Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระเพาะอาหาร  หลอดอาหาร  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แสบร้อนกลางอก  จุกแน่นท้อง 

บทนำ

โรคกรดไหลย้อน (Gastoesophageal reflux disease) หรือ เรียกย่อว่า โรคเกิร์ด (GERD) หรืออาจเรียกว่า โรคกรดไหลกลับ ได้แก่โรคซึ่งกรดที่ควรมีอยู่แต่เฉพาะในกระเพาะอาหาร ไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหาร และก่อให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ เช่น อาการแสบร้อนกลางอก (Heartburn) ลำคอและกล่องเสียงอักเสบ (เจ็บคอเรื้อรัง มีเสลด และอาจเสียงแหบเป็นครั้งคราว)

กรดไหลย้อนเป็นโรคพบได้บ่อยทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย โดยพบได้ใกล้เคียงกัน เป็นโรคพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยพบอัตราเกิดสูงขึ้นในอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป โดยพบได้สูงสุดในคนอายุ 60 - 70 ปีขึ้นไป มีรายงานว่าในคนตะวันตกพบโรคนี้ได้ประมาณ 10 - 20% ของประชากร ในสหรัฐอเมริกาพบได้ประมาณ 25 - 40% ที่จะมีอาการของโรคนี้ ซึ่งคาดว่าเมื่อคนมีอายุยืนยาวมากขึ้น ก็จะพบโรคนี้ได้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

โรคกรดไหลย้อนเกิดได้อย่างไร?

ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร จะมีกล้ามเนื้อทำหน้าที่เป็นหูรูด (Sphincter) ช่วยบีบบังคับไม่ให้อาหารและกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปในหลอดอาหาร ทั้งนี้เพราะกรดจะทำลายเยื่อบุหลอดอาหาร ก่อให้เกิดอาการและโรคต่างๆตามมา เพราะเนื้อเยื่อหลอดอาหารไม่สามารถทนต่อกรดได้ ดังนั้น เมื่อเกิดภาวะที่ทำให้หูรูดนี้หย่อนยาน หรือปิดไม่สนิท จึงส่งผลให้กรดและอาหารที่กำลังย่อยในกระเพาะอาหาร ไหลทวนย้อนกลับเข้าสู่หลอดอาหาร

ภาวะที่ทำให้เกิดการหย่อนยาน และ/หรือการปิดไม่สนิทของหูรูดที่สำคัญ คือ อายุ กระเพาะอาหารบีบตัวได้น้อยลง และการมีความดันในกระเพาะอาหารสูงขึ้น (เช่น ในคนอ้วนหรือในคนที่กินอาหารแต่ละมื้อในปริมาณมาก/อิ่มมากเกินไป)

โรคกรดไหลย้อนมีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงจากอะไร?

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคกรดไหลย้อน ได้แก่

โรคกรดไหลย้อนมีอาการอย่างไร?

อาการพบบ่อยของโรคกรดไหลย้อน ได้แก่

แพทย์วินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคกรดไหลย้อนได้จาก ประวัติอาการ การตรวจลำคอ การตรวจร่างกาย การตรวจภาพปอดด้วยเอกซเรย์แยกจากโรคปอดต่างๆ การส่องกล้องตรวจกล่องเสียง หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้ และอาจตัดชิ้นเนื้อในบริเวณที่ผิดปกติเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อแยกจากโรคมะเร็งหลอดอาหาร และอาจมีการตรวจวิธีเฉพาะอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ตรวจวัดภาวะความเป็นกรดของหลอดอาหารในขณะส่องกล้อง ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

รักษาโรคกรดไหลย้อนอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น การปรับพฤติกรรมการบริโภคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง เลิก/จำกัดอาหาร เครื่องดื่มที่เป็นปัจจัยเสี่ยง เลิกบุ หรี่ ควบคุมน้ำหนัก, ร่วมกับเมื่อมีอาการเรื้อรังรุนแรงขึ้น แพทย์จะให้ยาต่างๆ เช่น ยาลดกรด(อ่านเพิ่มเติมในบทความ วิธีใช้ยาลดกรด) หรือยาเพิ่มการบีบตัวของกระเพาะอาหาร (เช่น ยา Metoclopramide) ซึ่งเมื่ออาการเลวลงมาก อาจต้องให้การผ่าตัดหูรูด แต่ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ เพราะการผ่าตัดไม่ได้ผลดีในผู้ป่วยทุกราย

ดังนั้น ในการรักษาควบคุมโรคนี้ ผู้ป่วยต้องระลึกเสมอว่า โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หาย แต่รักษาควบคุมอาการได้ดี โดยต้องควบคู่กันไประหว่างการปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆดังได้กล่าวในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง (อ่านเพิ่ม เติมในหัวข้อ การดูแลตนเอง) ร่วมกับการรักษาจากแพทย์กรณีเมื่อมีอาการต่อเนื่อง ซึ่งการรัก ษาด้วยยาหรือการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวโดยไม่ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต ไม่สามารถรักษาควบคุมโรคกรดไหลย้อนได้

โรคกรดไหลย้อนมีผลข้างเคียงไหม? รุนแรงไหม?

การพยากรณ์โรคของโรคกรดไหลย้อน คือเป็นโรคไม่รุนแรง ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่เป็นโรคเรื้อรัง ส่งผลถึงคุณภาพชีวิต การรักษาให้หายมักเป็นไปได้ยาก แต่การรักษาจะช่วยให้โรคสงบได้นาน และช่วยชะลอความรุนแรงของโรค

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อนหรือภาวะแทรกซ้อน) ที่พบได้จากโรคกรดไหลย้อน คือ โรคคอและกล่องเสียงอักเสบเรื้อรัง โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง โรคหืด และฟันผุง่าย จากช่องปากเป็นกรด และจากกรดไหลย้อนถึงช่องปาก นอกจากนั้น คือเป็นสาเหตุให้หลอดอาหารอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเซลล์ที่อักเสบเรื้อรังเหล่านี้ อาจเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ ดังนั้น การเป็นโรคกรดไหลย้อน จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารได้

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

เมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อน ต้องระลึกเสมอว่าเป็นโรคเรื้อรัง ไม่มีโอกาสรักษาได้หาย แต่สามารถควบคุมอาการให้เป็นปกติ หรือใกล้เคียงปกติได้ด้วยการดูแลตนเองเพื่อการปรับพฤติ กรรมการกินและการใช้ชีวิต และร่วมกับการรักษาจากแพทย์กรณีมีอาการต่อเนื่อง

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคกรดไหลย้อน ได้แก่

  • ปฏิบัติตามแพทย์และพยาบาลแนะนำ
  • หลีกเลี่ยงสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้ดังกล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
  • กินอาหารแต่ละมื้อให้น้อยลง ไม่กินแล้วนอนเลย ต้องรออาหารย่อยผ่านกระเพาะอาหารไปก่อน (ประมาณ 2 - 3 ชั่วโมงหลังกินอาหาร)
  • สังเกตอาหารและเครื่องดื่มที่สัมพันธ์กับอาการ ทั้งประเภทและปริมาณ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือจำ กัดการบริโภค
  • งด/เลิก ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำหนักเมื่อมีโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน
  • นอนในท่าเอนตัวเสมอ ไม่นอนราบ
  • ไม่ก้มหยิบของเมื่อกินอาหารอิ่มๆ เพราะเพิ่มความดันต่อกระเพาะอาหาร
  • ไม่ใส่เสื้อผ้าหรือรัดเข็มขัดจนแน่น เพราะเพิ่มความดันต่อกระเพาะอาหาร
  • ควบคุมรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่ออาการต่างๆเลวลงหรือผิดไปจากเดิม
  • รีบพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลฉุกเฉินขึ้นกับความรุนแรงของอาการ เมื่อ

ป้องกันโรคกรดไหลย้อนได้อย่างไร?

การป้องกันโรคกรดไหลย้อน ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง (ที่หลีกเลี่ยงได้) ดังกล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
  • ปรับพฤติกรรมการกิน การใช้ชีวิตและปฏิบัติตน ดังกล่าวแล้วในหัวข้อการดูแลตนเอง
  • ป้องกันโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน
  • รักษาควบคุมโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง (ที่กล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง)

บรรณานุกรม

1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
2. Gastroesophageal reflux disease. http://en.wikipedia.org/wiki/Gastroesophageal_reflux_disease [2014, May13].
3. Kahrilas, P. (2003). GERD pathogenesis, pathophysiology, and clinical manifestations. Cleveland Clinic Journal of Medicine. 70, s4-s18.
4. Patti,M. (2014). Gastroesophgeal reflux disease http://emedicine.medscape.com/article/176595-overview#showall [2014,May13].
5. http://www.webmd.com/ahrq/treating-acid-reflux-disease-with-diet-lifestyle-changes [2014,May13]

updated 2014, May 17

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 9 คน Chumnan lovebear1978 ash namwanz.pruesatikul SlurV2 nattawut.wongpratum konthron.ant somsuk wi0897
Frame Bottom