Frame Top

โรคเมลิออยด์ โรคฮิตของชาวนาไทย (ตอนที่ 4)

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
14 มิถุนายน 2013

นพ. ดิเรก ลิ้มมธุรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาสุขวิทยาเขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า อัตราการตายของโรคเมลิออยด์ (Melioidosis) ในขณะนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 40 โดยเฉพาะภาคอีสานมีอัตราการตายสูงที่สุด

ในแต่ละปีมีผู้ป่วยที่มีผลตรวจวิเคราะห์ (Laboratory) ยืนยัน 2,000 ราย คาดว่าตัวเลขผู้ป่วยน่าจะมากกว่านี้ เพราะยังทีจำนวนผู้ป่วย ส่วนหนึ่งที่เพาะเชื้อไม่ขึ้น และร้อยละ 25 ของผู้ป่วยอาจไม่พบอาการของการติดเชื้อและต้องวินิจฉัยโดยอาศัยการเพาะเชื้อจากเลือดหรือการป้ายคอ

อาจกล่าวได้ว่าโรคเมลิออยด์สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อได้กับอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ยกเว้นลิ้นหัวใจ (Endocarditis) และแม้ว่าจะพบผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) ที่เกิดภายหลังจากฝีในสมองแตก แต่ไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมองโดยตรง

อาการที่พบได้ไม่บ่อย ได้แก่ การติดเชื้อในหลอดเลือด (Intravascular infection) ฝีในต่อมน้ำเหลือง (Lymph node abscesses) ซึ่งพบร้อยละ 1.2 - 2.2 เยื่อหุ้มหัวใจเป็นหนอง (Pyopericardium) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) การติดเชื้อในอวัยวะคั่นระหว่างปอด (Mediastinum) ฝีในต่อมไทรอยด์และถุงอัณฑะ และการติดเชื้อในดวงตา

สำหรับโรคเมลิออยด์ชนิดเรื้อรังมักมีอาการนานกว่า 2 เดือน และพบได้ประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วย โดยอาการแจมีการเปลี่ยนแปลงได้หลากหลาย ซึ่งรวมถึง อาการติดเชื้อที่ผิวหนังเรื้อรัง แผลที่ผิวหนัง (Skin ulcers) ก้อนในปอด (Lung nodules) หรือปอดอักเสบเรื้อรัง (Chronic pneumonia)

กล่าวอีกนัยหนึ่ง อาการดังกล่าว ใกล้เคียงกับวัณโรค (Tuberculosis) จนบางครั้งก็เรียกโรคนี้ว่า "วัณโรคเวียดนาม" (Vietnamese tuberculosis) นอกจากนี้โรคเมลิออยด์ชนิดเรื้อรังอาจแสดงอาการคล้ายวัณโรคเยื่อหุ้มหัวใจ (Tuberculous pericarditis) ได้

การวินิจฉัยยืนยันโรคเมลิออยด์นั้นทำได้ด้วยการเพาะเชื้อจากร่างกาย การสอบถามเรื่องประวัติการสัมผัสดินอาจไม่ได้ผลเพราะโรคเมลิออยด์อาจแฝงอยู่เป็นเวลาหลายปีกว่าจะแสดงอาการ แต่อาจทราบจากการซักประวัติการเดินทางไปยังบริเวณพื้นที่ที่มีโรคเมลิออยด์เป็นโรคประจำถิ่น

ควรทำการตรวจคัดกรองการติดเชื้อในทุกส่วนของผู้ป่วยที่สงสัยการติดเชื้อโรคเมลิออยด์ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเชื้อจากเลือด จากปัสสาวะ การป้ายคอ และการเพาะเชื้อจากหนองที่ดูดมาได้ (Aspirated pus) ซึ่งสามารถยืนยันการวินิจฉัยด้วยการเพาะและพบเชื้อ B.pseudomallei

การวินิจฉัยโรคเมลิออยด์ไม่สามารถทำได้โดยอาศัยวิธีทางรังสี เพียงอย่างเดียว แต่วิธีการทางรังสีมักถูกใช้เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค กล่าวคือ แพทย์จะแนะนำให้ทำภาพรังสีของช่องท้องโดยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scans) หรือตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) เนื่องจากฝีของอวัยวะภายในอาจไม่ได้แสดงอาการออกมาชัดเจน

นอกจากนี้ยังอาจพบฝีเกิดร่วมกับโรคที่บริเวณอื่น เพราะโรคเมลิออยด์อาจแสดงอาการเหมือนลักษณะการติดเชื้ออื่นๆ เช่น วัณโรค ดังนั้นจึงต้องอาศัยการวินิจฉัยแยกโรคหลายวิธีร่วมกัน

แหล่งข้อมูล:

  1. โรคเมลิออยด์ - คุณหมอขอบอก - http://www.dailynews.co.th/article/1490/172361 [2013, June 13].
  2. Melioidosis. - http://en.wikipedia.org/wiki/Melioidosis [2013, June 13].
Blog
โรคเมลิออยด์ โรคฮิตของชาวนาไทย (ตอนที่ 3) โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน v007 Izax hon Tom1996
Frame Bottom