กระดานสุขภาพ

ท้องไม่ท้อง
Nuca*****t

16 เมษายน 2558 03:00:49 #1

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

รบกวนสอบถามค่ะ

มีเพศสัมพันธ์ในขณะมีรอบเดือนค่ะ เสี่ยงต่อการตั้งท้องไหมค่ะ (มีรอบเดือนตั้งแวันที่ 8-13 เมษายน 2558) และมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ 11-14 ค่ะ มีการสอดใส่เข้าไปแต่ไม่ได้หลั่งใน ออกมาหลั่งข้างนอกค่ะและไม่ได้เอาอวัวยะเพศเข้าลึกเท่าไร (แบบนี้จะท้องไหมค่ะ)

อายุ: 46 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 50 กก. ส่วนสูง: 166ซม. ดัชนีมวลกาย : 18.14 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
Nuca*****t

17 เมษายน 2558 02:17:25 #2

เพิ่มเติมค่ะ

เดิมเคยฉีดยาคุมกำเนิดเดือนละ 1 เข็ม ฉีดมาตั้งแต่เดือน เมษายน 2556 จนถึงเดือน สิงหาคม 2557 จากนั้นหยุดฉีดไป 6 เดือน ระหว่างที่ไม่ได้ฉีดยาคุมกำเนิดก็ไม่มีรอบเดือนมาค่ะ (ระหว่างฉีดยาคุมกำเนิดก็ไม่มีรอบเดือนมาเหมือนกันค่ะ) มีรอบเดือนอีกครั้งในเดือน มีนาคม 2558 ตั้งแต่วันที่ 14-16 มีนาคม 2558 และเดือน เมษายน 2558 ตั้งแต่วันที่ 8-13 เมษายน 2558 มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ 11-14 เมษายน 2558 ค่ะ มีการสอดใส่เข้าไปแต่ไม่ได้หลั่งเข้าไป ออกมาหลั่งข้างนอก แบบนี้จะทำให้ท้องหรือเปล่าค่ะ (กลุ้มใจมากเลยค่ะ)

รบกวนคุณหมอด้วยนะค่ะ

นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล

(สูติ-นรีแพทย์)

22 เมษายน 2558 14:51:13 #3

หมอขอกล่าวเป็นกรณีๆดังนี้ครับ

กรณีแรก การที่มีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนหรือหลัง 7 วัน นับจากวันมีประจำเดือนวันแรกนั้น หากเดิมเป็นคนที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ตรงรอบดี ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ไม่มีการตกไข่ หากมีเพศสัมพันธ์ช่วงนี้ จะไม่ทำให้ตั้งครรภ์ครับ แต่อย่างไรก็ตาม การใช้การนับวันประจำเดือนนั้นปกติแล้วจะใช้เพื่อการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์สำหรับผู้ที่มีบุตรยากครับ การที่จะนำมาใช้เพื่อการคุมกำเนิดนั้นไม่ควรอย่างยิ่งครับ ยิ่งในผู้ที่มีรอบประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ การตกไข่จะย่ิงคาดเดาไม่ได้ครับ เพราะ ประสิทธิภาพการป้องกันการตั้งครรภ์จะต่ำ ควรจะใช้การคุมกำเนิดอื่นๆ ที่ป้องกันก่อนการมีเพศสัมพันธ์นะครับ เช่น ถุงยางอนามัย หรือ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบแผงรายเดือน เป็นต้น ซึ่งจากที่กล่าวมามีการใช้ยาคุมกำเนิดมาก่อนและประจำเดือนก็ยังไม่มาตามรอบตามปกติ ยิ่งทำให้คาดเดาการตกไข่ไม่ได้เลยครับ ส่วนในการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ยังมีรอบประจำเดือนหรือมีเลือดออกทางช่องคลอดอยู่นั้น เป็นส่ิงที่ไม่ควรทำนะครับ เนื่องจากการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจทำให้ฝ่ายหญิงมีโอกาสการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานได้ง่ายขึ้นนะครับ ควรรอให้ประจำเดือนหายไปก่อนและคุมกำเนิดด้วยวิธีที่ถูกต้องครับ

กรณีที่สอง ในการมีเพศสัมพันธ์ที่มีการสอดใส่อวัยวะเพศ แม้สุดท้ายจะไม่ได้หลั่งด้านใน หรือ สอดใส่ก่อนที่จะใส่ถุงยางอนามัย ก็สามารถทำให้ตั้งครรภ์ได้นะครับ เนื่องจากในช่วงที่มีเพศสัมพันธ์จะมีอสุจิออกมากับสารคัดหลั่งที่ออกมาในช่วงนี้ แม้ปริมาณอสุจิจะน้อย ก็สามารถทำให้ตั้งครรภ์ได้ครับ ซึ่งการที่เช็ดนำ้อสุจิหลังมีเพศสัมพันธ์หรือก่อนสอดใส่ หรือ การไปปัสสาวะก่อนที่จะร่วมเพศ ก็ไม่ได้ช่วยทำให้การตั้งครรภ์น้อยลงหรือเป็นการลดปริมาณอสุจินะครับ เพราะ อสุจิจะออกมาช่วงที่มีอารมณ์ทางเพศและช่วงสอดใส่อวัยวะเพศ แม้จะยังไม่ได้หลั่งครับ ดังนั้นในการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันนั้น มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์แน่นอนครับ ซึ่งการทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินก็พอจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ครับ ซึ่งหากอยู่ในช่วง 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ก็ควรทานยานี้นะครับ และ หากทานถูกต้อง ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะมีประสิทธิภาพประมาณ 89 - 92 % ครับ หรือหากจะเข้าใจง่ายๆ คือ ทานยานี้ 10 คน จะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 9 คนครับ ซึ่งในยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินนั้น จะมีตัวยาที่เป็นฮฮร์โมน ซึ่งมีกลไกการป้องกันการตั้งครรภ์ต่างๆ ทำให้ยับยั้งการตกไข่ ผลทำให้ไม่มีการตกไข่ หรือ ตกช้าออกไป ทำให้ประจำเดือนรอบนั้น อาจเลื่อนออกไป หรือ กะปริดกะปรอยได้ และมีผลทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่พร้อมในการฝังตัว อาจส่งผลให้มีเลือดออกมาจากช่องคลอดได้หลังทาน 3-7 วันครับ แต่เลือดที่อาจออกมานี้อาจมีหรือไม่มีก็ได้นะครับ และ การที่มีหรือไม่ก็ไม่ได้แสดงถึงประสิทธิภาพว่าจะป้องกันได้หรือไม่ หรือ เป็นอาการแสดงการตั้งครรภ์แต่อย่างใดครับ อย่างไรก็ตามก็ควรตรวจการตั้งครรภ์ด้วยนะครับ ซึ่งการตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะนั้น ควรตรวจในช่วงที่ประจำเดือนไม่มาหรือขาดหายไปประมาณ 1 สัปดาห์ ผลที่ได้จะน่าเชื่อถือครับ การตรวจก่อนหน้านี้ ไม่สามารถบอกได้นะครับ หรือ หากสับสนว่าจะตรวจช่วงไหนดี ก็อาจตรวจหลังจากมีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด 2 สัปดาห์ และ ให้ตรวจซ้ำอีกครั้งใน 1 สัปดาห์ต่อมา หากปกติด้วยครับ และ หากประจำเดือนไม่มาหรือขาดหายไปเกิน 2 สัปดาห์ก็ควรมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาตามสาเหตุจะดีกว่าครับ

กรณีที่สาม การคุมกำเนิดโดยใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉีดนั้น จะมีข้อดีในเรื่องสะดวกในการบริหารยาทุก 3 เดือน แต่อาจมีข้อเสียได้เล็กน้อย เช่น อาจมีเลือดกะปริดกะปรอยได้ หลังหยุดยากอาจมีเลือดประจำเดือนมาไม่ปกติ ไม่เป็นรอบได้ และ โอกาสมีบุตรหลังจากหยุดฉีดยาในช่วง 1-3 เดือนนั้น อาจมีโอกาสค่อนข้างน้อยครับ แต่จะกลับมามีได้ประมาณ 90% ภายใน 3-6 เดือนหลังหยุดยาครับ หากไม่มีปัญหาเรื่องอื่นๆ ดังนั้น หากหลังจากหยุดยาแล้วไม่มีบุตรหรือเลือดประจำเดือนมาไม่ปกติหลังหยุดยา 6 เดือน หรือ มีเลือดกะปริดกะปรอยบ่อยๆก็ควรมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อหาสาเหตุว่าเกิดจากผลของยาคุมกำเนิดแบบฉีดโดยที่ไม่ได้มีสาเหตุจากกรณีอื่นๆนะครับ และ หากมีเลือดออกผิดปกติบ่อยๆ หมอแนะนำให้เปลี่ยนการคุมกำเนิดมาเป็นชนิดอื่นๆ เช่นการใช้ยาคุมกำเนิดแบบแผงรายเดือน เป็นต้นครับ

สุดท้ายหมอขอแนะนำการคุมกำเนิดสักนิดนะครับ การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ คือ การป้องกันก่อนการมีเพศสัมพันธ์นะครับ เช่น ถุงยางอนามัย และ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบแผงรายเดือน เป็นต้นครับ ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้องนั้น มีหลักการง่ายๆ ดังนี้ คือ ดูวันเดือนปีที่หมดอายุ เลือกขนาดให้เหมาะสม ไม่หลวมหรือแน่นเกินไป การฉีกออกจากซองควรดันให้ถุงยางไปอีกด้านหนึ่งเสียก่อน และ ไม่ใช้กรรไกรหรือของมีคมตัด ใส่ถุงยางในขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่ โดยบีบปลายถุงเพื่อไล่ลมออกก่อน ซึ่งการไล่ลมจะช่วยไม่ให้ถุงยางแตกและหลุดง่ายขณะทำการสอดใส่อวัยวะเพศ ไม่จำเป็นต้องใช้สารหล่อลื่น และ ไม่ควรใช้วาสลีนมาหล่อลื่น เพราะจะทำให้ถุงยางแตกได้ง่ายขึ้น และการใช้ถุงยางอนามัยซ้อนกันมากกว่า 1 ชั้นชึ้นไปนั้น นอกจากจะไม่ช่วยให้ป้องกันมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ถุงยางมีโอกาสที่จะขาดและปริแตกง่ายขึ้นด้วยจากการเสียดสีกันเองของถุงยางอนามัยครับ เมื่อต้องการจะถอดถุงยางออก ควรรูดถุงยางจากส่วนโคนลงมาในช่วงที่อวัยวะเพศแข็งตัวอยู่ โดยอาจใช้ทิชชูพันรอบ และ ทำความสะอาดตามปกติครับ หากปฎิบัติตามนี้ ก็สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ โดยจะหลั่งในหรือนอกก็ได้นะครับ ส่วนในฝ่ายหญิงหากต้องการคุมกำเนิดด้วย หมอแนะนำให้ทานยาเม็ดคุมกำเนิดแบบแผงรายเดือนนะครับ ซึ่งในเรื่องของยาเม็ดคุมกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบ 21 เม็ด หรือ 28 เม็ด ก็มีวิธีการใช้เหมือนกันครับ คือ เร่ิมทานเม็ดแรกของแผงภายใน 5 วัน นับจากประจำเดือนมาวันแรก ทานช่วงเวลาไหนก็ได้ ขอให้เป็นเวลาเดิม และ เป็นเวลาที่คาดว่าจะไม่ลืมทาน ซึ่งหากเริ่มทานได้ดังนี้ ก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ช่วงใดก็ได้ จะหลั่งด้านในหรือนอกก็ได้ครับ หากทานแบบ 28 เม็ด ก็ให้ทานต่อแผงไปเรื่อยๆ ซึ่งประจำเดือนจะมาช่วง 7 เม็ดสุดท้ายของแต่ละแผง ส่วนหากทานแบบ 21 เม็ด ก็ให้เว้น 7 วัน และเริ่มแผงใหม่ได้เลย โดยระหว่างที่เว้นนี้ จะเป็นช่วงที่ประจำเดือนมาครับ หากมีการลืมทาน หากลืมเพียง 1 เม็ดก็ไห้ทานเมื่อนึกขึ้นได้ และหากลืมทาน 2 เม็ด ก็ไห้ทานวันที่นึกขึ้นได้พร้อมกับเม็ดที่ต้องทานในว้นนั้นๆไปรวมเป็นสองวันติดกัน แต่หากลืมทาน 2 เม็ด ในช่วงที่เลยกลางรอบเดือนไปแล้ว หรือ มากกว่า 3 เม็ดขึ้นไป ก็ให้คุมกำเนิดวิธีอื่นๆด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วยครับ

Nuca*****t

23 เมษายน 2558 03:10:08 #4

คุณหมอค่ะ

            จากที่เล่าให้คุณหมอฟังแล้วคุณหมอคิดว่าจะมีโอกาศตั้งครรภ์ไหมค่ะ (ตอนนี้เครียดมากเลยค่ะ)

นพ.เกียรติศักดิ์ คงวัฒนกุล

(สูติ-นรีแพทย์)

27 เมษายน 2558 13:11:13 #5

จากที่กล่าวมามีโอกาสครับแต่ค่อนข้างน้อย หมอแนะนำให้ตรวจการตั้งครรภ์ตามช่วงที่หมอกล่าวไปนะครับ