Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อาการที่เกี่ยวข้อง :

นิยามคำว่าเด็ก

โรคเด็ก

เด็ก (Child หรือ Childhood) ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 นิยามว่า เด็ก คือ คนที่มีอายุน้อย หรือผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือ ผู้ซึ่งอายุไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส หรือบุคคลอายุเกิน 7 ปีบริบูรณ์แต่ยังไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์ หรือ บุคคลที่มีอายุตั้ง แต่ 15 ปีลงมา หรือบุคคลที่มีอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ ส่วน เด็กหญิง คือ คำนำ หน้าชื่อเด็กหญิงที่มีอายุไม่ถึง 15 ปีบริบูรณ์ และ เด็กชาย คือ คำนำหน้าชื่อเด็ก ชายที่มีอายุไม่ถึง 15 ปีบริบูรณ์

ในทางการแพทย์ เด็ก คือ ผู้ที่มีอายุไม่เกิน 14 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อใช้คำนำ หน้าชื่อว่าเด็กหญิง หรือ เด็กชาย เมื่อมีการเจ็บป่วยและพบแพทย์ เมื่อเป็นโรง พยาบาลใหญ่ซึ่งมีแพทย์เฉพาะทาง ผู้ป่วยจะถูกจัดให้ได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ และพยาบาลในสาขาโรคเด็ก หรือ กุมารเวช แต่เมื่อใช้คำนำหน้าชื่อว่า นางสาว หรือ นาย เมื่อมีการเจ็บป่วยพบแพทย์ จะได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ พยาบาลในแผนกอายุรกรรม

ทั้งนี้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็ก ยังอาจแยกเป็น

 

การแบ่งเด็กเป็นวัยต่างๆนั้น เนื่องจากเด็กเป็นวัยที่ร่างกาย และจิตใจยังเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ ร่างกายและจิตใจจึงมีการเจริญเติบโตและพัฒนาอยู่ตลอด เวลา ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัยดังกล่าว และแตกต่างกับผู้ใหญ่ การแยกเด็กเป็นวัยต่างๆ จึงช่วยแพทย์ พยาบาลให้การดูแลรักษา พยาบาล เด็กได้อย่างเหมาะสมทั้งด้าน ร่างกาย และจิตใจ

ทำไมต้องแยกเป็นโรคเด็กและโรคผู้ใหญ่?

เด็กเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตและการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ยังต้องพึ่งพาผู้ปก ครอง ดูแลตนเองไม่ได้หรือได้น้อย เข้าใจอาการการตรวจรักษาไม่ได้หรือได้น้อยหรือไม่เข้าใจ บอกเล่าอาการของโรคไม่ได้หรือได้น้อยและไม่ชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นกับช่วงวัย ดังนั้นการสอบถาม ประวัติ การตรวจร่างกาย และขั้นตอนในวิธีตรวจวินิจฉัยโรค จึงแตกต่างจากผู้ใหญ่และต้องมีผู้ ปกครองคอยช่วยเหลือดูแล

อวัยวะต่างๆของเด็กโดยเฉพาะตับ ไต สมอง ยังไม่สมบูรณ์ การใช้ยาจึงแตกต่างจากในผู้ใหญ่มาก ปริมาณยา (Dose) จึงต้องขึ้นกับทั้งช่วงอายุ น้ำหนัก และส่วนสูง

จากการที่อวัยวะต่างๆของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่นี่เอง รวมทั้งเป็นผู้ที่มีอายุขัยยืนยาว มากกว่าในผู้ใหญ่มาก ดังนั้นผลข้างเคียงจากการรักษาจึงมีโอกาสเกิดได้สูงกว่าในผู้ใหญ่ และอาจส่งผลกระทบถึงคุณภาพชีวิตของเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้

นอกจากนั้นโรคต่างๆของเด็กมักแตกต่างจากโรคของผู้ใหญ่ ถึงแม้บางชนิดอาจเหมือนกันก็ตาม และจากการที่เนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต้านทานโรคในเด็กต่ำกว่าในผู้ใหญ่ โรคในเด็กจึงมักมีความรุนแรงมากกว่าในผู้ใหญ่ ดังนั้น ขั้นตอนและวิธีดูแลรัก ษาผู้ป่วยเด็กจึงแตกต่างจากในผู้ใหญ่

ด้วยเหตุผลทั้งหมด ทางการแพทย์จึงแยกผู้ป่วยเป็นผู้ป่วยเด็กและผู้ป่วยผู้ใหญ่ นอกจากนั้น ในอนาคตอาจแยกผู้ป่วยเด็กออกเป็นเด็กและผู้ป่วยวัยรุ่น ทั้งนี้เพราะวัยรุ่นเป็นอีกวัยที่มีความเฉพาะตัว กึ่งเด็กกึ่งผู้ใหญ่ และเป็นผู้ป่วยที่ไม่อยากได้รับการรักษาแบบเด็ก แต่ก็ยังดูแลตนเองไม่ได้เต็มร้อย จึงดูแลรักษาเหมือนในผู้ใหญ่ไม่ได้เต็มที่ การดูแลรักษาจึงกึ่งเด็กกึ่งผู้ใหญ่

โรคเด็กต้องรักษาด้วยหมอเด็กเท่านั้นใช่ไหม?

โรคเด็กไม่จำเป็นต้องรักษากับหมอเด็ก (กุมารแพทย์) แพทย์ทุกสาขาสามารถดูแลผู้ป่วย เด็กได้ทุกคน เพราะในการเรียนแพทย์แพทย์ทุกคนต้องผ่านการเรียนการสอนในเรื่องของโรคเด็กเป็นวิชาหลักวิชาหนึ่งเสมอ แต่เมื่อเป็นโรคที่ซับซ้อนจึงสมควรเป็นการรักษาจากแพทย์เฉพาะ ทางโรคเด็ก ซึ่งแพทย์ที่ดูแลเด็กอยู่ในขณะนั้นมักจะเป็นผู้แนะนำผู้ปกครองเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ปกครองมีความสะดวกกว่าในการพบหมอเด็กหรือในโรงพยาบาลที่มีการแยกสาขาตรวจ เมื่อเด็กป่วยก็พบหมอเด็กได้เลยตั้งแต่แรก

โรคเด็กมีสาเหตุจากอะไร? พบโรคอะไรได้บ้าง?

โรคของเด็กมีสาเหตุเช่นเดียวกับในโรคของผู้ใหญ่ เพียงแต่แตกต่างกันในอุบัติการณ์ (การพบได้มากหรือน้อย) โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคในเด็กที่พบบ่อยได้แก่


รักษาโรคเด็กอย่างไร?

วิธีการรักษาโรคในเด็กเช่นเดียวกับในผู้ใหญ่ทุกประการคือ การผ่าตัดเมื่อเป็นโรคที่ต้องผ่าตัดเช่น ในโรคไส้ติ่งอักเสบ และการรักษาด้วยยาต่างๆเช่น การให้ยาปฏิชีวนะเมื่อเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และการรักษาประคับประคองตามอาการเช่น ยาลดไข้ ซึ่งต่างจากในผู้ ใหญ่คือ เด็กอาจแพ้ยาลดไข้แอสไพรินได้อย่างรุนแรง เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ (การแพ้ยาแอส ไพริน) ดังนั้นยาลดไข้ในเด็กจึงควรเป็นยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ซึ่งการให้ยาในเด็ก จำเป็นต้องให้ปริมาณยาตามช่วงอายุ น้ำหนัก และส่วนสูง

นอกจากนั้นคือ การรักษาประคับประคองตามอาการอื่นๆซึ่งเช่นเดียวกับในผู้ใหญ่เช่น การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเมื่อเด็กกินไม่ได้หรือมีภาวะขาดน้ำ เป็นต้น

แต่ที่แตกต่างอย่างมากจากผู้ใหญ่คือ ผู้ปกครองต้องดูแลเอาใจใส่และเป็นผู้สังเกตความผิดปกติต่างๆและเป็นผู้แจ้งแพทย์พยาบาลแทนเด็กเพราะดังกล่าวแล้วว่า เด็กไม่สามารถบอกเล่าอาการของตนเองได้ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นปัจจัยที่ทำให้โรคในเด็กมักรุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ เพราะเด็กป่วยมักพบแพทย์ล่าช้ากว่าในผู้ใหญ่

โรคเด็กรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงไหม?

โรคเด็กมักรุนแรงกว่าโรคของผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กมีภูมิคุ้มกันโรคต่ำกว่าในผู้ใหญ่และเด็ก บอกอาการตนเองไม่ได้ จึงมักเป็นสาเหตุให้พบแพทย์ได้ล่าช้า

ดูแลเด็กป่วยอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลเด็กป่วยที่สำคัญและการพบแพทย์ได้แก่

ป้องกันโรคในเด็กได้อย่างไร?

การป้องกันโรคของเด็กที่สำคัญคือ

บรรณานุกรม

1. ศรีศุภลักาณื สิงคาลวณิช, ชัยสิทธิ์ แสงทวีสิน, สมจิต ศรีอุดมขจร, และสมใจ กาญจนาพงศ์กุล.(2549). ปัญหาโรคเด็กที่พบบ่อย. กทม: สำนักพิมพ์กรุงเทพเวชสาร.
2. Adolescence. http://en.wikipedia.org/wiki/Adolescence [2015,Feb21]
3. Infant. http://en.wikipedia.org/wiki/Infant [2015,Feb21]
http://www.cdc.gov/ncbddd/childdevelopment/positiveparenting/middle.html [2015,Feb21]
5. Preadolescence. http://en.wikipedia.org/wiki/Preadolescence [2015,Feb21]
6. Preschoolers. http://www.cdc.gov/ncbddd/childdevelopment/positiveparenting/preschoolers.html [2015,Feb21]
7. Toddlerhttp://en.wikipedia.org/wiki/Toddler [2015,Feb21] 4. Middle childhood.

Updated 2015, Feb 21


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน sirikul eranjunung maylin NUENGj Bream1132 Varesile
Frame Bottom