Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ตับ  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

คลื่นไส้  อ่อนเพลีย 

บทนำ

ไวรัสตับอักเสบ (Viral hepatitis) คือ โรคเกิดจากการอักเสบของเซลล์ตับจากติดเชื้อไวรัสในกลุ่มไวรัสตับอักเสบ (เฮปาไตติสไวรัส/Hepatitis virus) โดยการติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นการอัก เสบเฉียบพลัน ซึ่งเมื่อหายแล้วร่างกายมักฟื้นกลับเป็นปกติ แต่บางคน (เป็นส่วนน้อย) โรคไม่หาย กลายเป็นการอักเสบเรื้อรังซึ่งมักเกิดโรคตับแข็งตามมา แต่บางคนมีเชื้อไวรัสนี้อยู่ในตัวโดยไม่มีอา การ แต่สามารถแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้เรียกว่า เป็นพาหะโรค (Carrier)

ไวรัสตับอักเสบเป็นโรคติดเชื้อที่พบบ่อยโรคหนึ่ง พบได้ในทุกอายุทั้งในเด็กผู้ใหญ่และผู้สูง อายุ โดยโอกาสเกิดโรคใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย

ไวรัสตับอักเสบจัดเป็นโรคติดต่อ บางชนิดติดต่อทางทางเดินอาหารเช่น ไวรัสตับอักเสบ เอ บางชนิดติดต่อทางสารคัดหลั่งซึ่งรวมทั้งเลือด น้ำเหลือง และทางเพศสัมพันธ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) เช่น ไวรัสตับอักเสบ บี บางชนิดติดต่อจากการได้รับเลือดในการรักษาโรคต่างๆเช่น ไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซี และบางชนิดติดต่อจากแม่สู่ลูกจากการคลอดบุตรเช่น ไวรัสตับอักเสบ บี

เพื่อให้ประชากรโลกตระหนักถึงภัยจากโรคตับอักเสบ องค์การอนามัยโลกจึงประกาศให้วัน ที่ 28 กรกฎาคมของทุกปีเป็น “วันโรคตับอักเสบโลก (World hepatitis day)” ซึ่งสาเหตุของตับอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ทั้งนี้รวมถึงในประเทศไทยด้วย

สำหรับประเทศไทยรายงานจากสำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุขจาก 1 มกราคม ถึง 17 กรกฎาคม พ.ศ.2557 พบโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส 4,824 ราย เสียชีวิต 2 ราย เชื้อที่พบมาก ที่สุดคือชนิดไวรัสตับอักเสบ บี พบประมาณ 70% ในปีพ.ศ. 2551 สำนักระบาดวิทยาเช่นกัน ราย งานผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบทั้งหมด 10,496 ราย ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 1.5 เท่าคิดเป็นอัตราป่วย 16.6 รายต่อประชากร 1 แสนคน มีอัตราเสียชีวิตจากโรค 0.06% ป่วยจากไวรัสตับอัก เสบ บี 50.5%, ไม่ระบุชนิดไวรัส 30.3%, ไวรัสตับอักเสบ ซี 12.9%, ไวรัสตับอักเสบ เอ 4.9%, ไวรัสตับอักเสบ ดี 1.1% และไวรัสตับอักเสบ อี 0.3% ทั้งนี้พบผู้ป่วยในภาคเหนือสูงสุด (25.7รายต่อประชากร 1 แสนคน) รองลงไปตามลำดับคือ ภาคกลาง (16.1 รายต่อประชากร 1 แสนคน) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (14.1 รายต่อประชากร 1 แสนคน) และภาคใต้ (10.2 รายต่อประชากร 1 แสน คน)

ไวรัสตับอักเสบมีกี่ชนิด?

ไวรัสตับอักเสบ

ไวรัสตับอักเสบมีหลายชนิดหรือหลายสายพันธุ์ย่อย กล่าวคือมีตั้งแต่ไวรัสตับอักเสบชนิด เอ ไล่ไปจนถึงชนิด เอช และยังมีอีกหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยและเป็นปัญหาทางสาธารณสุขสำคัญ คือ ไวรัสตับอักเสบ เอ ไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบ ซี โดยไวรัสตับอักเสบทุกชนิดให้อาการคล้ายคลึงกัน แต่แยกจากกันโดยการตรวจเลือดดูสารภูมิต้านทานโรคต่อเชื้อชนิดต่างๆ

ไวรัสตับอักเสบมีอาการอย่างไร?

อาการของไวรัสตับอักเสบทุกสายพันธุ์หรือทุกชนิดคล้ายกัน มีได้ตั้งแต่อาการน้อยไปจนถึงอาการมากขึ้นกับปริมาณไวรัสที่ร่างกายได้รับและสุขภาพดั่งเดิมของผู้ป่วย

อาการพบบ่อยของไวรัสตับอักเสบได้แก่

แพทย์วินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบได้จาก ประวัติอาการของผู้ป่วย ประวัติการสัมผัสโรค (เช่น การกินอาหาร การได้รับเลือด การระบาดของโรคในที่ทำงาน การมีเพศสัมพันธ์สำส่อน หรือการใช้ยาเสพติด) การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดดูการทำงานของตับ และการตรวจเลือดดูสารภูมิต้าน ทานเพื่อแยกว่าเป็นการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดใด และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์เช่น การตรวจภาพตับด้วยอัลตราซาวด์

รักษาโรคไวรัสตับอักเสบได้อย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบทุกชนิดเป็นการรักษาประคับประคองตามอาการ ไม่มีการรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะยาปฏิชีวนะฆ่าได้เฉพาะแบคทีเรีย แต่ฆ่าไวรัสไม่ได้ การดื่มน้ำสะ อาดในปริมาณมากกว่าปกติอย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้ว (เมื่อไม่มีโรคต้องจำกัดน้ำดื่ม) และพัก ผ่อนให้มากๆ ร่างกายจะค่อยๆฟื้นตัวหายได้เอง หรืออาจมีการใช้ยาเพิ่มภูมิต้านทาน และการใช้ยาอื่นๆโดยเฉพาะในโรคชนิดเรื้อรัง ทั้งนี้ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และดุลพินิจของแพทย์

โรคไวรัสตับอักเสบรุนแรงไหม? รักษาหายไหม?

ความรุนแรงของโรคไวรัสตับอักเสบขึ้นกับชนิดของเชื้อไวรัส ปริมาณไวรัสที่ร่างกายได้รับ และสุขภาพเดิมของผู้ป่วย โดยทั่วไปเป็นโรคไม่รุนแรง รักษาหายได้ แต่ในรายที่รุนแรง เซลล์ตับจะมีการอักเสบถูกทำลายมาก จนเป็นผลให้เกิดภาวะตับวายและเสียชีวิตได้เฉียบพลัน หรือกลาย เป็นไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง หรือโรคตับแข็ง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งตับ

ควรดูแลตนเองอย่างไร? เมื่อไรจึงควรพบแพทย์?

เมื่อมีอาการต่างๆดังกล่าวในหัวข้อ อาการของไวรัสตับอักเสบ ควรพบแพทย์เสมอเมื่อดูแลตนเองแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 - 2 วันโดยเฉพาะเมื่อมีไข้สูง กินหรือดื่มน้ำได้น้อยจากคลื่นไส้มาก อาเจียนมาก หรือเจ็บใต้ชายโครงขวามาก หรือปวดท้องมาก หรือมีตา ตัวเหลือง

ส่วนการดูแลตนเองหลังพบแพทย์แล้วที่สำคัญคือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์และพยาบาลที่ดูแลรักษาแนะนำ
  • พักผ่อนเต็มที่ ควรหยุดงาน หยุดโรงเรียนตามแพทย์แนะนำ
  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆอย่างน้อยวันละ 8 - 10 แก้วเมื่อไม่มีโรคต้องจำกัดน้ำดื่ม
  • กินยาบรรเทาอาการต่างๆตามแพทย์แนะนำ
  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ แต่ควรเป็นอาหารอ่อนย่อยง่าย (อ่านเพิ่มเติมในเกร็ดฯ เรื่อง ประเภทอาหารทางการแพทย์) เพิ่มผัก ผลไม้ให้มากๆ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดเพราะจะเพิ่มการทำลายเซลล์ตับ
  • ไม่ซื้อยากินเองเพราะอาจส่งผลให้ตับอักเสบเพิ่มขึ้น หรืออาจมีผลข้างเคียงจากยาเพิ่มขึ้น เพราะตับไม่สามารถกำจัดยาส่วนเกินออกจากร่างกายได้ตามปกติ
  • ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆโดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังการขับถ่าย
  • แยกเครื่องใช้ ของใช้ส่วนตัว โดยเฉพาะแก้วน้ำและช้อน
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง ลดความรุนแรงของโรค และลดการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อมีอาการผิดปกติไปจากเดิม และ/หรือ เมื่ออาการต่างๆเลวลง และ/หรือเมื่อกังวลในอาการ
  • ควรรีบพบแพทย์ก่อนนัดหรือเป็นการฉุกเฉินเมื่อกิน/ดื่มไม่ได้ หรือเกิดอาการสับสน และ/หรือซึมลง เพราะอาจเป็นอาการของตับวาย

ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบได้อย่างไร?

การป้องกันไวรัสตับอักเสบที่สำคัญคือ

บรรณานุกรม

1. Dienstag,J., and Isselbacher, K. (2001). Acute viral hepatitis. In Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, D., Hausen, S., Longo, D., and Jamesson, J. Harrrison’s: Principles of internal medicine. (p1721-1737). New York. McGraw-Hill.
2. Viral hepatitishttp://www.cdc.gov/hepatitis/index.htm [2015,March28]
3. Viral hepatitishttp://en.wikipedia.org/wiki/Viral_hepatitis[2015,March28]
4. http://pr.moph.go.th/iprg/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=66919[2015,March28]
5. http://www.boe.moph.go.th/Annual/Annual%202551/Part1_51/3551_Hepapitis.doc [2015,March28]

Updated 2015, March 28

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน sirikul Jhs pongpipat1518 A1996 autchariya
Frame Bottom