Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

กระดูก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

กระดูกพรุน 

บทนำ

ยาไอแบนโดรเนต (Ibandronate) เป็นยาในกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonate) ออกฤทธิ์ยับยั้งการสลายตัวของกระดูก (Osteoclastic bone resorpion) โดยยาไอแบนโดรเนตมีทั้งรูปแบบยาเม็ดรับประทานและยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (Intravenous/IV injection) ซึ่งรูปแบบการบริหารยาทางหลอดเลือดดำนี้จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยได้ดีขึ้นเนื่องจากระยะเวลาในการรับยาจะเป็นทุกๆ 2 - 3 เดือน

ยาไอแบนโดรเนตมีข้อบ่งใช้สำหรับการรักษาภาวะ/โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ในหญิงวัยหมดประจำเดือนและในผู้ชายเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแตกหรือหักของกระดูกสันหลัง กระ ดูกสะโพก และกระดูกตำแหน่งอื่นๆ อีกทั้งใช้ป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนสาเหตุจากการได้รับยาสเตรียรอยด์ (Steroid induced osteoporosis) ชนิดกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoid) เป็นเวลานาน รวมทั้งใช้ในการรักษาภาวะแคลเซียมในเลือดสูงอันมีสาเหตุจากโรคมะเร็ง (Hypercalce mia of malignancy) รวมถึงบรรเทาความเจ็บ/ปวดของกระดูก และลดความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกอันเนื่องมาจากมะเร็งเต้านมระยะลุกลามแพร่กระจายไปยังกระดูก (Metastatic bone disease from breast cancer)

ยาไอแบนโดรเนตชนิดรับประทานสามารถถูกรบกวนการดูดซึมยาจากระบบทางเดินอาหารได้จากอาหาร ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยาตามวิธีการรับประทานยาที่แพทย์/เอกสารกำกับยาแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อประสิทธิภาพในการรักษาของยาและลดโอกาสการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) จากยา

ยาไอแบนโดรเนตมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ไอแบนโดรเนต

ยาไอแบนโดรเนตมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้สำหรับ

ยาไอแบนโดรเนตมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาไอแบนโดรเนตเป็นยาในกลุ่มบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonate) และมีโครงสร้างคล้ายกับสารไพโรฟอสเฟต (Pyrophosphate) ที่ได้จากธรรมชาติซึ่งมีหน้าที่ยับยั้งการสลายกระดูก โดย ยาไอแบนโดรเนตจะเข้าจับกับเนื้อเยื่อกระดูก จากนั้นยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งการสลายตัวของกระดูก (Osteoclastic bone resorpion) ซึ่งจะส่งผลทางอ้อมทำให้ความหนาแน่น/มวลกระดูกเพิ่มมากขึ้น

ยาไอแบนโดรเนตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

รูปแบบที่มีจำหน่ายของยาไอแบนโดรเนตในประเทศไทยมีรูปแบบทางเภสัชภัณฑ์ 2 แบบ คือ

ยาไอแบนโดรเนตมีขนาดหรือวิธีใช้ยาอย่างไร?

ยาไอแบนโดรเนตมีขนาดหรือวิธีใช้ยาเช่น

1. ขนาดยาไอแบนโดรเนตชนิดรับประทานสำหรับการรักษาภาวะ/โรคกระดูกพรุนที่แนะนำในผู้ใหญ่ (ไม่พบโรคนี้ในเด็ก) คือ 2.5 มิลลิกรัมวันละ 1 ครั้ง หรือ 150 มิลลิกรัมเดือนละ 1 ครั้ง โดยควรรับประทานยาในวันเดียวกันของแต่ละเดือน ทั้งนี้ขนาดยาและวิธีการรับประทานยาของผู้ ป่วยจะแตกต่างกันขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

2. วิธีการรับประทานยาไอแบนโดรเนต แนะนำผู้ป่วยรับประทานยานี้ก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที ก่อนรับประทานอาหารมื้อแรก (ก่อนอาหารเช้า) หรือก่อนรับประทานยาอื่นๆ โดยรับประทานยานี้พร้อมน้ำเปล่าเท่านั้น (น้ำแร่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน) ประมาณ 1 - 2 แก้ว (ประมาณ 200 มิลลิลิตร) หลีกเลี่ยงรับประทานยานี้คู่กับผลิตภัณฑ์ยาที่มีส่วนประกอบของไอออนบวกหลายประจุ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม อะลูมิเนียม เหล็ก เนื่องจากการดูดซึมยาไอแบนโดรเนตจะถูกรบกวนโดยผลิตภัณฑ์ยาดังกล่าวรวมทั้งจากอาหารด้วย ดังนั้นเพื่อให้การดูดซึมยาจากระบบทางเดินอาหารเพียงพอควรปฏิบัติตามวิธีการรับประทานยาที่แนะนำอย่างเคร่งครัด

กรณีที่ไม่สามารถรับประทานยานี้ก่อนอาหารเช้าได้ สามารถรับประทานยานี้เป็นเวลาอื่นได้ เช่น เที่ยง, เย็น หรือก่อนเข้านอนอย่างน้อย 30 นาที โดยควรรับประทานยาในเวลาเดิมทุกวัน แต่จำเป็นต้องรับประทานยาในช่วงท้องว่างคือ ก่อนอาหารอย่างน้อย 30 นาที หรือหลังอาหารมื้อใดก็ได้ที่หลังจากรับประทานเสร็จไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมงจึงค่อยรับประทานยานี้

การรับประทานยาไอแบนโดรเนตให้กลืนยานี้ทั้งเม็ด ห้ามเคี้ยวเม็ดยา หัก บด แบ่งยานี้โดยเด็ดขาด โดยรับประทานยาในท่านั่งตัวตรงหรือท่ายืนเท่านั้นเพื่อให้เม็ดยาเดินทางสู่กระเพาะอา หารได้สะดวก ผู้ป่วยห้ามนอนราบหรือเอนตัวมากๆในระยะเวลาประมาณ 30 นาทีหลังรับประทานยานี้เพราะมีรายงานการเกิดหลอดอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะอาหารจากการรับประทานยาในกลุ่มนี้ที่จัดท่าทางไม่ถูกต้อง

3. ขนาดยาไอแบนโดรเนตชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำสำหรับการรักษาภาวะกระดูกพรุนที่แนะนำในผู้ใหญ่คือ 3 มิลลิกรัมฉีดเข้าหลอดเลือดดำทุก 3 เดือนใช้ระยะเวลาในการให้ยาประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์/ผลข้างเคียง

4. ผู้ป่วยที่กำลังรับการรักษาภาวะกระดูกพรุนด้วยยาไอแบนโดรเนต ควรได้รับการเสริมยาแคลเซียมและยาวิตามินดีร่วมด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา ทั้งนี้อยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษา

5. ขนาดยาไอแบนโดรเนตชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำสำหรับการรักษาภาวะแคลเซียมในเลือดสูงคือ 2 - 4 มิลลิกรัมฉีดเข้าหลอดเลือดดำใช้ระยะเวลาในการให้ยา 2 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์

6. ขนาดยาและการปรับขนาดยาในผู้ป่วยไตบกพร่อง: ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยานี้ในผู้ป่วยไตบกพร่องเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ห้ามใช้ยาไอแบนโดรเนตในผู้ป่วยที่มีไตบกพร่องรุนแรง (ค่าการทำงานของไตน้อยกว่า 30 มิลลิลิตร/นาที)

7. ขนาดยาและการปรับขนาดยาในผู้ป่วยตับบกพร่อง: ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาในผู้ป่วยตับบกพร่อง

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ผู้รักษาได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษา แพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมถึงยาไอแบนโดรเนต ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาไอแบนโดรเนตควรปฏิบัติดังนี้

1. สำหรับยาไอแบนโดรเนตขนาด 2.5 มิลลิกรัมรับประทานวันละ 1 ครั้ง หากลืมรับประทานยาไอแบนโดรเนตขนาดดังกล่าว สามารถรับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยควรรับประทานตามวิธีการรับประทานยาที่แนะนำไว้ แต่หากนึกขึ้นได้ใกล้กับเวลารับประทานยามื้อถัดไปคือ นึกขึ้นได้ช่วงที่เกินกว่า 12 ชั่วโมงจากเวลาที่รับประทานยาปกติ ให้ข้ามมื้อยาที่ลืมไป รับประทานยามื้อต่อไปในขนาดยาปกติโดยไม่ต้องรับประทานยาเพิ่มเป็น 2 เท่า

2. สำหรับยาไอแบนโดรเนตขนาด 150 มิลลิกรัมรับประทานเดือนละ 1 ครั้ง หากลืมรับประทานยาไอแบนโดรเนตขนาดดังกล่าว ให้รับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ โดยควรรับประทานตามวิธีการรับประทานยาที่แนะนำไว้ แต่หากนึกขึ้นได้ในช่วงอีกภายใน 7 วันข้างหน้าจะถึงวันที่ต้องรับ ประทานยาครั้งถัดไป (ของเดือนถัดไป) ให้รอรับประทานยาครั้งถัดไปตามวันเดิมของเดือนถัดไป โดยไม่ต้องนำยาไอแบนโดรเนตเม็ดที่ลืมของเดือนเก่ามารับประทานอีก ห้ามรับประทานยา 2 เม็ดต่อช่วงเวลา 7 วันโดยเด็ดขาด

ยาไอแบนโดรเนตมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาไอแบนโดรเนตมีผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการไม่พึงประสงค์) เช่น

มีข้อควรระวังการใช้ยาไอแบนโดรเนตอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาไอแบนโดรเนตเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ป่วยที่แพ้ยานี้หรือแพ้ส่วนประกอบของยานี้
  • ระมัดระวังการใช้/ห้ามใช้ยาไอแบนโดรดเนตกับผู้ป่วยที่มีประวัติความผิดปกติของหลอดอาหารซึ่งทำให้การบีบเคลื่อนหรือการไล่อาหารช้าลงเช่น หลอดอาหารตีบ (Stricture) หรือเกิดภาวะกล้ามเนื้อเรียบของหลอดอาหารไม่คลายตัว (Achalasia) หรือผู้ที่ไม่สามารถจัดท่าทางของร่างกายหลังรับประทานยานี้ให้อยู่ในท่าตรงโดยไม่นอนรอบหรือเอนตัวมากๆได้ในเวลาอย่างน้อย 30 นาที
  • ห้ามใช้ยานี้ในผู้ป่วยโรคไตวาย และผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตบกพร่องรุนแรง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาไอแบนโดรเนตในสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ เนื่องจากยาในกลุ่มบิสฟอสฟาเนต (Bisphosphonate) สามารถสะสมในกระดูก จากนั้นยาบิสฟอสฟาเนตจะค่อยๆสลายตัวออกสู่ร่างกาย พบว่ายาบิสฟอสฟาเนตที่ถูกหลั่งออกมานั้นสามารถรบกวนระดับแคลเซียมของทารกในครรภ์ให้เกิดความผิดปกติได้ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงอันตรายต่อทารกในครรภ์
  • มีรายงานพบการตายของกระดูกขากรรไกร (Osteonecrosis of the jaw) ได้ซึ่งโดยทั่ว ไปมักเกิดหลังจากการถอนฟันและ/หรือจากการติดเชื้อเฉพาะที่กระดูกกรามหรือเหงือก รวมถึงภาวะการอักเสบของกระดูกกราม (Osteomyelitis of jaw)

    ในผู้ป่วยกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงเกิดการตายของกระดูกขากรรไกรเช่น โรคมะเร็ง ได้รับยาเคมีบำบัด รังสีรักษาบริเวณช่องปาก รับยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid/Glucocorticoid) มีปัญหาสุขอนามัยในช่องปาก แพทย์อาจพิจารณาทำทันตกรรมเพื่อป้องกัน (Preventive dentistry) ก่อนให้การรักษาด้วยยากลุ่มบิสฟอสฟาเนต และแพทย์จะหลีกเลี่ยงวิธีการทางทันตกรรมที่รุนแรง (Invasive procedure) ขณะได้รับยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต ดังนั้นจึงอาจมีการปรึกษาทันตแพทย์ก่อนการใช้ยานี้เพื่อประเมินทางทันตกรรมก่อนเริ่มใช้ยานี้

  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง:

ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด(รวมยาไอแบนโดรเนต) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิดควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ไอแบนโดรเนตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยังไม่มีการศึกษาในเรื่องปฏิกิริยาระหว่างยาไอแบนโดรเนตกับยาชนิดอื่นอย่างเป็นทางการ ดังนั้นปัจจุบันจึงยังไม่มียาชนิดอื่นที่ต้องหลีกเลี่ยงให้ร่วมกับยาไอแบนโดรเนต

ควรเก็บรักษาไอแบนโดรเนตอย่างไร?

แนะนำเก็บยาไอแบโดรเนตทั้งชนิดยาเม็ดและยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำอุณหภูมิห้อง ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นจากแสงแดดและแสงสว่างที่กระทบยาได้โดยตรง หลีกเลี่ยงนำยาสัมผัสกับความร้อนที่มากเช่น เก็บยาในรถที่ตากแดดหรือเก็บยาในห้องที่มีอุณหภูมิสูง (มีแสงแดดส่องถึงทั้งวันหรือเป็นเวลานาน) ไม่เก็บยาในห้องที่ชื้นเช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว โดยควรเก็บยาในภาชนะบรรจุเดิม และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ยาไอแบนโดรเนตมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาไอแบโดรเนตที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Bonviva (Ibandronate 2.5 mg) tablet Roche
Bonviva (Ibandronate 150 mg) tablet Roche
Bonviva (Ibandronate 1mg/mL, 3 mL) Prefilled syringe for injection Roche

บรรณานุกรม

  1. Lacy CF. Amstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug Information handbook. 20th ed. Ohio: Lexi-Comp,Inc.; 2011-12.
  2. Product Information: Bonviva, Ibandronate, Roche.
  3. ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล. Bisphosphonatesใน: ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล., บรรณาธิการ. ตำราโรคกระดูกพรุน 2. กรุงเทพมหานคร: บริษัทโฮลิสติก พับลิชชิ่ง. 2552


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Qwezia King123
Frame Bottom