กระดานสุขภาพ

เป็นแผลรูที่อวัยวะเพศคับ(มีรูปคับ)
Rach*****2

4 กรกฎาคม 2560 06:41:36 #1

ถามคุณหมอคับ
แผลที่เกิด เป็นบริเวณขอบหัวคับ ลักษณะเป็นรู1แผลคับ เจ็บคับ เป็นมาได้2อาทิตแล้วคับ 
เมื่ออาทิตที่แล้ว ผมไปหาหมอมา ไปมา2ที่คับ
คลินิกที่1 เค้าบอกว่า เหมือนจะเป็นเริม เค้าบอกว่า ไม่ต้องทายา ไม่ต้องกินยา ปล่อยไว้เดี๋ยวก็หาย (ผมก็งงมันจะหายได้ยังไง เพราะป่านนี้ก็ยังไม่หายคับ)
.

คลินิกที่2 เค้าเห็นแผล เค้าฉีดยาRocephin250+Dexaให้ผม แล้วก็ให้ยาทามาชื่อยาFucidinคับ 
.

ตอนนี้3อทิตย์แล้วคับ ยังไม่หายเลย ผมอยากทราบว่ามันเป็นแผลชื่ออะไรชนิดไหนคับ ใช้ยาตัวไหนยังไงถึงจะดีขึ้นคับ
ขอบคุณคับ

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Rachan1111122222-36979-1.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Rachan1111122222-36979-2.jpg

อายุ: 37 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 68 กก. ส่วนสูง: 166ซม. ดัชนีมวลกาย : 24.68 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

5 กรกฎาคม 2560 19:04:05 #2

ดูจากรูปที่ส่งมา เห็นเป็นแผลเล็กๆที่บริเวณอวัยวะเพศ ถ้ามีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ เช่น เที่ยวผู้หญิง ไม่ใช้ถุงยาง มีคู่นอนหลายคน

1. โรคที่พบบ่อยคือ เริม เกิดจากเชื้อไวรัส Herpes simplex อาการจะเป็นหลังจากที่มีความเสี่ยงประมาณ 5 -10 วัน ในกรณีที่เป็นครั้งแรก จะมีอาการรุนแรง เช่น
มีตุ่มน้ำหลายๆกลุ่ม ปวดแสบปวดร้อน ตุ่มน้ำแตกเป็นแผลเจ็บและอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย นอกจากนี้อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ต้องรักษาโดยกินยาอะซัยโครเวียร์ (Aciclovir) ครั้งละ 200 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง (วันละ 5 เม็ด)ประมาณ 1 อาทิตย์ และเมื่อเป็นแล้ว มักเป็นๆหายๆ เพราะจะมีเชื้อไวรัส Herpes) ไปแฝงตัวอยู่ที่ปมประสาทใต้ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อมีการกระตุ้น เช่นการร่วมเพศ การช่วยตัวเอง ก็จะเป็นซ้ำ โดยอาจมีอาการปวด เสียว บริเวณผิวหนังก่อนที่จะเป็นแผล แต่การเป็นซ้ำครั้งต่อๆไปจะไม่รุนแรง

2. แผลซิฟิลิส หรือแผลริมแข็ง เกิดหลังมีความเสี่ยง 10- 90 วัน แผลจะมีขอบแข็ง ไม่เจ็บ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum รักษาโดยฉีดยา benzathine penicillin 2.4 ล้านยูนิต โรคนี้พบบ่อยในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (เกย์)

3. แผลริมอ่อน เป็นหลังเสี่ยง 3- 7 วัน จากเชื้อแบคทีเรีย Hemophilus ducreyi แผลลึก เจ็บ ปัจจุบันพบไม่บ่อย รักษาโดยใช้ยากิน เช่น erythromycin ครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน 7 วัน แต่ปัจจุบันโรคนี้พบได้น้อยมากในประเทศไทย

ในกรณีที่ไม่มีความเสี่ยง ก็อาจจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไป กินยาแก้อักเสบ เช่น erythromycin ครั้งละ 500 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งหลังอาหารประมาณ 1 อาทิตบ์

โดยสรุป ขึ้นกับความเสี่ยงทางเพศ แนะนำหาหมอครับ