Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ดวงตา  ลูกตา  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

ยาไดคลอร์เฟนาไมด์ (Dichlorphenamide/Diclofenamide) เป็นยาที่อยู่ในกลุ่ม Carbonic anhydrase inhibitor ประโยชน์ทางคลินิกคือ ทางการแพทย์ได้นำยานี้มารักษาโรคต้อหิน (Glaucoma) ด้วยกลไกลดการผลิตของเหลว/สารน้ำในลูกตาจนส่งผลให้ความดันของลูกตาลดลง สำหรับบางประเทศได้นำยานี้ไปใช้รักษาอาการป่วยของสัตว์ รูปแบบของยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์ของ ยานี้จะเป็นยาชนิดรับประทาน

อนึ่ง การจะใช้ยานี้จะต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น และผู้ป่วยต้องใช้ยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

ไดคลอร์เฟนาไมด์มีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ไดคลอร์เฟนาไมด์

ยาไดคลอร์เฟนาไมด์มีสรรพคุณดังนี้คือ

ไดคลอร์เฟนาไมด์มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาไดคลอร์เฟนาไมด์คือ ตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์คาร์บอนิก แอนไฮเดรส (Carbonic anhydrogenase, เอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางเคมีระหว่างคาร์บอนไดออกไซด์/carbon dioxide และน้ำ) ด้วยกลไกทางเคมีที่ติดตามมา จึงทำให้การสร้างของเหลว/สารน้ำที่ไหลเวียนในลูกตาลดลงส่งผลให้เกิดฤทธิ์ของการรักษาตามสรรพคุณ

ไดคลอร์เฟนาไมด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาไดคลอร์เฟนาไมด์มีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็นยาเม็ดชนิดรับประทาน ขนาด 50 มิลลิ กรัม/วัน

ไดคลอร์เฟนาไมด์มีขนาดรับประทาน/การบริหารยาอย่างไร?

ยาไดคลอร์เฟนาไมด์มีขนาดรับประทานดังนี้เช่น

  • ผู้ใหญ่: เริ่มต้นรับประทาน 100 - 200 มิลลิกรัมเช้า - เย็น โดยขนาดยาที่ใช้คงระดับการรักษารับประทาน 25 - 50 มิลลิกรัมวันละ2 - 3ครั้ง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ทำการรักษา
  • เด็ก: การใช้ยานี้กับเด็กไม่ได้จัดทำขึ้นด้วยยังขาดข้อมูลทางการแพทย์มาสนับสนุน

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาไดคลอร์เฟนาไมด์ ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาไดคลอร์เฟนาไมด์สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ไดคลอร์เฟนาไมด์มีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาไดคลอร์เฟนาไมด์สามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูกหรือไม่ก็ท้องเสีย การรับรสของลิ้นเปลี่ยนไป วิงเวียน ง่วงนอน อ่อนแรง อ่อนเพลีย อาจมีภาวะตัวสั่น ปวดศีรษะ สับสน แพ้แสงแดดได้ง่าย อาจทำให้อาการของผู้ป่วยโรคเกาต์กำเริบได้ง่าย ได้ยินเสียงก้องในหู ตาพร่า

สำหรับอาการผู้ที่ได้รับยานี้เกินขนาด จะพบอาการง่วงนอน เบื่ออาหาร วิงเวียน มึนงง ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ที่ค่อยๆมากขึ้น และหากมีอาการแพ้ยาสามารถพบอาการอึดอัด/หายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ใบหน้า - ปาก - ลิ้นมีอาการบวม อาจเจ็บคอและมีไข้ร่วมด้วย หรืออาจพบอาการเลือดออกง่าย มื้อเท้าสั่น และมีผื่นคันตามตัว หากพบอาการดังกล่าวต้องรีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์/ส่งโรงพยาบาลทันที

มีข้อควรระวังการใช้ไดคลอร์เฟนาไมด์อย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาไดคลอร์เฟนาไมด์ดังนี้เช่น

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาไดคลอร์เฟนาไมด์ด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ไดคลอร์เฟนาไมด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาไดคลอร์เฟนาไมด์มีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้เช่น

  • การใช้ยาไดคลอร์เฟนาไมด์ร่วมกับยา Cyclosporine อาจทำให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงจาก Cyclosporine มากยิ่งขึ้น หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • การใช้ยาไดคลอร์เฟนาไมด์ร่วมกับยา Primidone (ยากันชัก) จะทำให้การออกฤทธิ์ของ Primidone ด้อยประสิทธิภาพลง ควรเลี่ยงการใช้ยาร่วมกันหรือแพทย์ปรับขนาดรับประทานเป็นกรณีไป
  • การใช้ยาไดคลอร์เฟนาไมด์ร่วมกับยาแก้ปวด Aspirin อาจทำให้ประสิทธิภาพการรักษาของยาไดคลอร์เฟนาไมด์ด้อยประสิทธิภาพลง หากไม่มีความจำเป็นใดๆควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาร่วมกัน
  • การใช้ยาไดคลอร์เฟนาไมด์ร่วมกับยา Lithium จะทำให้ระดับ Lithium ในกระแสเลือดลดต่ำลงจนอาจส่งผลต่อการรักษา หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกันแพทย์จะปรับขนาดการใช้ยาให้เหมาะสมเป็นกรณีๆไป

ควรเก็บรักษาไดคลอร์เฟนาไมด์อย่างไร?

สามารถเก็บยาไดคลอร์เฟนาไมด์ในอุณหภูมิห้องที่เย็น ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง ไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

ไดคลอร์เฟนาไมด์มีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาไดคลอร์เฟนาไมด์ที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Anterin (แอนเทอริน) Fu Seng, Taiwan
Daranide (ดาราไนด์) Taro, United States
Dicloberl retard (ดิโคลเบอร์ล รีทาร์ด) Menarini, Geogia
Fenamide (เฟนาไมด์) Famigea, Italy
Oratrol (ออราโทรล) Alcon

บรรณานุกรม

1 http://en.wikipedia.org/wiki/Diclofenamide [2015,Feb21]
2 http://dailymed.nlm.nih.gov/dailymed/drugInfo.cfm?setid=17f2f05d-7375-4d7d-8083-174ed27e736f [2015,Feb21]
3 http://owenshealthcare20.flashrx.com/DrugInformation/DrugMonographView.asp?tiPrintPage=1&sTxrId=37100001&sDrugName=DARANIDE&iDrugInsertType=1 [2015,Feb21]
4 http://www.rxwiki.com/daranide [2015,Feb21]
5 http://www.drugs-pills-list.com/dichlorphenamide.html [2015,Feb21]
6 http://www.wikidoc.org/index.php/Diclofenamide [2015,Feb21]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom