Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบต่อมไร้ท่อ  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

คอเลสเตอรอลในเลือดสูง 

บทนำ

ยา/สารไฟโตสเตอรอล(Phytosterols) เป็นสารประกอบอินทรีย์ประเภทสเตียรอยด์ (Steroid) ที่พบในพืช ซึ่งพืชที่พบสารนี้ได้สูง เช่น รำข้าว ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ถั่วลิสง แครอด กะหล่ำ หัวหอม ส้ม กล้วย แอบเปิล

ยา/สารไฟโตสเตอรอลมีโครงสร้างคล้ายและใกล้เคียงกับไขมันคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ซึ่งเป็นไขมันที่พบในสัตว์ ทางคลินิกพบว่า ยาไฟโตสเตอรอลสามารถกีดกันการดูดซึมคอเลสเตอรอลในอาหารจากระบบทางเดินอาหารได้ จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของร่างกาย และได้รับการยอมรับในต่างประเทศให้ใช้ สารไฟโตสเตอรอลเติมลงในผลิตภัณฑ์อาหาร หรือในอาหารเสริมต่างๆเพื่อวัตถุประสงค์ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลนี้ แต่มีข้อห้ามใช้สารไฟโตสเตอรอลกับสตรีตั้งครรภ์ และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร อาจมาจากเหตุผลที่ว่า ผู้บริโภคทั้งสองกลุ่มยังมีความต้องการไขมันคอเลสเตอรอลในร่างกายมากกว่าภาวะปกติ

สารไฟโตสเตอรอลจะพบมากที่สุดในน้ำมันที่สกัดได้จากพืช และอยู่ในรูปสารเคมีประเภทเอสเทอร์(Ester,ไขมันชนิดหนึ่ง)ของกรดไขมัน/กรดซินนามิก(Cinnamic acid) หรือในรูปไกลโคไซด์(Glycoside,น้ำตาลขนิดหนึ่ง) การรับประทานอาหารที่มี กากใย ผัก ผลไม้ ไม่ทำให้ร่างกายได้รับไฟโตสเตอรอลมากขึ้นเท่าใดนัก แต่ก็ถือว่าพืชผักดังกล่าวสามารถให้ไฟโตสเตอรอลกับร่างกายได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ต้องรับประทานให้มากพอเท่านั้นเอง

ไฟโตสเตอรอลที่พบในอาหารนั้นยังถูกแบ่งตามโครงสร้างของโมเลกุลที่แตกต่างกันออกไปบ้าง ได้ดังนี้ คือ

1. Beta-sitosterol/Sitosterol:เป็นไฟโตสเตอรอลที่พบมากจากอาหาร/พืชต่างๆที่มนุษย์ใช้รับประทาน คิดเป็นปริมาณประมาณ 65%ในไฟโตสเตอรอลทั้งหมด และเป็นชนิดที่นำมาผสมเป็นอาหารเสริม โดยใช้คุณสมบัติช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลมาเป็นจุดขาย

2. Campesterol: เป็นไฟโตสเตอรอลที่พบรองลงมาคิดเป็นปริมาณ 30% ในไฟโตสเตอรอล จากพืช

3. Stigmasterol: เป็นไฟโตสเตอรอลที่พบน้อยกว่าไฟโตสเตอรอล 2 ประเภทแรก พบเพียงประมาณ 3% ของไฟโตสเตอรอลในพืช/อาหารที่รับประทานเท่านั้น

4 Sitostanol (Stigmastanol) และ 5. Campestanol: เป็นไฟโตสเตอรอลที่มีโครงสร้างต่างจากไฟโตสเตอรอลที่กล่าวมา 3 ตัวข้างต้น ทางคลินิกพบว่า ทั้ง Sitostanol และ Campestanol สามารถกีดกันการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากระบบทางเดินอาหารได้ดีใกล้เคียงกัน แต่ข้อมูลต่างๆของสารทั้ง 2 ตัวนี้ยังมีจำกัด

ความปลอดภัยของการใช้ไฟโตสเตอรอลมีมายาวนาน ตั้งแต่ปี ค.ศ.1954 – 1982 (พ.ศ.2497 – 2525)ซึ่งไฟโตสเตอรอลถูกนำมาใช้เป็นเภสัชผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อการค้าว่า Cytellin สำหรับเรื่องผลข้างเคียงต่อการรับประทานไฟโตสเตอรอลพบว่า ไม่ส่งผล กระทบ(ผลข้างเคียง)ต่อระบบการทำงานของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้เล็ก ไม่ทำให้ฮอร์โมนเพศหญิงเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม อาจพบอาการคลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย หรือท้องผูก ได้บ้าง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าไฟโตสเตอรอลชนิด Sitosterol อาจกระตุ้นให้เกิดการทำงานผิดปกติของโปรตีนชนิดTransporter protein(โปรตีนทำหน้าที่ขนส่งสารต่างๆในเซลล์) ในร่างกายมนุษย์ และอาจจะเป็นเหตุผลให้ไฟโตสเตอรอลที่เป็นเภสัชผลิตภัณฑ์/เป็นยา ต้องหยุดจำหน่ายและเหลือไว้แต่ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารอาหารเสริม

ในประเทศไทย อาจพบเห็นผลิตภัณฑ์ไฟโตสเตอรอลในรูปแบบของน้ำมันพืช (Vegetable oil) ที่บรรจุในแคปซูล อย่างไรก็ตาม ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไฟโตสเตอรอล ผู้บริโภคควรได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ว่า มีภาวะคอเลสเตอรอลสูงหรือไม่ และการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เช่นกัน

ไฟโตสเตอรอลมีสรรพคุณ(คุณสมบัติ)อย่างไร?

ไฟโตสเตอรอล

ยา/สารไฟโตสเตอรอลเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริม ที่ช่วยสนับสนุน/บำบัดภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง

ไฟโตสเตอรอลมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยา/สารไฟโตสเตอรอลคือ สารนี้จะเข้าแข่งขันกับคอเลสเตอรอลในการดูดซึมจากลำไส้เล็ก ส่งผลให้คอเลสเตอรอลจากอาหารในลำไส้เล็กไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ จึงทำให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดลดน้อยลงตามลำดับ จากกลไกนี้จึงก่อให้เกิดฤทธิ์ตามสรรพคุณ

ไฟโตสเตอรอลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ไฟโตสเตอรอลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม บรรจุแคปซูลขนาด 650 มิลลิกรัม

ไฟโตสเตอรอลมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ไฟโตสเตอรอลมีขนาดรับประทาน เช่น

  • ผู้ใหญ่: รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล พร้อมอาหารเช้า – เย็น
  • เด็ก: ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยและขนาดการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ที่ชัดเจนกับเด็ก การใช้อาหารเสริมนี้ในเด็กจึงต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

*****หมายเหตุ: ขนาดยา/อาหารเสริมและระยะเวลาในการใช้ยา/อาหารเสริมที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยา/อาหารเสริมที่เหมาะสม ควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยา/อาหารเสริมทุกชนิดรวมไฟโตสเตอรอล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาล และเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานไฟโตสเตอรอลควรทำอย่างไร?

ไฟโตสเตอรอลเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หากลืมรับประทานก็ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายแต่อย่างใด และสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานในครั้งถัดไป ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณรับประทานเป็น 2 เท่า

ไฟโตสเตอรอลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ไฟโตสเตอรอลสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์(ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง)ต่อระบบทางเดินอาหารเสียเป็นส่วนมาก อาทิเช่น ทำให้ท้องผูกหรือท้องเสีย คลื่นไส้ รู้สึกไม่สบายในท้อง เกิดกรดไหลย้อน อุจจาระมีสีซีด ท้องอืด ซึ่งโดยทั่วไป อาการข้างเคียงเหล่านี้ ไม่รุนแรงมากเท่าใดนัก แต่ทั้งนี้ขึ้นกับการตอบสนองของแต่ละบุคคลต่อไฟโตสเตอรอล

มีข้อควรระวังการใช้ไฟโตสเตอรอลอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ไฟโตสเตอรอล เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ยาทุกชนิดที่รวม ถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด ยาแผนโบราณทุกชนิด อาหารเสริม (รวมผลิตภัณฑ์ไฟโตสเตอรอลด้วย) และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยาต่างๆ/ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม มีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยา/ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทุกครั้ง ควรปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) ควรปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยา/ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใช้เองเสมอ

ไฟโตสเตอรอลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ไฟโตสเตอรอลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น เช่น

  • การใช้ไฟโตสเตอรอล ร่วมกับยา Statins จะทำให้เสริมฤทธิ์ของการลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย หากมีความจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ร่วมกัน แพทย์จะปรับ ขนาดการรับประทานให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลไป
  • การใช้ Beta-sitosterol ร่วมกับยา Ezetimibe จะทำให้ร่างกายดูดซึม Beta-sitosterol ได้น้อยลง หากไม่มีความจำเป็นใดๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ร่วมกัน

ควรเก็บรักษาไฟโตสเตอรอลอย่างไร?

ควรเก็บผลิตภัณฑ์ไฟโตสเตอรอลภายใต้อุณหภูมิที่ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส(Celsius) ห้ามเก็บผลิตภัณฑ์ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บผลิตภัณฑ์ในภาชนะที่มิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บผลิตภัณฑ์ไฟโตสเตอรอลให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำหรือในรถยนต์

ไฟโตสเตอรอลมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยา/สารไฟโตสเตอรอลที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้า และบริษัทผู้ผลิต/ ผู้จำหน่าย เช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Blackmores Choles-Bloc (แบลคมอ คอเลส-บล็อก)Blackmores

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Phytosterol [2016, Oct22]
  2. http://lpi.oregonstate.edu/mic/dietary-factors/phytochemicals/phytosterols [2016, Oct22]
  3. https://www.drugs.com/cdi/phytosterol-esters-dha-and-epa.html [2016, Oct22]
  4. http://www.wholehealthmd.com/ME2/dirmod.asp?type=AWHN_Supplements&id=D0FBB5E79CB04F058DC3B2326CF9E210&tier=2 [2016, Oct22]
  5. http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-939-beta-sitosterol.aspx?activeingredientid=939&activeingredientname=beta-sitosterol [2016, Oct22]
  6. http://www.imedpub.com/articles/a-review-on-dietary-phytosterols-their-occurrence-metabolism-and-health-benefits.pdf [2016, Oct22]
  7. https://www.dietaryfiberfood.com/cholesterol/cholesterol-lowering-foods-phytosterol.php [2016, Oct22]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom