กระดานสุขภาพ

เชื้อราในช่องคลอดและเชื้อราในปาก จากการกินยาปฏิชีวนะนานเกินไป
Cran*****y

12 พฤษภาคม 2561 14:11:54 #1

สวัสดีค่ะคุณหมอ ก่อนหน้าที่จะเกิดเชื้อราในช่องคลอดและในปาก ดิฉันสงสัยว่าน่าจะเกิดจากการกินยาปฏิชีวนะมากเกินไป (กินอยู่ประมาณ 14 วัน ตัวยาค่อนข้างแรง) หลังจากนั้นก็มีอาการเหล่านี้ตามมา

1. เกิดเชื้อราในช่องคลอด คันมากและมีตกขาวมากกว่าปกติ ก่อนจะเป็นรอบเดือน 1 อาทิตย์ จะยิ่งคันหนักกว่าเดิม

2. เกิดเชื้อราภายในปาก ลักษณะเป็นสีขาวๆภายในลิ้นตามกระพุ้งแก้ม และเป็นปากนกกระจอกบ่อยมาก 2 ครั้งใน 2เดือน เมื่อหายไปได้ไม่กี่วันก็เป็นใหม่วนอยู่แบบนี้มา 4-5 ครั้งแล้ว

ตั้งแต่ที่มีอาการดิฉันได้ไปพบหมอสูติ โดยหมอตรวจภายในแล้วนำตกขาวไปตรวจ สรุปเป็นตกขาวจากเชื้อราค่ะ

ได้จ่ายยากิน Itraconazole 100 mg เช้า-เย็น  ดิฉันกินยาจนครบ7 วัน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเลย ยังมีตกขาว ช่องคลอดมีกลิ่น คันช่องคลอดทั้งภายในและนอกมากๆอยู่เหมือนเดิม ซึงคุณหมอนัดไปพบดูอาการอีกครั้งบอกว่าหากไม่หายต้องกินยาต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน 

จึงอยากสอบถามคุณหมอดังนี้

1. ดิฉันต้องกินยารักษาไปนาน 6 เดือน จะต้องกินอย่างไรคะ และจะได้ผลไหม กลัวไม่หายจังเลยค่ะ เริ่มกังวลมาก(เมื่อก่อนเคยเป็นเชื้อราและแบคทีเรียในช่องคลอด กินยาและสอดยา 7 วันก็หายเป็นปกติแล้ว)

2. สอบถามเชื้อราในปากสามารถรักษาควบคู่กันไปด้วยได้ไหมคะ ยากินรักษาเชื้อราตัวยาเดียวกันหรือเปล่า หรือต้องไปพบหมอเฉพาะทางผิวหนังอีกที

3. ดิฉันกินยาคุมของ Yasmin ด้วยค่ะ มีผลต่อการเกิดตกขาวไหมคะ (กินเพื่อคุมฮอร์โมนและสิว)

4. แบคทีเรียที่ดีในร่างกายหายไปหมดแบบนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ อยากได้ความสมดุลกลับคืนมา

เพิ่มเติม - ดิฉันไม่มีโรคเบาหวาน ไม่มีเชื้อ HIV ตรวจมะเร็งปากมดลูกปกติทุกปี และไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ค่ะ

ขอบคุณคุณหมอล่วงหน้าค่ะ

 

อายุ: 27 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 47 กก. ส่วนสูง: 162ซม. ดัชนีมวลกาย : 17.91 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

13 พฤษภาคม 2561 08:57:09 #2

น่าแปลกที่คุณไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยแต่กลับมีการติดเชื้อภายในช่องคลอดค่ะ ซึ่งมักจะไม่ค่อยพบในคนที่ยังโสด แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้แปลว่าเกิดขึ้นไม่ได้ การติดเชื้อราในช่องคลอดในคนที่โสดมักจะมีสาเหตุมาจากความอับชื้น การดูแลอนามัยทางช่องคลอดที่ไม่ถูกวิธี จึงทำให้เกิดเชื้อราขึ้นซึ่งลักษณะเชื้อรานั้นจะเห็นได้จากอาการตกขาวผิดปกติ มีลักษณะเหมือนนมบูดเป็นก้อนออกมาทางช่องคลอดและมีอาการคันมากทั้งที่ในช่องคลอดและบริเวณอวัยวะเพศภายนอก อาจจะมีผื่นคันแดงให้เห็น ส่วนเชื้อราที่บริเวณปากก็ไม่น่าเกี่ยวกับการเป็นเชื้อราในช่องคลอด ถ้าไม่แน่ใจควรให้แพทย์ขูดเอาเซลล์ผิวหนังในช่องคลอดไปตรวจ ด้วยกล้องจุลทรรศน์ว่าเป็นเชื้อราจริงหรือไม่ เพราะการรักษามีความแตกต่างกันถ้าเป็นเชื้อราที่บริเวณปากอาจจะต้องทายาภายในช่องปากและรับประทานยาต้านเชื้อราให้นานขึ้น การรักษาการติดเชื้อราในช่องคลอดนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องสอดยา ในช่องคลอดด้วยเพราะเป็นการติดเชื้อเฉพาะที่ การรับประทานยาเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะได้ผลดีเพราะกว่ายาจะถูกดูดซึมไปที่บริเวณช่องคลอดจะถูกทำลายโดยตับโดยไตไปส่วนนึงเหลือเนื้อยาไปช่องคลอดน่าจะน้อย การทานยาต้านเชื้อราเป็นเวลานานถึง 6 เดือน ต้องระวังพิษต่อตับและไตด้วยว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อตับและไตหรือไม่ที่สำคัญการรักษาเชื้อรานั้นไม่ใช่ขึ้นกับการทานยาเพียงอย่างเดียวจะต้องพยายามดูแลอนามัยทางช่องคลอดให้ถูกวิธีร่วมด้วย โดยพยายามหลีกเลี่ยงความอับชื้นให้ใช้ผ้าอนามัยแผ่นบางและเปลี่ยนทิ้งให้บ่อยทุก 2-3 ชั่วโมง ถ้าไม่ชื้นอาการติดเชื้อราในช่องคลอดก็จะดีขึ้นได้ การทานยาคุมยัสมินนั้น สามารถทานได้ไม่ได้สัมพันธ์กับการติดเชื้อภายในช่องคลอดค่ะ คุณสามารถทานได้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีผลในเรื่องของอาการตกขาวผิดปกติ ส่วนเรื่องความสมดุลของร่างกายหรือแบคทีเรียที่อยู่ในช่องคลอดจะกลับสู่สภาพสมดุลได้ ถ้าคุณไม่ใช้ยาต้านเชื้อราและยาปฏิชีวนะที่นานเกินไป อย่าเพิ่งกังวลถ้าอาการไม่ดีขึ้นหมอแนะนำว่าคุณควรไปพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญทางด้านโรคผิวหนังร่วมหรือทางอายุรกรรมร่วมด้วย เพื่อดูว่ามีโรคประจำตัวชนิดอื่นๆ เช่น โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติหรือโรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ผิดปกติร่วมด้วยหรือไม่จะดีที่สุด จะได้รับการรักษาที่ถูกต้องต่อไปค่ะ
________________________________________

Enjo*****e

11 มิถุนายน 2561 09:04:26 #3

เคยเป็นเชื้อราในช่องคลอดจนเป็นตกขาวมีกลิ่นเหมือนกันค่ะ ตอนนั้นกินยาอะไรก็ไม่หายไม่ดีขึ้น จนมาใช้ยาสอด neo-penotran forte แค่อาทิตย์เดียวก็ดีขึ้นมากเลยค่ะ แต่หลักๆต้องดูแลความสะอาดบริเวณช่องคลอดให้ดีๆด้วยค่ะ