Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ผื่นผิวหนังอักเสบ 

บทนำ

ยาไดฟลูคอร์โทโลน (Diflucortolone หรือ Diflucortolone valerate) เป็นสารประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteriod) มีรูปแบบผลิตภัณฑ์เป็นยาทาภายนอกในรูปแบบยาครีมและขี้ผึ้ง รู้จักกันในชื่อการค้าว่า Nerisone ยาไดฟลูคอร์โทโลนจะกดการอักเสบและการแพ้ของผิวหนังเช่น อาการแสบคัน อาการปวด รวมถึงช่วยป้องกันมิให้พื้นที่การอักเสบบนผิวหนังขยายออกเป็นบริเวณกว้างอีกด้วย ตัวยาสามารถแทรกซึมผ่านผิวหนังและกระจายไปสู่เนื้อเยื่อของอวัยวะในร่างกายได้ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณยาที่ทาลงบนผิวหนัง, พื้นที่ของผิวหนังที่มีการทายา, ระยะเวลาที่ผิวหนังสัมผัสยา, รวมถึงส่วนประกอบในสูตรตำรับยาก็มีผลต่อการดูดซึมตัวยาดังกล่าว ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 4 - 5 ชั่วโมงเพื่อกำจัดยานี้ในกระแสเลือดทิ้งไปกับปัสสาวะและอุจจาระ

การเลือกใช้สูตรตำรับยาไดฟลูคอร์โทโลนอาจมีความสัมพันธ์กับผิวหนังของผู้ป่วยแต่ละราย กล่าวคือ กรณีผู้ป่วยมีผิวแห้งตั้งแต่แรกก่อนใช้ยาหรือใช้ยาไดฟลูคอร์โทโลนชนิดครีมบ่อยจนกระทั่งผิวแห้งมากก็อาจเปลี่ยนมาเป็นยาไดฟลูคอร์โทโลนชนิดขี้ผึ้ง ปกติสามารถใช้ยานี้กับผู้ใหญ่ แต่กรณีสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร เด็ก ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องใช้ยานี้ตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามอื่นๆที่ผู้บริโภคควรทราบก่อนการใช้ยาไดฟลูคอร์โทโลนเช่น

ยาไดฟลูคอร์โทโลนก็เหมือนกับยาใช้ภายนอกชนิดอื่นๆคือ สามารถก่อให้เกิดอาการข้างเคียง(ผลข้างเคียง) ทางผิวหนังได้บ้างเช่น แสบคันในบริเวณที่ทายา หรือบางคนอาจไม่มีอาการข้างเคียงดังกล่าวเกิดขึ้นเลย

ผลิตภัณฑ์ยาไดฟลูคอร์โทโลนจัดเป็นเภสัชภัณฑ์ที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ยานี้ได้ หากมิได้มีการควบคุมการใช้ตามคำสั่งของแพทย์

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับยาไดฟลูคอร์โทโลน ผู้บริโภค/ผู้ป่วยสามารถสอบถามข้อมูลการใช้ยานี้จากแพทย์ผู้รักษาหรือเภสัชกรได้ทั่วไป

ไดฟลูคอร์โทโลนมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ไดฟลูคอร์โทโลน

ยาไดฟลูคอร์โทโลนมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น

ไดฟลูคอร์โทโลนมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาไดฟลูคอร์โทโลนมีกลไกการออกฤทธิ์โดยตัวยาจะยับยั้งการอักเสบของผิวหนังด้วยการกดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกายไม่ให้เข้ามาทำลายเซลล์ผิวหนังดังกล่าว เป็นผลให้ลดภาวะอักเสบของผิวหนังได้ตามสรรพคุณ

ไดฟลูคอร์โทโลนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาไดฟลูคอร์โทโลนมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

ไดฟลูคอร์โทโลนมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาไดฟลูคอร์โทโลนมีขนาดการบริหารยา/การใช้ยาเช่น

  • ผู้ใหญ่: ทายาขนาด 0.1% บางๆในบริเวณผิวหนังที่มีการอักเสบวันละ 1 - 2 ครั้ง ใช้เวลาการรักษาไม่เกิน 4 สัปดาห์หรือตามคำสั่งแพทย์
  • เด็ก: ยังขาดข้อมูลที่ชัดเจนทางคลินิกในการใช้ยานี้กับเด็ก หากจำเป็นต้องใช้ยานี้กับผู้ป่วยเด็กต้องได้รับคำสั่งจากแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น

*****หมายเหตุ: ขนาดและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาไดฟลูคอร์โทโลน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมทายาควรทำอย่างไร?

หากลืมทายาไดฟลูคอร์โทโลนสามารถทายาเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการทายา ในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ไดฟลูคอร์โทโลนมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาไดฟลูคอร์โทโลนสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น แสบคันในบริเวณที่ทายา ทำให้ผิวหนังบาง เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียและ/หรือเชื้อราในบริเวณผิวหนังที่ทายานี้ได้ง่าย และอาจพบสิวเกิดขึ้นกับผู้ป่วยบางราย

มีข้อควรระวังการใช้ไดฟลูคอร์โทโลนอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาไดฟลูคอร์โทโลนเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามปรับขนาดการใช้ยานี้เกินจากคำสั่งแพทย์รวมถึงใช้ยานี้ต่อเนื่องด้วยตนเอง
  • ห้ามรับประทานหรือทายานี้ภายในช่องปากหรือให้ยานี้เข้าตา
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์ สตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร รวมถึงเด็ก โดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยวัณโรค ผู้ที่เพิ่งได้รับวัคซีน ผู้ที่มีการติดเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ
  • หลีกเลี่ยงการทายานี้บริเวณใบหน้าด้วยอาจทำให้เกิดภาวะผิวบางหรือเกิดสิวขึ้นได้
  • การใช้ยานี้นานเกินไปอาจก่อให้เกิดภาวะต้อหิน
  • หากใช้ยานี้ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดแล้วอาการไม่ดีขึ้น ต้องกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาไดฟลูคอร์โทโลนด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ไดฟลูคอร์โทโลนมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ด้วยยาไดฟลูคอร์โทโลนเป็นยาใช้ภายนอกจึงยังไม่มีรายงานพบปฏิกิริยาระหว่างยานี้กับยารับประทานชนิดใดๆ

ควรเก็บรักษาไดฟลูคอร์โทโลนอย่างไร?

เก็บยาไดฟลูคอร์โทโลนในช่วงอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยา ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

อนึ่งยานี้ชนิดครีมมีอายุการเก็บผลิตภัณฑ์ 3 ปีนับจากวันผลิต และยานี้ชนิดขี้ผึ้งมีอายุการ เก็บผลิตภัณฑ์ 5 ปีนับจากวันผลิต

ไดฟลูคอร์โทโลนมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาไดฟลูคอร์โทโลนที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
NERISONE (เนริโซน) Bayer
Travocort (ทราโวคอร์ด) Intendis

บรรณานุกรม

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Difluocortolone_valerate [2016,April23]
  2. http://www.medsafe.govt.nz/profs/datasheet/n/Nerisonecrointfatty.pdf [2016,April23]
  3. http://www.mims.com/thailand/drug/info/diflucortolone/?type=brief&mtype=generic [2016,April23]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom