กระดานสุขภาพ

ผิวอวัยวะเพศมีอาการสีแดงขึ้น ส่วนตรงหัวมีบางอย่างไม่ทราบเหมือนกันครับ คันมากๆเลยครับ
Anonymous

25 กุมภาพันธ์ 2557 16:03:57 #1

เด๋วจะอัพรูปให้ดูซักครู่นะครับ

อายุ: 20 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 52 กก. ส่วนสูง: 168ซม. ดัชนีมวลกาย : 18.42 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
Somh*****3

25 กุมภาพันธ์ 2557 16:15:27 #2

Somh*****3

25 กุมภาพันธ์ 2557 16:20:14 #3

ไม่ทราบว่าเปนโรคอะไรรึป่าวครับ? :(

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ. พวงทอง ไกรพิบูลย์

(วว.รังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์)

26 กุมภาพันธ์ 2557 12:38:50 #4

เรียน ท่านผู้ถาม

เว็บ haamor.com รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ไว้ใจต่อการตอบคำถามจากคณะ แพทย์ เภสัชกร และบุคลากรทางการแพทย์สาขาต่างๆจากเว็บฯของเรา คณะของเรามีความเห็นร่วมกันว่า เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวของผู้ถามเอง ทางเว็บ haamor.com จึงขออนุญาต เปลี่ยน username ของท่าน เป็น 4055c ด้วยชื่อที่ได้จากการสุ่มโดยระบบอัตโนมัติจากทางเว็บฯคะ

พญ. พวงทอง ไกรพิบูลย์
บรรณาธิการฝ่ายแพทย์

นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

27 กุมภาพันธ์ 2557 03:43:18 #5

เนื่องจากรูปไม่ค่อยชัด

คงต้องเริ่มที่ประวัติครับ ถ้ามีประวัติเสี่ยง เช่น มีคู่นอนมากกว่า 1 คนหรือ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุง หรือ คู่นอนมีพฤติกรรมเสี่ยงต้องนึกถึงกามโรค เช่น เริม ซึ่งถ้าเป็นเริม รอยโรคจะเริ่มด้วยการเป็นตุ่มแดง แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใสๆ ภายใน 1-2 วัน ตุ่มน้ำจะแตกออกกลายเป็นแผลตื้นๆ

เริมเป็นสาเหตุของแผลที่อวัยวะเพศที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ในกรณีที่เป็นครั้งแรก จะมีอาการรุนแรง เช่น มีตุ่มน้ำหลายๆกลุ่ม ปวดแสบปวดร้อน ตุ่มน้ำแตกเป็นแผล นอกจากนี้อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต รักษาโดยใช้ยา aciclovir 200 มิลลิกรัม ทุก 4 ชม. 5-7 วัน และเมื่อเป็นแล้ว มักเป็นๆหายๆ เพราะจะมีเชื้อเริม
ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่เรียกว่า เฮอร์ปีส์ (Herpes) ไปแฝงตัวอยู่ที่ปมประสาทใต้ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ แต่การเป็นซ้ำครั้งต่อๆไปจะไม่รุนแรงและหายเองได้ แต่ถ้าไม่มีประวัติเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ก็น่าจะมีสาเหตุมาจากการแพ้ หรือระคายเคืองสารที่มาสัมผัส ละอาจมีเชื้อราร่วมด้วย ให้ใช้สบู่อ่อนๆล้าง ซับให้แห้ง ทายาแก้แพ้และเชื้อรา เช่น triamcinoloe + clotrimazole ถ้าไมาดีขึ้นหรือไม่แน่ใจ แนะนำหาหมอครับ

นพ. อนุพงศ์