Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ทั้งตัว  ระบบโรคติดเชื้อ  ทางเดินหายใจ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เจ็บคอ  ไข้สูง  ไอ 

บทนำ

ไข้หวัดนก (Avian influenza) บางคนเรียกเป็นตัวย่อว่า เอไอ (AI) หรือบางคนเรียกว่า เบิร์ดฟลู (Bird flu หรือ Avian flu) เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์หนึ่งที่เกิดในสัตว์ปีก ที่สำคัญ คือ นก ไก่ เป็ด และยังสามารถก่อการระบาดในหมู่สัตว์ปีกเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม สามารถติดต่อสู่คนได้ในทุกอายุตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ *ถึงแม้การระบาดจากสัตว์ปีกสู่คนยังพบได้น้อยก็ตาม ทั้งนี้ไข้หวัดนกเป็นโรคที่พบได้บ่อยทั่วโลกทั้ง เอเชีย ยุโรป และอเมริกา

ไข้หวัดนกเกิดจากอะไร? ติดต่อได้ไหม? อย่างไร?

ไข้หวัดนก

ไข้หวัดนก เกิดจากสัตว์ปีกติดเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ที่ก่อโรคในสัตว์เหล่านี้ ซึ่งได้แก่ ไวรัสเอเวียนอินฟลูเอนซาชนิด เอ (Avian influenza virus A)

ไวรัสไข้หวัดนก มีได้หลายสายพันธุ์ย่อย โดยแบ่งตามชนิดของโปรตีนที่มีอยู่ในตัวไวรัสได้แก่ โปรตีนชนิดเอช (H) และโปรตีนชนิดเอ็น (N) เช่น ไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงโรคสูง (เป็นสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทย), H5N2, H5N3, H5N9, H2N9, H15N9

เชื้อไวรัสไข้หวัดนก โดยทั่วไปมีสัตว์ปีก โดยเฉพาะ นกป่า นกเป็ดน้ำ บางครั้งเป็นเสือ หมู ม้า แมวน้ำ สุนัข และสัตว์อื่นเป็นรังโรค โดยเชื้อจะปนออกมาทาง

ซึ่งเมื่อคน หรือ สัตว์ สัมผัสเชื้อดังกล่าว จึงเกิดติดโรคไข้หวัดนกขึ้น

*อนึ่ง:

  • ในบางสายพันธุ์ที่รุนแรง (H5N1) หรือการได้รับเชื้อในปริมาณมาก เชื้ออาจติดต่อจากสัตว์สู่คน และคนสู่คนได้
  • ปัจจุบันพบสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นที่ไม่ใช่สัตว์ปีกติดไข้หวัดนกได้ เช่น สุนัข แมว หมู เฟอเร็ต และแมวน้ำ

ใครมีปัจจัยเสี่ยงติดไข้หวัดนก?

คนที่มีปัจจัยเสี่ยงติดไข้หวัดนก คือ

  • คนที่ได้รับเชื้อไข้หวัดนกในปริมาณมาก มักเป็นผู้เลี้ยงสัตว์ปีกที่มีสัตว์ปีกตายด้วยโรคนี้ในบ้านหรือใกล้บ้าน ซึ่งคนกลุ่มนี้ จัดเป็นกลุ่มมีปัจจัยเสี่ยงสูงสุด
  • เด็กที่ชอบคลุกคลีกับสัตว์พวกนี้
  • เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์พวกนี้
  • ผู้ทำงานเกี่ยวกับการขนส่ง ถอนขน และชำแหละสัตว์ปีก
  • และอาจเป็นคนที่พยาบาลผู้ป่วยติดไข้หวัดนก

ไข้หวัดนกมีอาการอย่างไร?

อาการของไข้หวัดนก ได้แก่

ก. สัตว์ปีกที่ติดไข้หวัดนก: มีอาการได้ดังนี้ เช่น

ข. คนที่ติดไข้หวัดนก: จะมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ คือ

*อนึ่ง ระยะฟักตัวของไข้หวัดนกทั้งในสัตว์ปีกและในคนประมาณ 2 - 14 วัน (บางการศึกษาพบติดเชื้อภายใน 1 วันก็แสดงอาการได้) แต่อาจนานได้ถึง 17 วัน

แพทย์วินิจฉัยไข้หวัดนกในคนได้อย่างไร?

การวินิจฉัยไข้หวัดนกในคน *ที่สำคัญที่สุดคือ ประวัติสัมผัสโรค ดังนั้นผู้ป่วยทุกคนที่มีอาการ ของไข้หวัด ต้องตระหนักข้อนี้ และแจ้งแพทย์พยาบาลเสมอถึงการสัมผัสสัตว์ที่ตายไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะสัตว์ปีกถึงแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงก็ตา

นอกจากนั้นเช่นเดียวกับการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่ คือ

รักษาไข้หวัดนกในคนอย่างไร?

การรักษาไข้หวัดนกในคนเช่นเดียวกับในไข้หวัดใหญ่ ได้แก่

มีผลข้างเคียงจากไข้หวัดนกในคนไหม?

ผลข้างเคียงจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกในคนเช่นเดียวกับในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่คือ เมื่อได้รับเชื้อชนิดรุนแรง, หรือในปริมาณมาก, หรือมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ, อาจมีผลข้างเคียงรุนแรงที่เป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ เช่น

โรคไข้หวัดนกในคนรุนแรงไหม?

โดยทั่วไป เมื่อติดเชื้อปริมาณน้อยหรือติดเชื้อชนิดไม่รุนแรง และ/หรือผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรง การติดเชื้อไข้หวัดนกในคนไม่รุนแรง ผู้ป่วยหายได้ภายใน 1 - 2 สัปดาห์เช่นเดียวกับในไข้หวัดใหญ่

แต่ถ้าติดเชื้อรุนแรง, หรือติดเชื้อปริมาณมาก, และ/หรือสุขภาพไม่แข็งแรง, โรครุนแรงถึงเสียชีวิตได้ดังกล่าวแล้ว นอกจากนั้นความรุนแรงจะสูงขึ้นเมื่อ มีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วยอีกโรคหนึ่ง

แต่ที่แพทย์กังวลคือ การกลายพันธุ์ของไวรัสที่อาจทำให้โรคแพร่จากสัตว์สู่คน และแพร่จาก คนสู่คน ได้สูงขึ้น ซึ่งโรคอาจรุนแรงมากขึ้น

ดูแลตนเองอย่างไร? เมื่อไรควรพบแพทย์?

การดูแลตนเองคือ เมื่อสัมผัสสัตว์ปีก หรือเข้าไปในแหล่งมีการระบาดของโรค หรือมีสัตว์ปีกตายโดยไม่ทราบสาเหตุ (รวมทั้งสัตว์เลี้ยง) เมื่อมีอาการของไข้หวัด (โรคหวัดทั่วไป) หรือไข้หวัดใหญ่ตามมา ควรรีบพบแพทย์/มาโรงพยาบาลเสมอถึงแม้มีอาการไม่รุนแรงก็ตา

แต่เมื่ออ่อนเพลียมาก กิน/ดื่มน้ำได้น้อย ไข้สูง และไข้ไม่ลงภายใน 2 วัน และ/หรือ ไอมาก เจ็บหน้าอก สับสน แขน/ขาอ่อนแรง ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้อาเจียนมาก ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง หรือฉุกเฉิน

นอกจากนั้นคือ การป้องกันโรคแพร่กระจายสู่คนใกล้ชิดและสู่ผู้อื่น โดย

ป้องกันโรคไข้หวัดนกในคนได้อย่างไร?

การป้องกันไข้หวัดนกในคน หมายถึง เราป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดนก ได้แก่

  • ระมัดระวังการสัมผัสสัตว์ปีกโดยเฉพาะซากสัตว์ปีก ต้องสวมถุงมือยางเสมอเมื่อกำจัดสัตว์ปีกตาย โดยเฉพาะการตายที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้ให้การดูแลควบคุมโรค(ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่เขตฯ) กรณีสงสัยสัตว์ตายจากติดโรคหรือเมื่อสัตว์ตายในปริมาณผิด ปกติ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เสมอ
  • กินอาหารมีประโยชน์ห้าหมู่ในทุกๆวันเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง
  • กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ
  • รู้จักใช้หน้ากากอนามัย
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่โดยเฉพาะเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับโรคนี้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนทั้งไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ซึ่งจะส่งผลให้โรครุนแรงมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงผู้ป่วยไข้หวัด ทั้งโรคหวัดทั่วไปและไข้หวัดใหญ่
  • หลีกเลี่ยงแหล่งเลี้ยงสัตว์ปีก
  • กินเนื้อสัตว์ปีก และไข่ ปรุงสุกทั่วถึงเสมอ เพราะเชื้อไข้หวัดนกตายในอุณหภูมิสูงมากกว่า 74 องศาเซลเซียส (C/Celsius) และไม่กินสัตว์ปีกที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือตายจากไข้หวัดนกไม่ว่าจะปรุงสุกอุณหภูมิสูงเท่าไรก็ตา

มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกไหม?

ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดนก เป็นวัคซีนที่ฉีดให้สัตว์ปีก ป้องกันการติดเชื้อระหว่างสัตว์ปีก แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพพอ เพราะเพียงแต่ลดปริมาณเชื้อที่จะออกมาในสารคัดหลั่งและยังมีปัญหาอื่นๆในประสิทธิภาพของวัคซีนอีกหลายประการ กรมปศุสัตว์และรัฐบาลไทยจึงยังไม่แนะนำการฉีดวัคซีนในสัตว์ปีกขณะนี้

ขณะนี้มีวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกในคน ผลิตในสหรัฐอเมริกา เป็นวัคซีนป้องกันการติดเชื้อในคนจากไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 แต่ยังไม่มีการนำออกใช้เพราะปัจจุบันยังไม่มีการระบาดของสายพันธุ์นี้ในคน (พบผู้ป่วยเพียงบางรายน้อยมาก) การใช้วัคซีนขณะนี้จึงยังไม่คุ้มค่า

อนึ่ง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดนกได้ แต่การฉีดจะช่วยให้โอกาสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ลดลงซึ่งเป็นการลดความรุนแรงจากไข้หวัดนกได้วิธีหนึ่งจากป้องกันการติดโรค 2 โรคพร้อมๆกัน

บรรณานุกรม

  1. https://moph.go.th/index.php/news/read/657 [2019,Feb9]
  2. https://www.who.int/en/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(avian-and-other-zoonotic) [2019,Feb9]
  3. https://www.cdc.gov/flu/avianflu/bird-flu-basics.htm [2019,Feb9]
  4. http://en.wikipedia.org/wiki/Avian_influenza [2019,Feb9]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน PRdelivery
Frame Bottom