กระดานสุขภาพ

โอกาสติดโรคที่เกิดจากการเที่ยวบริการ
Anonymous

17 กันยายน 2560 19:37:47 #1

ผมมีเรื่องจะปรึกษา เนื่องจากเมื่อคืนก่อน ผมได้ไปเที่ยวสาวบริการมา ใช้ถุงยาง และถุงไม่แตกครับ แต่ตอนทำกิจกรรมกัน บางทีถุงยางไม่สุดโคน(แต่คุมหัวอวัยวะเพศแน่ๆ) มีการทำออรัลเซ็กให้ด้วย(โม้ค) แต่ทำตอนใส่ถุงนะครับ พอกลับมารู้สึกว่าคันตรงส่วนถุงอัณฑะและคันตามตัว แต่ไม่มาก จึงอยากสอบถามเกี่ยวกับต่างๆดังนี้ครับ

1.มีสิทธิ์เป็นโรคเอดส์กี่เปอร์เซนต์

2.นอกจากเอดส์แล้ว ผมมีสิทธิ์เป็นโรคอะไรอย่างอื่นอีกไหมครับ

3.ถ้าเกิดถุงแตกขึ้นมา จะมีโอกาสเป็นเอดส์มากไหม

4.ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับยาฉุกเฉินแก้ hiv ผมควรไปหายามากินป้องกันไว้ก่อนไหมครับ หาซื้อได้ที่ไหน ตอนซื้อต้องบอกร้านขายว่ายังไงครับ

5.ผมสามารถไปตรวจเชื้อได้อีกกี่วัน หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ครั้งนี้ครับ แล้วถ้าเกิดติดขึ้นมา จะทำให้หายขาดได้ไหมครับ

ขอรบกวนคุณหมอด้วยนะครับ

อายุ: 25 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 87 กก. ส่วนสูง: 178ซม. ดัชนีมวลกาย : 27.46 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
Anonymous

17 กันยายน 2560 19:40:19 #2

อีกข้อนะครับ

6.ผลข้างเคียงของยาฉุกเฉินแก้ hiv มีอะไรบ้างครับ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว

นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

18 กันยายน 2560 06:17:47 #3

1. มีสิทธิ์เป็นโรคเอดส์กี่เปอร์เซนต์ และ 3.ถ้าเกิดถุงแตกขึ้นมา จะมีโอกาสเป็นเอดส์มากไหม

ถ้าแน่ใจว่าใช้ถุงยางก่อนที่จะมีการสอดใส่และการทำออรัลเซ็กส์ ถุงยางไม่รั่วหรือฉีกขาด ก็ถือว่าไม่มีความเสี่ยง ในกรณีที่ไม่ใช้ถุงยางหรือมีการฉีกขาด

มีการศึกษาโอกาสของการติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์จากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเอดส์ 1 ครั้ง จากมากไปน้อยดังนี้

  • ชายหรือหญิงเป็นฝ่ายถูกสอดใส่ทางทวารหนัก 0.5%
  • หญิงเป็นฝ่ายถูกสอดใส่ทางช่องคลอด 0.1%
  • ชายเป็นฝ่ายสอดใส่ทางทวารหนัก 0.065%
  • ชายเป็นฝ่ายสอดใส่ช่องคลอด 0.05%
  • ชายหรือหญิงที่เป็นฝ่ายทำออรัลเซ็กส์ 0.01% ชายหรือหญิงเป็นฝ่ายถูกทำออรัลเซ็กส์0.005% อย่างไรก็ตามโอกาสจะเพิ่มขึนถ้าเป็นกามโรคหรือมีแผลด้วย

2.นอกจากเอดส์แล้ว ผมมีสิทธิ์เป็นโรคอะไรอย่างอื่นอีกไหมครับ
การใช้ถุงยางสามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ครับ

4.ผมเคยได้ยินเกี่ยวกับยาฉุกเฉินแก้ hiv ผมควรไปหายามากินป้องกันไว้ก่อนไหมครับ หาซื้อได้ที่ไหน ตอนซื้อต้องบอกร้านขายว่ายังไงครับ และ6.ผลข้างเคียงของยาฉุกเฉินแก้ hiv มีอะไรบ้างครับ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว
การกินยาฉุกเฉินเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีวนกรณีที่มีความเสี่ยง เช่นไม่ได้ใช้ถุงยาง ต้องกินเร็วที่สุดหลังมีความเสี่ยง และต้องไม่เกิน 72 ชม. ยาต้านไวรัสไม่สามารถซื้อกินเองได้ และขั้นตอนของการกินยา คือ ต้องเจาะเลือดดูก่อนว่าไม่ได้ติดเชื้อเอดส์อยู่ก่อนแล้ว จึงจะกินได้ โดยต้องกินอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 4 อาทิตย์ ผลข้างเคียงจะขึ้นอยู่กับสูตรยที่ได้รับ เช่น อาจจะมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ มีผื่นขึ้นตามตัว มีผลต่อการทำงานของไตและตับ เป็นต้น

5.ผมสามารถไปตรวจเชื้อได้อีกกี่วัน หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ครั้งนี้ครับ แล้วถ้าเกิดติดขึ้นมา จะทำให้หายขาดได้ไหมครับ

วิธีที่ตรวจได้เร็วที่สุดหลังมีความเสี่ยงคือการตรวจด้วยด้วยวิธี NAAT คือการตรวจส่วนของเชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถตรวจได้เร็วขึ้น คือประมาณ 1 อาทิตย์หลังมีความเสี่ยง แต่จะมีตรวจเฉพาะห้องแล็บใหญ่ๆและมักใช้ในงานวิจัย เนื่องจากมีราคาแพง แนะนำให้ตรวจด้วยวิธีที่ใช้กันทั่วไป คือ GEN 4 ซึ่งเป็นการตรวจแอนติเจนและแอนติบอดี สามารถตรวจได้หลังมีความเสี่ยงประมาณ 3-4 อาทิตย์ ถ้าผลเป็นลบ ก็แสดงว่าไม่ติดเชื้อ แต่ควรตรวจซ้ำหลังเสี่ยงครบ 3 เดือน ซึ่งถ้าผลเป็นลบ ก็ไม่ติดเชื้อเอดส์ สำหรับเรือ่งโรคเอดส์นั้น

ผู้ที่มีสิทธิบัตรทองหรือประกันสังคม ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษาการติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์ คือ ถ้ายังไม่ติดเชื้อหรือสงสัยว่าจะติดเชื้อ จะสามารถตรวจเลือดเอดส์ได้ปีละ 2 ครั้ง โดยไม่ต้องเสียค่าตรวจ สามารถใช้บริการได้ตาม รพ. ที่มีสิทธิอยู่ หรือถ้าไม่สะดวก ก็อาจใช้บริการตาม รพ. รัฐบาลทุกแห่ง โดยการแสดงบัตรประชาชน และเมื่อพบว่าติดเชื้อ ก็จะมีการตรวจภูมิต้านทาน หรือ ซีดีโฟร์ (CD4) และให้กินยาต้านไวรัสโดยไม่ต้องเสียค่ายาและค่าตรวจภูมิต้านทาน นอกจากนี้จะมีการตรวจจำนวนไวรัสในเลือด (viral load) ปีละ 1 ครั้ง เพื่อดูว่าการรักษาได้ผลดีหรือไม่ มีคำแนะนำเพิ่มเติม คือวินัยของการกินยามีความสำคัญมาก ถ้ากินยาถูกต้อง ครบมากกว่า 95% การรักษาจะได้ผลดีมาก แต่ถ้ากินยาไม่ครบ ลืมกิน หรือกินไม่ตรงตามเวลาที่กำหนด ก็มีโอกาสดื้อยาได้

โดยสรุป ในกรณีของคุณถือว่าไม่มีความเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องกินยาฉุกเฉิน แนะนำให้ตรวจเลือดโดยฝช้สทิธิบัตรทองหรือประกันสังคมครับ