Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระดูก  ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก  ระบบกระดูกและข้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดหลัง  กระดูกพรุน 

บทนำ

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) และโรคกระดูกบาง (Osteopenia) คือ โรคเกิดจากมีมวลกระดูกลดต่ำลงจนเป็นปัจจัยเสี่ยงหรือเป็นสาเหตุของกระดูกหักได้สูง เป็นโรคพบได้บ่อยมากโรคหนึ่ง เป็นโรคของผู้ใหญ่โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้หญิงพบเกิดได้บ่อยกว่าผู้ชาย ปัจจุบันจัดเป็นอีกโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขรวมทั้งในประเทศไทยด้วย

โรคกระดูกพรุนหมายความว่าอย่างไร?

กระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนหมายถึง โรคที่มวลกระดูกของร่างกายลดต่ำกว่าค่ามวลกระดูกมาตรฐานซึ่งเรียกว่า ค่าทีสกอร์ (ค่า T- score ในคนปกติคือ ไม่ต่ำกว่า 1) ตั้งแต่ -2.5 ของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (ค่าเอสดี หรือ SD, Standard deviation) ขึ้นไป หรือทางแพทย์ใช้เขียนเป็นตัวเลขตั้งแต่ -2.5 เอสดีขึ้นไป

โรคกระดูกบางหมายความว่าอย่างไร?

โรคกระดูกบางหมายถึง โรคที่มวลกระดูกของร่างกายลดต่ำกว่าค่ามาตรฐานแต่ยังไม่ต่ำถึงค่าที่เป็นโรคกระดูกพรุน ดังนั้นค่ามวลกระดูกของโรคกระดูกบางจึงอยู่ในช่วง -1 ถึงน้อยกว่า -2.5 เอสดี

ซึ่งโรคกระดูกบางเมื่อปล่อยไว้โดยไม่รักษา จะมีการเสียมวลกระดูกเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นโรคกระดุกพรุน แต่ในบางคนเป็นโรคกระดูกพรุนได้โดยไม่ผ่านการเป็นโรคกระดูกบางก่อน

ดังนั้น เรื่องต่างๆของโรคกระดูกบางเช่น สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง อาการ และอื่นๆ จึงเช่นเดียว กับโรคกระดูกพรุน ซึ่งในบทนี้ต่อไปจะใช้คำว่าโรคกระดูกพรุนซึ่งหมายรวมถึงกระดูกบางด้วย

โรคกระดูกพรุนเกิดได้อย่างไร?

กลไกการเกิดกระดูกพรุนที่แน่นอนยังไม่ทราบ แต่ในเบื้องต้นพบว่าเกิดจากการเสียสมดุลระหว่างเซลล์สร้างกระดูก (Osteoblast) และเซลล์ดูดซึมทำลายกระดูก (Osteoclast) ซึ่งการมีกระดูกที่แข็งแรงต้องมีสมดุลระหว่างเซลล์ทั้งสองชนิดนี้เสมอ ซึ่งการเสียสมดุลเกิดได้จากหลายสาเหตุคือ

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนมีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนคือ

โรคกระดูกพรุนมีอาการอย่างไร?

โดยทั่วไป โรคกระดูกพรุนไม่ก่ออาการยกเว้นเป็นปัจจัยเสี่ยงให้กระดูกหักได้ง่าย

แพทย์วินิจฉัยโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคกระดูกพรุนได้จากประวัติอาการ ประวัติเจ็บป่วยต่างๆ ประวัติการออกกำ ลังกาย อายุ การตรวจร่างกาย และการตรวจมวลกระดูก/การตรวจความหนาแน่นกระดูกด้วยเครื่อง ตรวจมวลกระดูกซึ่งเป็นเครื่องเอกซเรย์พลังงานต่ำกว่าเอกซเรย์ในการตรวจโรคทั่วไป

ผลข้างเคียงจากโรคกระดูกพรุนมีอะไรบ้าง?

ผลข้างเคียงสำคัญของโรคกระดูกพรุนคือ กระดูกหักง่ายและอาการปวดหลังเรื้อรัง

โรคกระดูกพรุนรุนแรงไหม?

โรคกระดูกพรุนเป็นโรคเรื้อรังที่ถึงแม้ไม่ทำให้เสียชีวิต (ตาย) แต่เป็นเหตุให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมากจากผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อกระดูกสะโพกหัก (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง กระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ)

รักษาโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนคือ เพิ่มการทำงานของเซลล์สร้างกระดูกและหยุดหรือลดการทำงานของเซลล์ทำลายกระดูกเช่น การกินวิตามินเกลือแร่เสริมอาหารต่างๆเช่น แคล เซียม วิตามินดี, การใช้ยาต้านการทำงานของเซลล์ทำลายกระดูกเช่น ยาในกลุ่ม Bisphospho nate, การให้ยาฮอร์โมนต่างๆ เช่น Estradiol, Levonorgestrel ทั้งเพื่อเพิ่มการทำงานของเซลล์สร้างกระดูกและลดการทำงานของเซลล์ทำลายกระดูก, และการออกกำลังกายตามควรกับสุขภาพ

อนึ่ง การใช้ยาต่างๆควรต้องเป็นการแนะนำจากแพทย์ เพราะในผู้ป่วยแต่ละคนจะมีการใช้ ชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลาในการใช้ยาที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นยาต่างๆเหล่านี้ยังมีผล ข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคกระดูกพรุนคือ การกินวิตามินเกลือแร่เสริมอาหารและ/หรือยาต่างๆตามแพทย์แนะนำ การกินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ครบถ้วนทุกวันในปริมาณพอเหมาะที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน การออกกำลังกายสม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ และหลีก เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้โดยเฉพาะบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างไร?

การป้องกันโรคกระดูกพรุนคือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง (ดังกล่าวในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง) ที่หลีกเลี่ยงได้โดยเฉพาะบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายสม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนทุกวัน การพบแพทย์เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยกลางคนเพื่อ การตรวจสุขภาพซึ่งอาจมีการตรวจมวลกระดูกด้วย โดยเฉพาะเมื่อเป็นสตรีในวัยหมดประจำเดือน แต่ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ และการเสริมอาหารด้วยวิตามินเกลือแร่ตามแพทย์แนะนำ

ปริมาณแคลเซียมและวิตามินดีที่ควรได้รับต่อวัน

IOM (Institute of Medicine) สถาบันที่ดูแลด้านการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา ในปีค.ศ 2011 ได้แนะนำปริมาณ แคลเซียม และวิตามินดี ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน(รวมทั้งหมดทั้งจากอาหารและจากแคลเซียมเสริมอาหาร) ดังนี้

ก. ปริมาณแคลเซียม:

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. Duque, G., and Troen, B. (2008). Understanding the mechanisms of senile osteoporosis: new facts for major geriatric syndrome. J Am Geriatr Soc, 56, 935-941.
  3. Khosla, S., and Melton III., L. (2007). Osteopiania. New Engl J Med, 356, 2293-2300.
  4. http://en.wikipedia.org/wiki/osteoporosis [2018,March17]
  5. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK56068/table/summarytables.t3/?report=objectonly [2018,March17]
  6. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK56068/table/summarytables.t2/?report=objectonly [2018,March17]
Updated 2018,March17


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Luk888
Frame Bottom