Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เป็นสิว 

บทนำ

ยากรดเรทิโนอิก (Retinoic acid) เป็นสารที่ถูกเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีมาจากวิตามินเอ (Vitamin A) ซึ่งมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง กรดเรทิโนอิกไม่ละลายในน้ำ แต่ละลายได้ดีในไขมัน จึงสามารถสะสมในร่างกายได้ง่ายเช่น เดียวกันกับ วิตามิน ดี อี และ เค กรดเรทิโนอิกสามารถถูกกำจัดออกจากร่างกายโดยทางปัสสาวะและอุจจาระภายใน 0.5 - 2 ชั่วโมงหลังเข้าสู่ร่างกาย แต่บางส่วนจะยังสะสมในร่างกายเพื่อนำไป ใช้ประโยชน์ และจะถูกกำจัดออกในเวลาต่อม

กรดเรทิโนอิก (All-Trans-Retinoic acid) ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติของไทย และระบุเป็นยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันชนิดเอ็ม 3 (Acute promyelocytic leukemia) โดยกลไกการออกฤทธิ์ช่วยให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดที่ปกติออกมา นอกจากนี้ยังมีการนำมาผลิตในรูปยาใช้ภายนอกทารักษาสิว ช่วยให้ผิวหนังผลัดเซลล์ใหม่ ด้วยเป็นกรดวิตามินที่มีฤทธิ์ต่อระบบการทำงานของร่างกาย การใช้ยาที่มีส่วนประกอบของกรดเรทิโนอิก จึงต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์เท่านั้น

กรดเรทิโนอิกมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

กรดเรทิโนอิก

กรดเรทิโนอิกมีสรรพคุณดังนี้

กรดเรทิโนอิกมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กรดเรทิโนอิกมีกลไกการออกฤทธิ์ โดยตัวยาจะออกฤทธิ์กระตุ้นการแบ่งเซลล์และเร่งการผลัดเซลล์ของผิวในชั้นอิพิทีเรียล/เยื่อบุผิว (Epitherial) นอกจากนี้ยังออกฤทธิ์กดการสร้างและป้องกันการสร้างโคมิโดน (Comedone: สิวอุดตัน) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวทั่วไป อีกกลไกหนึ่งของกรดเรติโนอิกคือ จะไปยับยั้งการลุกลามของมะเร็งเม็ดเลือดขาวโดยช่วยลดปริมาณการเกิดเม็ดเลือดขาวชนิดที่ไม่สมบูรณ์หรือที่ผิดปกติ และสนับสนุนไขกระดูกให้ผลิตเม็ดเลือดที่ปกติ ขึ้นมาทดแทน

กรดเรทิโนอิกมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

กรดเรทิโนอิกมีรูปแบบการจัดจำหน่าย ดังนี้

  • รูปแบบยาแคปซูล ขนาดความแรง 10 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • รูปแบบยาครีม ขนาดความเข้มข้น 0.01%, 0.025%, 0.05%, และ 0.1%

กรดเรทิโนอิกมีขนาดรับประทาน/วิธีใช้อย่างไร?

กรดเรทิโนอิกมีขนาดรับประทาน/วิธีใช้ดังนี้

ก. ยารับประทาน: สำหรับมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (Acutepromyelocytic leukemia) ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก คำนวณโดยให้ยา 45 มิลลิกรัม/พื้นที่ร่าง กาย 1 ตารางเมตร/วัน โดยแบ่งรับประทาน 2 ครั้ง เวลาของการให้ยาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา และควรรับประทานยาพร้อมอาหาร

ข. ยาทารักษาสิว:

  • ผู้ใหญ่: ยาขนาดความเข้มข้น 0.01 - 0.1% ทาบางๆ วันละ 1 - 2 ครั้ง ในบริเวณที่เป็นสิว โดยก่อนทายาต้องทำความสะอาดผิวให้ปราศจากความมันและอยู่ในสภาพที่แห้ง
  • เด็ก: การใช้ยาต้องโดยคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

ค. ยาทาสำหรับรักษารอยด่างดำ รอยเหี่ยวย่นอันมีสาเหตุจากแสงแดด:

  • ผู้ใหญ่: ล้างหน้าด้วยสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง ทิ้งไว้ 20 - 30 นาที จากนั้นทายาขนาดความเข้มข้น 0.02 - 0.05% วันละ 1 ครั้งก่อนนอน อาจต้องใช้เวลา 6 เดือนเป็นอย่างต่ำจึงจะเห็นผลการรักษา
  • เด็ก: กรณีนี้ยังไม่มีรายงานการใช้ยาทานี้ในเด็ก เนื่องจากภาวะดังกล่าวไม่พบในเด็ก

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยากรดเรทิโนอิก ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยากรดเรทิโนอิกหรือลืมทายานี้ สามารถรับประทานหรือทายานี้เมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาหรือการทายาในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

กรดเรทิโนอิกมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

กรดเรทิโนอิกสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) ดังนี้

ก. สำหรับยาทา: มีอาการระคายเคืองกับผิวหนัง ผิวหนังบวม แพ้แสงแดดได้ง่าย อาจเกิดภาวะผิวด่างขาวหรือผิวคล้ำได้ชั่วคราว

ข. สำหรับยาชนิดรับประทาน: อาจทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูง อุณหภูมิของร่างกายต่ำ มีภาวะติดเชื้อ วิงเวียน วิตกกังวล ผิวแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน มีเลือดออกในทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร เหงื่อออกมาก มีผื่นคัน เจ็บกระดูก การมองเห็นภาพแย่ลง มีความผิดปกติทางเม็ดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะจนถึงหัวใจหยุดเต้น อาจเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต (ตาย) ได้

มีข้อควรระวังการใช้กรดเรทิโนอิกอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้กรดเรทิโนอิก ดังนี้

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมกรดเรทิโนอิกด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

กรดเรทิโนอิกมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

กรดเรทิโนอิกมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น ดังนี้

*****หมายเหตุ:

จะเห็นได้ว่ายากรดเรทิโนอิกมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาต่างๆได้หลายชนิด ดังนั้นการใช้ยานี้จึงจำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งใช้ยาเท่านั้น ไม่ควรซื้อยาใช้เอง

ควรเก็บรักษากรดเรทิโนอิกอย่างไร?

ควรเก็บรักษากรดเรทิโนอิกดังนี้

  • ยากรดเรทิโนอิกชนิดรับประทาน ควรเก็บที่อุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius)
  • ยากรดเรทิโนอิก ทาผิวชนิดโลชั่น/เจล ควรเก็บภายใต้อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส
  • ยากรดเรทิโนอิกชนิดครีม ควรเก็บภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส

อนึ่ง ยากรดเรทิโนอิกทุกรูปแบบ ควรเก็บยาให้พ้นแสงแดดและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือ เด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ

กรดเรทิโนอิกมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยากรดเรทิโนอิกที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิต เช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Renova (เรโนวา) Janssen-Cilag
Retacnyl (เรแท็กนิล) Galderma
Retin-A (เรทิน-เอ) Janssen-Cliag
Stieva-A (สตีวา-เอ) Stiefel
Tina-A (ทีนา-เอ) 2M (Med-Maker)
Vesanoid (เวซานอยด์) Roche

บรรณานุกรม

1. http://www.drugs.com/ppa/tretinoin-trans-retinoic-acid-vitamin-a-acid.html [2014,Aug9]
2. http://en.wikipedia.org/wiki/Retinoic_acid [2014,Aug9]
3. http://www.mims.com/THAILAND/Home/GatewaySubscription/?generic=tretinoin [2014,Aug9]
4. http://www.mims.com/THAILAND/drug/info/Stieva-A/ [2014,Aug9]
5. https://www.mims.com/USA/drug/info/tretinoin/?type=full&mtype=generic [2014,Aug9]
6. https://www.mims.com/Malaysia/drug/info/Vesanoid/ [2014,Aug9]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน brightnaruto555 puipawit00
Frame Bottom