กระดานสุขภาพ

แผลในช่องคลอด
Kara*****2

26 ธันวาคม 2560 02:33:49 #1

เป็นตุ่มที่แคมนอกค่ะ เป็นตุ่มละขึ้นเป็นสีขาวๆสกิดออกคล้ายสิว แต่ในช่องคลอดเป็นแผลสีขาว เจ็บเวลาฉี่ หรือโดนน้ำค่ะ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหมอบอกเป็นเริม แต่ด้วยความไม่แน่ใจไปตรวจละเอียดที่คลีนิคหมอบอกเป็นเหมือนแผลริมอ่อนมากกว่า หมอที่คลีนิคเลยฉีดยาให้กับกินยา4เม็ดทีทเดียวพร้อมกัน แต่ก็ยังทานยาโรคเริมเสริมด้วย แผลริมอ่อนกับเริม ต่างกันยังไงค่ะ เพราะตอนนี้ไม่รุ้ว่าตัวเองเป็นแผลริมอ่อนหรือเริม อาการเป็นแผลในแคมผนังด้านใน เจ็บเวลาฉี่หรือโดนน้ำ ด้านนอกเป็นตุ่มแผลที่สกิดเม็ดสีขาวออกมาแต่เจ็บเวลาโดนน้ำเหมือนกัน หลังได้รับยาตอนนี้เหมือนจะมีหนองออกมาค่ะ
อายุ: 21 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 76 กก. ส่วนสูง: 173ซม. ดัชนีมวลกาย : 25.39 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ. พวงทอง ไกรพิบูลย์

(วว.รังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์)

26 ธันวาคม 2560 06:24:51 #2

เรียนคุณ Karat22

ก่อนอื่น ทางเว็บฯขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ไว้ใจเว็บ haamor.com

-เพื่อให้แพทย์ผู้ตอบคำถาม สามารถให้คำแนะนำในเบื้องต้นที่เหมาะสมกับคุณได้ ขอความกรุณาคุณช่วย "ถ่ายรูปเฉพาะตำแหน่งอาการ/รอยโรค/ผื่น ของคุณ แล้วส่งมาด้วยกับคำถาม

-รูปที่ส่งมา ต้องไม่สามารถระบุตัวคุณได้(เป็นจรรยาบรรณ์แพทย์) คือ ขอคุณช่วยปกปิดใบหน้า แต่ถ้ารอยโรคอยู่บนใบหน้า ให้ปกปิดตาทั้ง๒ ข้าง ถ้า รอยโรคที่ตา ให้ปกปิดตาข้างที่ปกติ (คือถ่ายรูปเฉพาะตาข้างที่มีอาการ)

พญ. พวงทอง ไกรพิบูลย์
บรรณาธิการฝ่ายแพทย์

รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

26 ธันวาคม 2560 15:33:06 #3

โรคเริมจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส herpes simplex ซึ่งจะทำให้เกิดรอยโรคมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสก่อนเมื่อตุ่มน้ำแตกออกจะเห็นแผลอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนแผงมีลักษณะสกปรกเมื่อไปสัมผัสถูกหรือโดนน้ำจะมีอาการเจ็บแสบมากคนไข้อาจจะมีไข้ต่ำต่ำหรือไข้สูงก็ได้จะมีอาการอ่อนเพลียปวดเมื่อยตามตัวเหมือนการติดเชื้อไวรัสทั่วทั่วไปและอาจจะมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ส่วนแผลริมอ่อนเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแกรมลบชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า haemophilus ducreyi จะทำให้เกิดรอยโรค มีลักษณะ เป็นตุ่มนูนก่อนและมีอาการเจ็บบริเวณอวัยวะเพศหลังจากนั้นจะเริ่มมีแผลเล็กๆ และขอบแผลนูน ไม่แข็งและไม่เรียบ ก้นแพ้จะเห็นลักษณะเปลือยนุ่มดูแชทมีเนื้อเยื่อเล็กๆที่ก้นแผลไม่สะอาด ถ้าไปสัมผัสถูกจะมีอาการเจ็บปวดมากหรือบางครั้งอาจจะมีเลือดซึมปนออกมา คนไข้อาจจะมีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบบวมโต บางรายอาจจะมีไข้หนาวสั่นปวดเมื่อยตามตัวได้ ถ้ามีอาการรุนแรงมากแต่อาจจะลุกลามไปมากจนทำให้อวัยวะเพศมีเนื้อแหว่งหายไปได้ ลักษณะแผลจะค่อนข้างใหญ่มากกว่าแผลเริม บางครั้งแยกจากกันยากสำหรับ 2 ลูกนี้จำเป็นต้องทำการตรวจพิเศษ โดย นำเอา น้องบริเวณแผลมาย้อมสีแกรม stain เพื่อที่จะหาเชื้อที่เป็นสาเหตุเราจะเห็นลักษณะแบคทีเรียอยู่กันเป็นกลุ่มคล้ายฝูงปลาว่ายตามกันเรียกว่า School of fish หรืออาจจะส่งเชื้อไปเพาะเชื้อแต่ทำได้ยากมาก จำเป็นจะต้องแยกออกจากโรคซิฟิลิสในระยะแรกด้วย ข้อแตกต่างกันระหว่างโรคเริมและแผลริมอ่อนคือโรคเริมเกิดจากเชื้อไวรัสอาการมักจะหายไปได้เองภายใน 7-14 วันถ้าไม่มีการรักษา แต่แผลริมอ่อนจะไม่หายจำเป็นต้องทำการรักษาร่วมด้วยโดยการรับประทานยาต้านเชื้อแบคทีเรีย นานประมาณ 1 สัปดาห์ อาการก็จะดีขึ้นได้ การป้องกันการติดเชื้อทั้ง 2 อย่างนั้นจำเป็นที่จะต้องสวมใส่ถุงยางอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรคการสัมผัสแผล หรือการถ่ายทอดเชื้อไปให้ผู้อื่นจะต้องงดมีเพศสัมพันธ์ในกรณีที่มีรอยโรคอยู่ด้วยค่ะ
________________________________________

Haamor Admin

(Admin)

26 ธันวาคม 2560 16:20:34 #4

เรียน อ สายฝน

ทางเจ้าของกระทู้ได้แนบรูปมาเพิ่มเติมค่ะ รบกวนวินิจฉัยอีกรอบนะคะ

เพิ่มเติมนะค่ะ รูปนี้เป็นรูปที่รักษาแล้ว ช่องผนังด้านในมันอยู่ในซอกมองไม่เห็น แต่ก่อนหน้านี้เป็นสีขาวเหมือนหนอง แต่กินยาเริม กับยาแผลริมอ่อนไป ทำให้มีหนองออกมาและแผลค่อยๆหายค่ะ รูปตรงช่องคลอดด้านนอกเป็นจุดขาวๆค่ะ เป็นตำแหน่งเดียวกันทั้ง2ข้าง

รูปที่วงกลม เป็นแผลหนองด้านในค่ะ

ตั้งแต่ได้รับยาก็มีหนองออกมา ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีเป็นแค่แผล ตอนนี้แผลด้านในเริ่มหายแล้วค่ะ

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Karat22-40747-1.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Karat22-40747-2.jpg

รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

27 ธันวาคม 2560 05:37:05 #5

จากรูปลักษณะจะเหมือนเดิมค่ะไม่ใช่แผลริมอ่อน คุณได้รับการรักษาไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยยาต้านไวรัส acyclovir คุณได้รับการรักษาไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นอาการน่าจะดีขึ้นภายใน 7-10 วัน โดยปกติถ้าไม่รักษาเชื้อนี้ก็จะหายไปได้เองภายใน 7 ถึง 10 วันค่ะ

Kara*****2

27 ธันวาคม 2560 06:24:09 #6

อยากทราบสาเหตุค่ะ เพราะมีแฟนมาแค่คนเดียว แล้วอยู่กันมาสักระยะแล้วไม่เคยมีอาการ แล้วต้องพาแฟนไปเช็ค ด้วยมั้ยค่ะ
รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

28 ธันวาคม 2560 06:39:02 #7

สาเหตุของโรคเริม จากการติดเชื้อไวรัส herpes simplex ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เชื่อว่าคุณนั้นจะมีเชื้อนี้มาก่อนหน้าแล้ว หรือเคยเป็นเริมที่บริเวณปากและมี oral sex จึงทำให้เกิดการติดเชื้อที่บริเวณอวัยวะเพศได้ ถ้าแฟนไม่มีอาการส่วนใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องทำการรักษา แต่ถ้ามีอาการ ก็ควรพาไปรักษาด้วยทางที่ดีก็ควรจะต้องสวมใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือรับเชื้อเพิ่มค่ะ