Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

โรคหัวใจ (Heart Disease) เป็นคำที่ทุกคนพูดถึงเมื่อเกิดโรคขึ้นกับหัวใจแต่เนื่องจากโรคของหัวใจมักมีความสัมพันธ์กับโรคของหลอดเลือดเสมอ ดังนั้น ทางการแพทย์จึงเรียกโรคนี้ว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease)

หัวใจ เป็นอวัยวะสำคัญ มีหน้าที่หลักในการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย (หัวใจ:กายวิภาคและสรีรวิทยา) ดังนั้นเมื่อเกิดโรคกับหัวใจ จึงจำเป็นต้องได้รับการดู แลรักษาอย่างเหมาะสมเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว/ภาวะหัวใจวาย ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงการขาดเลือดของเนื้อเยื่อ/อวัยวะทั่วร่างกาย อันนำไปสู่การเสียชีวิตได้

โรคหัวใจ เป็นโรคพบได้บ่อยมากของประชากรทั้งโลก และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ติด 1 ใน 4 ลำดับสาเหตุสูงสุดของคนทุกเชื้อชาติและทุกประเทศ พบโรคได้ในคนทุกอายุ ตั้ง แต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ เช่น ในเด็กแรกเกิดสาเหตุจะเป็นจากความผิดปกติแต่กำเนิด ส่วนในผู้สูงอายุ โรคหัวใจที่พบบ่อยที่สุด คือ โรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งนี้ พบโรคหัวใจในผู้ชายได้สูงกว่าในผู้หญิง

โรคที่เกิดกับหัวใจ มีหลากหลายโรค เช่น โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรค/ภาวะหัวใจล้มเหลวโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมโรคลิ้นหัวใจเนื้องอกและโรคมะเร็งของหัวใจ เป็นโรคที่พบได้น้อยมากที่สุด มักเป็นเพียงรายงานประปรายบ้างเท่านั้น/หัวใจวาย ทั้ง 3 โรคเป็นโรคหัวใจที่พบได้บ่อยที่สุด นอกจากนั้น เช่น โรค/ภาวะหัวใจเสียจังหวะ (จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ) โรคหัวใจติดเชื้อ เช่น โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และที่พบได้บ้าง คือโรคความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดแต่กำเนิด ส่วนโรค

โรคหัวใจมีสาเหตุจากอะไร?

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจมีได้หลากหลายสาเหตุ ที่เป็นสาเหตุสำคัญ ได้แก่

โรคหัวใจมีปัจจัยเสี่ยงจากอะไร?

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกัน ควบคุมได้ และปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกัน ควบคุมไม่ได้

โรคหัวใจมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคหัวใจแตกต่างกันบ้างตามชนิดของโรคหัวใจ แต่โดยทั่วไปอาการที่คล้ายกัน ที่มักเกิดกับโรคหัวใจทุกชนิด คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคหัวใจได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคหัวใจได้จาก อายุ เพศ น้ำหนัก ชีพจร ความดันโลหิต ประวัติอาการต่างๆ ประวัติการเจ็บป่วยทั้งในอดีตและในปัจจุบัน ประวัติการใช้ยาต่างๆ การตรวจร่างกาย การตรวจฟังการเต้นของหัวใจ การตรวจเลือดดูค่าไขมัน น้ำตาล และสารต่างๆที่เกี่ยวกับโรคทางหัว ใจ เช่น เอนไซม์ในกลุ่ม Cardiac troponins การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และการตรวจเอกซเรย์ปอดดูภาพของหัวใจและปอด

นอกจากนั้น อาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับอาการผู้ป่วย สิ่งผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบ และดุลพินิจของแพทย์ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย (Stress test) การตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ การสวนหัวใจ การตรวจหัวใจด้วย เอมอาร์ไอ การตรวจหัวใจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจหัวใจทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ (Cardiac scintigraphy) และบางครั้งอาจมีการตัดชิ้นเนื้อจากหัวใจเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

รักษาโรคหัวใจอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคหัวใจขึ้นกับแต่ละชนิดของโรค ในภาพรวมคือ

โรคหัวใจรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงไหม?

โดยทั่วไปโรคหัวใจเป็นโรครุนแรง แต่เมื่อได้รับการรักษาตั้งแต่ในเบื้องต้นของโรค มักสามารถรักษา ดูแล และควบคุมโรคได้ดี ซึ่งการรักษาโรคหัวใจต้องได้รับความร่วมมืออย่างดีระหว่างแพทย์ พยาบาล กับผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วย ทั้งนี้เพราะผู้ป่วยจำเป็นต้องมีข้อปฏิ บัติที่เคร่งครัดหลายประการในการใช้ชีวิตประจำวัน อาหาร เครื่องดื่ม การกินยา และการต้องพบแพทย์ที่ต้องต่อเนื่อง เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากโรคหัวใจที่สำคัญ คือ การเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และโรคหลอดเลือดสมอง/หัวใจวาย การเกิดอาการหัวใจล้ม (Heart attack) ซึ่งมักเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน/ (Stroke) เพราะโรคหัวใจจะเป็นสาเหตุให้สมองขาดเลือดหล่อเลี้ยง

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

เมื่อมีอาการต่างๆดังได้กล่าวแล้วในหัวข้ออาการ ควรรีบพบแพทย์เสมอ เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุ และเมื่อทราบแล้วว่าตนเองเป็นโรคหัวใจ การดูแลตนเองที่สำคัญ คือ

มีการตรวจคัดกรองโรคหัวใจไหม?

การตรวจคัดกรองโรคหัวใจคือ การตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 15-18 ปี โดยการพบแพทย์ ตรวจชีพจร วัดความดันโลหิต ตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดดูค่าน้ำตาล ไขมัน การทำงานของไต ส่วนการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แพทย์มักแนะนำให้ตรวจเมื่ออายุตั้งแต่ 35-40 ปีขึ้นไป

ส่วนผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจดังกล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง การตรวจคัดกรองโรคหัวใจควรอยู่ในการแนะนำของแพทย์

ป้องกันโรคหัวใจได้อย่างไร?

การป้องกันโรคหัวใจ คือ การป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ ดังกล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง ซึ่งที่สำคัญ ได้แก่

บรรณานุกรม

  1. พนัส เฉลิม แสนยากร. หัวใจ:กายวิภาคและสรีรวิทยา http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B/article/%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88/ [2012, Aug5].
  2. Cardiovascular disease http://en.wikipedia.org/wiki/Cardiovascular_disease [2012, Aug 6].
  3. Your guide to living with heart disease http://www.nhlbi.nih.gov/health/public/heart/other/your_guide/living_hd_fs.pdf [2012,Aug 6].

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 6 คน sirikul pingrmutt Jiingle.J.E.E kuyyoyo rockoryor axizone
Frame Bottom