีขึ้น (Intermit tent claudication)

ทั้งนี้ อาการของโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ จะเป็นการกดทับหรือเบียดเส้นประ สาทเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม จะเป็นอาการปวดบริเวณหลัง ยกเว้นมีการเคลื่อนของกระดูกจนไปกดเบียดเส้นประสาทก็จะมีอาการคล้ายกันได้ (อ่านเพิ่มเติมเรื่อง โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง โรคโพรงกระดูกสันหลังเอวตีบแคบ)

อาการปวดหลังจากกระดูกสันหลังเสื่อมกับจากโรคกระดูกพรุนต่างกันอย่างไร?

อาการปวดหลังของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม มีความใกล้เคียงกับโรคกระดูกพรุนมาก คือ อาการปวดบริเวณที่มีการเสื่อมของกระดูกสันหลัง เช่น ที่คอหรือเอว ส่วนอาการของโรคกระดูกพรุนก็คือ อาการปวดจากการที่กระดูกพรุนหรือกระดูกบาง และต้องรับน้ำหนักมาก หรือมีการหักของกระดูก จึงมีอาการปวดคล้ายกัน แต่อาการปวดจากภาวะกระดูกพรุน อาจมีอาการปวดที่รุน แรงกว่า และเป็นทั่วๆไปทุกตำแหน่งของกระดูกทั่วร่างกาย และบ่อยครั้ง นอนพักก็ปวดได้ (อ่านเพิ่มเติมเรื่องของกระดูกพรุน กระดูกบาง ได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง โรคกระ ดูกพรุน)

เมื่อไรควรพบแพทย์?

ควรพบแพทย์เมื่อ

แพทย์วินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเสื่อมได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเสื่อมจาก อาการที่ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า มีอาการปวดลักษณะดังกล่าวข้างต้น และการตรวจร่างกาย โดยส่วนใหญ่แล้วก็สามารถวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องเอกซเรย์กระดูกสันหลัง แต่ถ้าอาการนั้นไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรือมีความผิดปกติทางระบบประสาทมาก เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อลีบ ก็พิจารณาตรวจเอกซเรย์ทั่วไปกระดูกสันหลัง ซึ่งจะเห็นว่ากระดูกมีความผิดปกติหรือไม่ ในบางกรณีถ้าแพทย์พิจารณาแล้วว่ามีโอกาส ต้องให้การรักษาด้วยการผ่าตัด หรืออาการรุนแรง ก็อาจส่งตรวจกระดูกสันหลังด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (เอมอาร์ไอ) เพราะจะสามารถเห็นรายละเอียดของกระดูกสันหลัง เส้นประสาท ไขสันหลัง และหมอนรองกระดูกสันหลังได้มากกว่า เอกซเรย์ทั่วไป หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์

แพทย์รักษาโรคกระดูกสันหลังเสื่อมอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือ การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด การผ่า ตัด และอาจใช้การแพทย์สนับสนุน

การพยากรณ์โรค และผลข้างเคียงของโรคกระดูกสันหลังเสื่อมเป็นอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม ขึ้นกับความรุนแรงของโรค, สาเหตุของกระดูกเสื่อม, อายุผู้ป่วย, และโรคร่วม โดยทั่วไปการพยากรณ์โรคดี ถึงแม้โรคจะไม่หายแต่ก็สามารถรักษาควบคุมอาการได้ดี

ส่วนผลข้างเคียงที่พบได้ คือ เส้นประสาทกระดูกสันหลังถูกกดทับ ทำให้มีอาการปวดเส้นประสาท กล้ามเนื้ออ่อนแรง และกล้ามเนื้อลีบ

เมื่อมีโรคกระดูกเสื่อมควรดูแลตนเองอย่างไร? เมื่อไรควรพบแพทย์ก่อนนัด?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือ การทำกิจกรรมในท่าทางที่เหมาะ สม ไม่ใช้งานหลังที่หนักหรือต่อเนื่องนานเกินไป, หลีกเลี่ยงการก้มๆเงยๆ การยกของหนัก, พบแพทย์ตามนัด, ทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอที่บ้าน, และใช้ยาแก้ปวดให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะติดยาแก้ปวด และ

ควรพบแพทย์ก่อนนัด เมื่อมีอาการต่างๆผิดไปจากเดิม, อาการต่างๆเลวลง, และ/หรือ เมื่อกังวลในอาการ

ป้องกันโรคกระดูกสันหลังเสื่อมอย่างไร?

การป้องกันโรคกระดูกสันหลังเสื่อม คือการดูแลที่ดีต่อกระดูกสันหลัง คือการใช้หลังให้ถูกวิธี โดยหลีกเลี่ยงการก้มๆ เงยๆ, ไม่นั่งหรือทำกิจกรรมอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ, ไม่ยกของหนัก (ต้องหาคนช่วย หรือใช้เครื่องผ่อนแรง), ไม่ออกกำลังกายอย่างหนักโดยเฉพาะประเภทที่ต้องใช้หลัง แต่ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุขภาพสม่ำเสมอทุกวัน, ระมัดระวังไม่ให้หลังได้ รับการกระทบกระเทือน หรืออุบัติเหตุ, หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็น (เพราะยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ทำให้กระดูกพรุน กระดูกบางได้, ยาแก้ปวดอาจทำให้เกิดภาวะไตเสื่อม ก็ส่งผลให้กระดูกเสื่อมได้ง่าย)

การทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ที่ครบถ้วน ในปริมาณที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วน และการได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอในช่วงเช้าและสายของวัน ก็เป็นประโยชน์ในการป้องกันกระดูกเสื่อมได้ และ

กรณีไม่มีโรคประจำตัวอะไร ก็ไม่มียาอะไรที่จำเป็นในการทานเพื่อป้องกันกระดูกเสื่อม แต่ถ้ามีอาการปวดหลัง และตรวจพบกระดูกพรุนร่วมด้วย ก็ต้องได้ยารักษากระดูกพรุนตามแพทย์แนะนำ เพื่อป้องกันกระดูกเสื่อมหรือหัก ทั้งนี้กรณีไม่มีโรคหรือไม่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนหรือกระดูกบาง หรือโรคที่มีภาวะแคลเซียมต่ำ การกินแคลเซียมเพื่อป้องกันโรคกระ ดูกเสื่อมก็ไม่มีความจำเป็น

สรุป

อาการปวดหลังสามารถป้องกันได้ ถ้ารู้จักดูแลตนเองครับ



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน sirikul Latoooo poomde
Frame Bottom