มะเร็งกล้ามเนื้อลาย (Rhabdomyosarcoma)

สารบัญ

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

บทนำคือมะเร็งอะไร? พบบ่อยไหม?

มะเร็งกล้ามเนื้อลาย (Rhabdomyosarcoma ย่อว่า RMS/อาร์เอมเอส) คือ มะเร็งที่เกิดจากเซลล์ของกล้ามเนื้อลาย (กล้ามเนื้อทั่วไปของร่างกาย เช่น  ศีรษะ เบ้าตา ใบหน้า ลำคอ แขน ขา ลำตัว และระบบทางเดินปัสสาวะ), จัดเป็นกลุ่ม มะเร็งซาร์โคมา (Sarcoma), มะเร็งชนิดนี้เกิดได้กับกล้ามเนื้อลายทุกมัด ซึ่งตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ ศีรษะลำคอ (ประมาณ 32%), ระบบทางเดินปัสสาวะ (ประมาณ 31%), แขน ขา (ประมาณ 13%), เบ้าตา (ประมาณ 9%), ลำตัว (ประมาณ 5%), ช่องท้องตำแหน่งหลังเยื่อบุช่องท้อง/Retropeitoneum (ประมาณ 7%) และตำแหน่งอื่นๆ (ประมาณ 3%)

มะเร็งกล้ามเนื้อลาย เป็นมะเร็งที่มีธรรมชาติของโรครุนแรง เป็นมะเร็งที่พบน้อย พบทั้ง 2 เพศ เพศชายพบบ่อยกว่าผู้หญิงประมาณ 1.3-1.5 เท่า, พบทุกอายุ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ, แต่ส่วนใหญ่มักพบในเด็ก(จึงมักจัดอยู่ในโรคมะเร็งเด็ก), โดยในเด็กสหรัฐอเมริกามีรายงานพบได้ปีละประมาณ 4.5 รายต่อประชากรเด็ก 1 ล้านคน ,ทั้งนี้มี 2 ช่วงอายุที่พบโรคนี้ได้สูง คือ  ช่วงอายุ 2-6 ปี และช่วงวัยรุ่น โดย 2/3 ของผู้ป่วยเด็กพบในอายุต่ำกว่า 10 ปี,พบน้อยมากในผู้ใหญ่ประมาณ 1 % ของมะเร็งทั้งหมดในผู้ใหญ่      

ส่วนในประเทศไทย ทะเบียนมะเร็งแห่งชาติไม่มีรายงานโรคนี้แยกเฉพาะ แต่รายงานรวมอยู่ในโรคมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน (มะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน) รายงานในปี ค.ศ. 2021 พบในเพศชายและในเพศหญิงเท่ากัน คือ 1.1 รายต่อประชากรไทย ชาย หรือ หญิง 1 แสนคน

โรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายมีกี่ชนิด?

เซลล์มะเร็งกล้ามเนื้อลายมีหลายชนิด แต่สามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 3 กลุ่มตามความรุนแรงของโรค คือ

  1. กลุ่มมีความรุนแรงโรคต่ำ หรือมีการพยากรณ์โรคที่ดี: ได้แก่ เซลล์มะเร็งชนิดBotryoid rhabdomyosarcoma และ Spindle cell rhabdomyosarcoma ที่มักพบในเด็กเล็ก
  2. กลุ่มมีความรุนแรงโรค หรือการพยากรณ์โรคดีปานกลาง: ได้แก่ เซลล์มะเร็งชนิด Embryonal rhabdomyosarcoma มักพบเกิดในเด็ก   
  3. กลุ่มมีความรุนรงโรคสูง หรือการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี: ได้แก่ เซลล์มะเร็ง ชนิด Alveolar rhabdomyosarcomaUndifferentiated rhabdomyosarcoma, และชนิด Anaplastic rhabdomyosarcoma มะเร็งกลุ่มนี้มักพบใน วัยรุ่น และในผู้ใหญ่

โรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

สาเหตุเกิดมะเร็งกล้ามเนื้อลายที่ชัดเจน  ยังไม่ทราบ แต่พบปัจจัยเสี่ยง อาจเกิดจาก

  • บิดา มารดา สูบบุหรี่ ช่วงมารดาตั้งครรภ์
  • มารดาได้รังรังสีเอกซ์ (เอกซเรย์) ปริมาณสูงช่วงตั้งครรภ์
  • มารดาเสพสารเสพติด โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์
  • ทารกที่มีความพิการแต่กำเนิด: เช่น โรคหัวใจแต่กำเนิด, อวัยวะระบบทางเดินปัสสาวะเจริญเติบโตผิดปกติ
  • มีพันธุกรรมผิดปกติ: เช่น เด็กเป็นโรคหรือมีคนในครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรมบางชนิด เช่น เนื้องอกเส้นประสาทชนิด Neurofibromatosis type I, และ Li –Fraumeni syndrome (โรคพันธุกรรมที่มีความผิดปกติในจีน/ยีน/Geneที่ควบคุมไม่ให้เซลล์ปกติเปลี่ยนไปเป็นมะเร็ง/Tumor suppressor gene  ผู้ป่วยจึงเป็นมะเร็งต่างๆได้ง่ายและได้หลายชนิดพร้อมๆกัน)

โรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายมีอาการอย่างไร?

อาการของมะเร็งกล้ามเนื้อลาย ไม่มีอาการเฉพาะ’ ของโรค และอาการจะแตกต่างกันในแต่ละผู้ป่วยขึ้นกับว่าโรคเกิดกับอวัยวะใด, โดยอาการจะเหมือนกับโรคเนื้องอก หรือโรคมะเร็งต่างๆของอวัยวะนั้นเพราะเป็นอาการเกิดจากก้อนมะเร็ง กด เบียดทับ ลุกลาม ทำลายเนื้อเยื่อ ร่วมกับการก่อให้เกิดการอักเสบของอวัยวะนั้นๆเช่นเดียวกัน

อาการที่พบบ่อย คือ การมีก้อนเนื้อผิดปกติในอวัยวะที่เกิดโรค เช่น

  • เมื่อโรคเกิดที่กล้ามเนื้อแขน ขา ลำตัว ใบหน้า: จะคลำได้ก้อนเนื้อที่โตเร็ว เช่น ที่ใบหน้า  ต้นขา สะโพก
  • เมื่อก้อนกดทับเส้นประสาท: จะส่งผลให้ปวดเจ็บที่ก้อน, และถ้าก้อนโตมากขึ้น จะแตกเป็นแผลเรื้อรัง เกิดเลือดออกเรื้อรังจากแผลได้
  • เมื่อเกิดในบริเวณศีรษะ: เมื่อก้อนโตมากขึ้น จะมีอาการปวดหัวร่วมด้วย
  • เมื่อเกิดในเบ้าตา: ตาจะบวม มองเห็นภาพซ้อน ตาพร่า/ตามัว
  • มื่อเกิดในระบบทางเดินปัสสาวะ: จะมีอาการ  ปวดเบ่งเวลาปัสสาวะ  ปัสสาวะขัด /ปัสสาวะไม่ออก   ปัสสาวะเป็นเลือด
  • เมื่อเกิดในช่องท้อง หรือ ช่องท้องน้อย/อุ้งเชิงกราน: จะมีอาการปวดท้อง/ปวดท้องน้อย เรื้อรัง ท้องผูกจากก้อนกดทับลำไส้ และอาจคลำได้ก้อนในท้อง/ท้องน้อยเมื่อก้อนเนื้อโตมาก
  • เมื่อโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง:  จะมีต่อมน้ำเหลืองบวม/โตคลำได้ เช่น ต่อมน้ำเหลืองหน้าใบหู หรือที่ลำคอโตเมื่อเป็นโรคที่เบ้าตา หรือ ที่ศีรษะและลำคอ, ต่อมน้ำเหลืองรักแร้โต ถ้าโรคเกิดที่แขน, ต่อมน้ำเหลืองขาหนีบโต ถ้าโรคเกิดที่ขา, หรือต่อมน้ำเหลืองเหนือกระดูกไหปลาร้าโต เมื่อโรคเกิดในช่องท้อง/ท้องน้อย  
    • แต่มะเร็งชนิดนี้ มักไม่ค่อยลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง โดยจะลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองในระยะท้ายๆของโรค

ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ เมื่อคลำพบก้อนเนื้อผิดปกติ หรือ มีก้อนเนื้อ หรือ ต่อมน้ำเหลืองที่โตเร็ว โตเกิน 1 เซนติเมตร หรือมีอาการผิดปกติต่างๆดังกล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายได้อย่างไร?

ทั่วไป แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งกล้ามเนื้อลาย ได้จาก

  • ประวัติอาการ  ประวัติทางการแพทย์ต่างๆช่วงการตั้งครรภ์   ประวัติโรคในครอบครัว  
  • การตรวจร่างกาย การตรวจคลำก้อนเนื้อ    
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์(ซีทีสแกน) หรือเอมอาร์ไออวัยวะที่เกิดโรค  
  • อาจมีการส่องกล้องถ้าโรคเกิดที่อวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะ  
  • แต่การวินิจฉัยที่แน่นอน คือการตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

และเมื่อทราบว่าเป็นมะเร็งกล้ามเนื้อลาย แพทย์จะมีการสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อหาระยะโรคและเพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย เช่น ตรวจเลือดดู การทำงานของ ตับ ไตการตรวจปัสสาวะดูโรคของระบบทางเดินปัสสาวะ,   เอกซเรย์ปอดดูโรคแพร่กระจายมาปอดและดูโรคหัวใจ, ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอมอาร์ไออวัยวะที่เกิดโรคถ้ายังไม่ได้ตรวจช่วงวินิจฉัยโรค,   ตรวจอัลตราซาวด์ตับเพื่อดูโรคแพร่กระจายสู่ตับ,  และ/หรือการตรวจสะแกนระดูก ดูโรคแพร่กระจายเข้ากระดูก, และอาจเจาะตรวจไขกระดูกดูโรคแพร่กระจายเข้าไขกระดูก

โรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายมีกี่ระยะ?

การจัดระยะโรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายมีหลายระบบและยุ่งยากมากทุกระบบ ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการจัดระบบตามแบบ สมาคมโรคมะเร็งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society: ACS) กล่าวคือ จะขึ้นกับ 3 ปัจจัยหลัก (ก,ข,ค ดังจะกล่าวต่อไป) ร่วมกัน ได้แก่

1. TNM staging (ระยะโรคมะเร็งแบบทีเอ็นเอ็ม): เป็นการจัดระยะโรคก่อนผ่าตัดรักษา: คือ ดูจากขาดก้อนมะเร็ง และ การรุกรานเข้าเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆ (T), การลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่ (N), และการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งทางกระแสเลือดและกระแสระบบน้ำเหลือง (M), โดยแบ่งเป็นระยะ/Stage ได้แก่
  • ระยะ 1: โรคเกิดในอวัยวะที่ธรรมชาติของโรคมักรุนแรงน้อย เช่น เบ้าตา, ศีรษะและลำคอ(ยกเว้นอวัยวะที่ลุกลามเข้าสมองได้ง่าย เช่น หู, จมูก, ไซนัส, ลำคอตอนบน), อวัยวะเพศและระบบทางเดินปัสสาวะ(ยกเว้น กระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมาก), ท่อน้ำดีส่วนนอกตับ, โดย
    • ก้อนมะเร็งมีขนาดเท่าไรก็ได้ และลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียงได้แต่ไม่มาก,
    • ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่หรือไม่ก็ได้
    • แต่ยังไม่แพร่กระจายทางกระแสเลือดและ/หรือกระแสระบบน้ำเหลือง
  • ระยะ 2: ก้อนมะเร็งเกิดในเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่มีธรรมชาติของโรครุนแรง เช่น กระเพาะปัสสาวะ, ต่อมลูกหมาก, แขน,ขา,อวัยวะติด/ใกล้สมอง, และเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆที่ไม่ใช่กลุ่มมีธรรมชาติของโรครุนแรงน้อย และร่วมกับ
    • ก้อนมะเร็งต้องโต 'ไม่เกิน ซม.' และ ไม่ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ/อวัยวะข้างเคียง
    • ยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่
    • มะเร็งยังไม่แพร่กระจายทางกระแสเลือดและ/หรือกระแสระบบน้ำเหลือง
  • ระยะ 3: ก้อนมะเร็งเกิดในเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่มีธรรมชาติของโรครุนแรงเช่นเดียวกับโรคระยะที่ 2 และร่วมกับ
    • ก้อนมะเร็งต้องโต 'ไม่เกิน ซม', แต่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่
    • ก้อนมะเร็งโตมากกว่า ซม., โดยจะลุกลามหรือไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่ก็ได้, และ
    • มะเร็งยังไม่แพร่กระจายทางกระแสเลือดและ/หรือกระแสระบบน้ำเหลือง
  • ระยะ 4: ก้อนมะเร็งเกิดตำแหน่งใดก็ได้ ขนาดใดก็ได้ แต่
    • แพร่กระจายทางกระแสเลือดแล้ว พบบ่อยที่ ปอด,รองลงไปคือ ตับ, กระดูก, และไขกระดูก
    • และ/หรือ แพร่กระจายทางกระแสระบบน้ำเหลืองไปยังต่อมน้ำเหลืองนอกเหนือต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่
2. Clinical group/การจัดระยะโรค/กรุ๊ปโรคทางคลินิก: ซึ่งเป็นการจัดระยะโรคหลังผ่าตัด: โดยแบ่งระยะโรคเป็น 4 กรุ๊ป ได้แก่
  • กรุ๊ป/Group1: คือผู้ป่วยที่มะเร็งยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่, ยังไม่แพร่กระจายทั้งทางกระแสเลือดและกระแสระบบน้ำเหลือง, และแพทย์ผ่าตัดก้อนมะเร็งออกได้หมดรวมถึงจากตาเปล่าและการตรวจทางพยาธิ(ย่อว่า R0)
    • โรคกรุ๊ปนี้รวมผู้ป่วยเด็กที่โรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่ด้วยแต่ผ่าตัดออกได้ทั้งหมด (R0) 
  • กรุ๊ป2: ผู้ป่วยในกรุ๊ป1, แพทย์ผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกได้หมด แต่ผลการตรวจทางพยาธิ ยังพบมีเซลล์มะเร็งเหลืออยู่ (R1), แต่โรคยังไม่แพร่กระจายทั้งทางกระแสเลือดและกระแสระบบน้ำเหลือง
  • กรุ๊ป3: แพทย์ไม่สามารถผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกได้หมด ยังเหลือโดยเห็นได้จากตาเปล่า และโรคอาจลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่, แต่โรคยังไม่แพร่กระจายทั้งทางกระแสเลือดและกระแสระบบน้ำเหลือง
  • กรุ๊ป4: มะเร็งแพร่กระจายทั้งทางกระแสเลือดและกระแสระบบน้ำเหลืองแล้ว พบบ่อยที่ ปอด, รองลงไปคือ ตับ, กระดูก, และไขกระดูก
3. แบ่งตามปัจจัยความรุนแรงของโรค(Risk group): โดยใช้ข้อมูลรวมจาก ระยะโรคก่อนผ่าตัด, ระยะ/กรุ๊ปโรคหลังผ่าตัด, และการตรวจพบพันธุกรรม/จีนผิดปกติที่บอกความรุนแรงของโรคที่ชื่อว่า ‘PAX/FOX01 fusion gene ’ ซึ่งแบ่งผู้ป่วยเป็น3กรุ๊ป ได้แก่
  • กรุ๊ปความรุนแรงต่ำ (Low risk group): พบประมาณ 1/3 ของผู้ป่วย ได้แก่
    • ก่อนผ่าตัดระยะโรค 1หลังผ่าตัด กรุ๊ป 1-3, และ 'ไม่มี' พันธุกรรม/จีนชนิด 'PAX/FOX01 fusion gene'
    • ก่อนผ่าตัดระยะโรค หรือ 3, หลังผ่าตัด กรุ๊ป 1-2, และ 'ไม่มี' พันธุกรรม/จีนชนิด ‘PAX/FOX01 fusion gene  
  • กรุ๊ปความรุนแรงปานกลาง (Intermediate risk group): พบประมาณ 1/2 ของผู้ป่วย ได้แก่
    • ก่อนผ่าตัด ระยะโรค หรือ 3, หลังผ่าตัด กรุ๊ป 3, และ ‘ไม่มี’ พันธุกรรม/จีนชนิด ‘PAX/FOX01 fusion gene 
    • ผู้ป่วยระยะที่ยัง ไม่มี’ โรคแพร่กระจาย (ระยะ/กรุ๊ป4), แต่ มี พันธุกรรม/จีนชนิด ‘PAX/FOX01 fusion gene    
    • ผู้ป่วยเด็ก อายุน้อยกว่า 10 ปี ที่มะเร็งแพร่กระจาย (ระยะ/กรุ๊ป4), แต่ ไม่มี’ พันธุกรรม/จีนชนิด ‘PAX/FOX01  fusion gene
  • กรุ๊ปความรุนแรงสูง (High risk group): พบประมาณ 20-30%ของผู้ป่วย ได้แก่ 
    • เด็กอายุ 'ตั้งแต่' 10 ปีขึ้นไป ที่มะเร็งแพร่กระจาย (ระยะ/กรุ๊ป4)แต่ 'ไม่มี' พันธุกรรม/จีนชนิด ‘PAX/FOX01 fusion gene 
    • เด็กทุกคนที่มะเร็งแพร่กระจาย (ระยะ/กรุ๊ป4) ,และ 'มี' พันธุกรรม/จีนชนิด ‘PAX/FOX01 fusion gene 

รักษาโรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายอย่างไร?

การรักษาหลักของมะเร็งกล้ามเนื้อลาย คือ การผ่าตัด และยาเคมีบำบัด ซึ่งอาจให้ยาเคมีบำบัดก่อนหรือหลังผ่าตัด ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา, ส่วนรังสีรักษา โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็ก (เด็กจะมีผลข้างเคียงจากรังสีรักษาสูงกว่าในผู้ใหญ่) แพทย์จะพิจารณาให้ในผู้ป่วยเป็นกรณีไป ทั่วไปมักเป็นในผู้ป่วยที่ผ่าตัดมะเร็งออกได้ไม่หมด

โรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

มะเร็งกล้ามเนื้อลาย จัดเป็นมะเร็งที่มีการพยากรณ์โรคที่ไม่ค่อยดี, โดยการพยากรณ์โรคจะขึ้นอยู่กับระยะโรค, ขนาดของก้อนมะเร็ง, ชนิดของเซลล์มะเร็ง, ตำแหน่งที่เกิดโรค, อายุ  [ในเด็กการพยากรณ์โรคดีกว่าในผู้ใหญ่, ในเด็กเล็ก (ยกเว้นเด็กอ่อน) และที่อายุต่ำกว่า10ปี การพยากรณ์โรคดีกว่าในเด็กโต],   อวัยวะที่โรคแพร่กระจาย (แพร่กระจายไปปอด การพยากรณ์โรคดีกว่าแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นๆ ยกเว้นมีการแพร่กระจายไปปอดในหลายตำแหน่งของปอด), การตอบสนองของเซลล์มะเร็งต่อยาเคมีบำบัด, และ สุขภาพพื้นฐานของผู้ป่วย

ในผู้ใหญ่: เนื่องจากเป็นโรคพบน้อย จึงไม่มีรายงานอัตรารอดที่ห้าปีที่ชัดเจน แพทย์จะประเมินอัตรารอดที่ห้าปีของผู้ป่วยผู้ใหญ่เป็นรายๆไป แต่อย่างไรก็ตาม การพยากรณ์โรคของมะเร็งกล้ามเนื้อลายในผู้ใหญ่ จะเลวกว่าในเด็กมาก  เพราะมักเป็นชนิดเซลล์ที่มีความรุนแรงโรคสูง, ระยะโรคมักสูงกว่า, และมักตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดได้ไม่ดีเท่าในเด็ก

ในเด็ก: แบ่งอัตรารอดที่ห้าปีตามกรุ๊ปความรุนแรงของโรค(ในหัวข้อ ระยะโรคมะเร็งฯ)

  • กรุ๊ปความรุนแรงโรคต่ำ: การพยากรณ์โรคดี, อัตรารอดที่ห้าปี ประมาณ 70-90%
  • กรุ๊ปความรุนแรงโรคปานกลาง: การพยากรณ์โรคดีปานกลาง, อัตรารอดที่ห้าปี ประมาณ 50-70%  
  • กรุ๊ปความรุนแรงโรคสูง: การพยากรณ์โรคไม่ดี: อัตรารอดที่ห้าปี ประมาณ 0-30% ทั่วไป ถ้าอายุน้อยกว่า 10 ปี, เป็นชนิดเซลล์มะเร็งที่ความรุนแรงโรคต่ำ, และตอบสนองดีต่อยาเคมีบำบัด อัตรารอดฯมักประมาณ 20%-30%

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายไหม?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองให้พบมะเร็งกล้ามเนื้อลายก่อนที่จะมีอาการ ดังนั้น เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าวใน 'หัวข้ออาการฯ' โดยเฉพาะการคลำพบก้อนเนื้อที่โตเร็วควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล

ป้องกันโรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายอย่างไร?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีป้องกันมะเร็งกล้ามเนื้อลาย แต่การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆของมารดาในช่วงก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ อาจช่วยลดโอกาสเกิดโรคนี้ในเด็กลงได้บ้าง

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในมะเร็งทุกชนิดที่รวมทั้งโรคมะเร็งกล้ามเนื้อลายจะคล้ายกัน ปรับใช้ด้วยกันได้ แนะนำอ่านรายละเอียดการดูแลฯเพิ่มเติมจาก เว็บ haamor.com บทความเรื่อง

  • การดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง   
  • การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด    

*อนึ่ง: การดูแลผู้ป่วยมะเร็งในเด็กและในผู้ใหญ่ จะใกล้เคียงกัน ปรับใช้ด้วยกันได้ แต่สำหรับในเด็กแพทย์/พยาบาลจะแนะนำการดูแลเป็นแต่ละรายไป, ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่เด็กป่วยเป็นพิเศษและต้องสื่อสารแทนเด็กกับแพทย์/พยาบาล เพราะเด็กไม่สามารถบอกเล่าอาการต่างๆได้ และยังไม่สามารถดูแลตนเองได้ดีพอ ถึงแม้ในเด็กโตหรือวัยรุ่นจะพอดูแลตนเองได้ในบางเรื่องก็ตาม

บรรณานุกรม

  1. Halperin,E., Wazer, D., Perez,C., and Brady,L. (2013). Principle and practice of radiation oncology.(6th ed). Walter KLUWER/Lippincott Williams & Wilkins. Philadelphia. 
  2. Rojanamatin.J.et al.(2021).Cancer in Thailand Vol X, 2016-2018,Thailand
  3. https://www.cancer.org/cancer/rhabdomyosarcoma/detection-diagnosis-staging/staging.html  [2023,Feb18]
  4. https://en.wikipedia.org/wiki/Rhabdomyosarcoma   [2023,Feb18]
  5. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK507721/   [2023,Feb18]