กระดานสุขภาพ

ช่วยด้วยครับ บริเวณอวัยวะเพศ (ชาย) แสบและมีหนอง
Xspo*****1

24 มิถุนายน 2561 23:11:49 #1

อวัยวะเพศ (ชาย) บวมและเป็นปื้นสีดำครับแสบมาก

ภาพประกอบ 

http://haamor.com/media/images/webboardpics/xsport001-44352-3.jpg

เป็นบริเวณผิวอัณฑะด้วยครับอีก 2-3 จุดแต่บริเวณผิวอัณฑะมีหนองไหลออกมาด้วยค่อนข้างมาก ก่อนหน้านี้ทายาแก้อักเสบเป็นหนองกับทานยาแก้อักเสบครับ แต่ตอนนี้คาดว่าจะเป็นเชื้อราเแต่ไม่ค่อยมีอาการคันจะเจ็บซะมากกว่า ตอนนี้เลยเริ่มซื้อยาทาเชื้อรามาทาครับ รูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายเมื่อสองสามวันที่แล้วนะครับตอนนี้บริเวณปื้นสีดำมีตุ่มน้ำขึ้นมาและเหมือนจะลามมากขึ้นบริเวณก้นเหมือนจะมีปื้นแดงที่มีตุ่มเล็กๆเกาะกลุ่มกันขึ้นและมีรอบขาวๆไม่แน่ใจว่ามีนองไหมคล้านๆแผลร้อนในขึ้นมามีแบบนี้บริเวณขาหนีบด้วยครับ

ภาพประกอบ

http://haamor.com/media/images/webboardpics/xsport001-44352-2.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/xsport001-44352-1.jpg

อาการแบบนี้อันตรายไหมครับและสามารถรักษาหายเองได้ไหม อยากทราบด้วยคับว่าโดยทั่วไปเชื้อราสามารถทำให้เกิดอาการแสบบวมรวมถึงมีหนองได้ด้วยหรอครับ 

ปล. รบกวนด้วยครับเพราะตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อดี

อายุ: 20 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 58 กก. ส่วนสูง: 165ซม. ดัชนีมวลกาย : 21.30 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

25 มิถุนายน 2561 17:09:21 #2

  • ดูจากรูปที่ส่งมา เห็นเป็นรอยดำๆคล้ำๆที่บริเวณอสัยวะเพศ รวมทั้งมีตุ่มน้ำพองคล้ายโดนน้ำร้อนลวก ถ้าไม่มีความเสี่ยง คือยังไม่เคยร่วมเพศหรือเคยแต่ใช้ถุงยางทุกครั้ง ในกรณีของคุณ อาจจะเป็นแผลที่เกิดจากแพ้สารที่ใช้บริเวณนี้ หรือแพ้ยากิน ซึ่งถ้ามีประวัติกินยา เช่น ยาแก้ไข้ ยาแก้อักเสบ ยาชุดจากร้านขายยา ก็อาจจะเป็นจาการแพ้ยาซึ่งจะเริ่มด้วยมีอาการคัน ตามด้วยตุ่มน้ำพองๆคล้ายน้ำร้อนลวก หนังบางส่วนก็จะดำคล้ายถูกไฟไหม้ ต้องงดกินยาหรืองดใช้สารที่สงสัยว่าจะแพ้ ลองนึกดูว่าก่อนเป็นได้กินยาอะไรหรือไม่ถ้ามีก็เป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดจากการแพ้ยา ซึ่งลักษณะของแผลแพ้ยาจะคล้ายกับแผลที่โดนน้ำร้อนลวก ให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือล้างแผลเช้าเย็น ใช้ยาทาแก้แพ้ เช่น triamcinolone ทาบางๆ เช้า เย็น กินยาแก้แพ้ เช่น atarax ครั้งละ 10 มิลลิกรัม เช้า เย็น ก็จะดีขึ้นใน 1 อาทิตย์ ส่วนสาเหตุอื่นๆที่อาจจะเป็นได้ เช่นแผลเริม ซึ่งถ้าเป็นเริม
  • รอยโรคจะเริ่มด้วยการเป็นตุ่มแดง แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ ภายใน 1-2 วัน ตุ่มน้ำจะแตกออกกลายเป็นแผลตื้นๆ
  • เริมเป็นสาเหตุของแผลที่อวัยวะเพศที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ในกรณีที่เป็นครั้งแรก จะมีอาการรุนแรง เช่น มีตุ่มน้ำหลายๆกลุ่ม ปวดแสบปวดร้อน
  • ตุ่มน้ำแตกเป็นแผล นอกจากนี้อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต รักษาโดยใช้ยา aciclovir
  • 200 มิลลิกรัม ทุก 4 ชม. 5-7 วัน และเมื่อเป็นแล้ว มักเป็นๆหายๆ เพราะจะมีเชื้อเริม
  • ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่เรียกว่า เฮอร์ปีส์ (Herpes) ไปแฝงตัวอยู่ที่ปมประสาทใต้ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ
  • แต่การเป็นซ้ำครั้งต่อๆไปจะไม่รุนแรง โดยสรุปน่าจะเป็นการแพ้ยากิน แนะนำหาหมอครับ
Anonymous

25 มิถุนายน 2561 18:36:11 #3

xsport001
Anonymous

25 มิถุนายน 2561 18:40:19 #4

ขอโทษครับเมื่อกี้พิมพ์ผิด 5555 คือว่าโดยส่วนตัวผมไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ครับและคิดว่าช่วงนั้นไม่นาาจะได้ทานยาอะไรอย่างมากก็คือยาแก้แพ้ครับ แต่ที่ผมเป็นนี้เกิดหลังจากวันนั้นผมต้องออกไปงานแล้วพอดีกางเกงชั้นในหมดครับเลยตัดสินใจหยิบบ็อกเซอร์ตัวเก่ามาใส่ซึ่งบ็อกเซอร์ไม่ได้ใส่มานานแล้ว และเนื่่องจากเป็นคนใส่กางเกงในตลอดวันนั้นผมรำคาญๆเลยมีเกาหรือดึงอยู่เรื่อยๆครับ และหลังจากวันนั้นก็เริ่มเป็นเลย
Anonymous

25 มิถุนายน 2561 18:41:10 #5

คุณหมออุตส่าห์เข้ามาช่วยตอบตอนเที่ยงคือขอบคุณมากๆครับ
Anonymous

25 มิถุนายน 2561 18:46:18 #6

ขอถามอีกนิดนึงนะครับ พอดีว่าผมใช้ยาแก้เชื้อราอยู่ด้วยสามมารถใช่คู่กับตัวยา triamcinolone ได้ไหมครับหรือควรหยุดยารักษาเชื้อราหรือว่าลักษณะนี้ไม่น่าเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อราครับและผมก็ยังทายาแก้อักเสบเป็นหนองร่วมด้วยในบนิเวณที่เป็นแผลรวมถังทานยาแก้อักเสบด้วยครับสามารถใช้ร่วมกันได้ไหมครับ
นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

26 มิถุนายน 2561 18:37:39 #7

ดูจากรูป ไม่น่าจะเป็นเชื้อรา น่าจะเกิดจากการแพ้ และน่าจะเป็นยากินบางชนิด เช่น ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ยาลดไข้เป็นต้น ยาที่ถามมาคือ triamcinolone เป็นยาแก้แพ้ สามารถทาได้ และต้องงดยากินที่สงสัยว่าจะแพ้ด้วย ถ้าเป็นไปได้ให้พบแพทย์ผิวหนังครับ