Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แขนขาอ่อนแรงทันที 

บทนำ

โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัมพาต เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อย ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ก่อให้เกิดความพิการได้มากที่สุด มี 2 ชนิดตาพยาธิสภาพของเนื้อสมองที่ผิดปกติคือ สมองขาดเลือด (Ischemic stroke) และเลือดออกในเนื้อสมอง (Intracerebral hemorrhage)

สาเหตุของโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดเกิดจากการตีบของหลอดเลือดสมอง (Cerebral thrombosis) และ/หรือจากการอุดตันของหลอดเลือดสมอง (Cerebral embolism หรือ Cerebral stroke หรือ Embolic stroke) ส่วนโรคหลอดเลือดสมองชนิดเลือดออกในเนื้อสมองเกิดจากหลอดเลือดสมองฉีกขาดหรือแตกที่มักมีสาเหตุจากโรคความดันโลหิตสูง (Hypertensive intracerebral hemorrhage) โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองผิดปกติ หรือเกิดจากภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ

อนึ่ง การอุดตันของหลอดเลือดสมองอาจมีสาเหตุสืบเนื่องจากโรคหัวใจได้ซึ่งเรียกว่า “โรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดเหตุโรคหัวใจ (Cardiogenic cerebral embolism)” วันนี้เรามารู้จักโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจกันครับ

โรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจมีสาเหตุจากอะไรบ้าง?

โรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจ

สาเหตุที่พบบ่อยของโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจได้แก่

โรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจพบบ่อยหรือไม่?

โรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจพบบ่อยประมาณ 10% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั้งหมด

ใครมีโอกาส/ปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจ?

ผู้ที่มีโอกาส/ปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจได้บ่อยคือ ผู้ป่วยในกลุ่มดังต่อไปนี้

อาการผิดปกติทางระบบประสาทจากโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจมีอะไรบ้าง?

อาการผิดปกติทางระบบประสาทที่พบบ่อยจากโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจคือ อาการแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด พูดลำบาก/พูดไม่ออก/นึกคำพูดไม่ออก เดินเซ วิงเวียนศีรษะ ซึ่งอาการทั้งหมดนั้นจะเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด (Sudden onset) และเป็นมากทันที จะไม่ค่อยมีอาการเป็นมากขึ้นๆเหมือนอย่างหลอดเลือดสมองตีบ (Cerebral thrombosis)

มีอาการผิดปกติของร่างกายระบบอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่?

อาการผิดปกติอื่นที่อาจพบร่วมกับอาการทางระบบประสาทในโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจคือ อาจมีการอุดตันของหลอดเลือดบริเวณอื่นๆ (Embolic phenomenon) เช่น หลอดเลือด นิ้วมือ-นิ้วเท้า (อาการเช่น นิ้วมือนิ้วเท้าเขียวคล้ำ ปวด เป็นแผลจากเนื้อตาย), หลอดเลือดจอตา (อาการเช่น ตามัว), และอาการผิดปกติอื่นๆของโรคหัวใจที่เป็นอยู่ก่อนเช่น หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจหอบเหนื่อย นอนราบจะหายใจไม่ได้ต้องนั่งหายใจ คลำชีพจรไม่ได้ของแขนขาข้างที่มีการอุดตันของหลอดเลือด

ผู้ป่วยควรพบแพทย์เมื่อใด?

ผู้ป่วยควรพบแพทย์ทันทีที่มีอาการผิดปกติต่างๆดังกล่าวในหัวข้อ “อาการทางระบบประสาท” เพื่อให้เข้าสู่ระบบการรักษาทางด่วนโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke fast track) ไม่ควรรอสังเกตอาการเพราะอาจทำให้เสียโอกาสในการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม

แพทย์วินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจได้โดยใช้ข้อมูลจากประวัติที่มีอาการผิดปกติทางระบบประสาทดังกล่าวในหัวข้อ อาการฯ ที่เกิดอาการทางระบบประสาทขึ้นมาอย่างทันทีทันใด ร่วมกับการตรวจร่างกายทั่วไป และการตรวจร่างกายทางระบบประสาท พบความผิดปกติทางระบบประสาทและทางโรคร่วมที่เป็นสาเหตุเช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ถ้าข้อมูลเบื้องต้นเข้ากับโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์ก็จะส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค

นอกจากนี้แพทย์จะส่งตรวจสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อยืนยันโรคหัวใจที่เป็นสาเหตุของการเกิดหลอดเลือดสมองอุดตันเช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiography) เป็นต้น

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจในระยะแรกทำอย่างไร?

การรักษาในระยะแรกของโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจประกอบด้วย การฉีดยาละลายลิ่มเลือดเข้าทางหลอดเลือดดำ (Intravenous thrombolysis) กรณีผู้ป่วยมาโรงพยาบาลภายในเวลา 270 นาทีหลังเกิดอาการและไม่มีข้อห้ามในการใช้ยานี้ แต่ถ้าไม่สามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำได้ แพทย์จะฉีดยาละลายลิ่มเลือดอีกชนิด (Anticoagulant เช่น low molecular weight heparin) ทางใต้ชั้นผิวหนัง (Subcutaneous) เพื่อป้องกันการเป็นมากขึ้นของลิ่มเลือดอุดตัน อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดไม่ว่าจะชนิดใดในช่วงแรกนั้น ต้องเฝ้าระวังผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) ที่สำคัญคือมีภาวะเลือดออกในเนื้อสมองได้ง่ายจึงต้องติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด และผู้ป่วย/ครอบครัวต้องทราบข้อดีข้อเสียของการใช้ยาละลายลิ่มเลือดจากแพทย์จนเข้าใจในวิธีรักษา ผลการรักษา และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากยานี้

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจในระยะต่อมาทำอย่างไร?

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจในระยะต่อมาคือ การใช้ยาละลายลิ่มเลือดชนิด ทานเพื่อป้องกันการเกิดเป็นซ้ำของหลอดเลือดสมองอุดตัน (Secondary prevention) ซึ่งจะใช้ยานี้ไปตลอดชีวิตในกรณีหลอดเลือดสมองอุดตันเกิดจากการเต้นของหัวใจผิดปกติหรือจากลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ และร่วมกับการแก้ไข/รักษาโรคหัวใจ รวมถึงการทำกายภาพบำบัดกรณีมีแขนขาอ่อนแรง

การรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดมีข้อควรระวังอย่างไร?

ข้อควรระวังในการใช้ยาละลายลิ่มเลือดที่สำคัญคือ เนื่องจากยาละลายลิ่มเลือดอาจเกิดปัญหาจากยาเกินขนาดหรือตัวยาในเลือดไม่ได้ระดับคงที่ในการรักษา เพราะเกิดการตีกันของยาได้ง่าย (อันตรกิริยา/ปฏิกิริยาระหว่างยา: Drug interaction) ระหว่างยาละลายลิ่มเลือดกับยาอื่นที่ผู้ป่วยทานเป็นประจำ/หรือที่ใช้รักษาโรคหัวใจ หรือกับอาหารเสริม/สมุนไพร จึงไม่ควรใช้อาหารเสริมหรือสมุนไพรร่วมด้วยในการรักษา และต้องแจ้งแพทย์/เภสัชกรเสมอถึงยาต่างๆที่ผู้ป่วยทานหรือใช้อยู่

การรักษาต้องมาพบแพทย์บ่อยแค่ไหน?

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจต้องรักษาอย่างต่อเนื่องเพราะต้องมีการติดตามค่าการแข็งตัวของเลือดให้ได้ระดับที่แพทย์ต้องการตลอดเวลา ดังนั้นการติดตามการรักษา/การพบแพทย์/การมาโรงพยาบาลในช่วงแรกอาจต้องบ่อยพอสมควรเช่น ทุกสัปดาห์จนได้ระดับค่าการแข็ง ตัวของเลือดที่แพทย์ต้องการ หลังจากนั้นแพทย์อาจนัดทุก 1 - 2 เดือนขึ้นกับอาการทางระบบประ สาทและอาการของโรคหัวใจที่พบ

ในปัจจุบันทุกโรงพยาบาลของรัฐในประเทศไทยได้พัฒนาระบบการติดตามการตรวจวัดระดับค่าการแข็งตัวของเลือด (Warfarin clinic) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกของการติดตามการรักษา และเพิ่มคุณภาพในการรักษาให้กับผู้ป่วย

ภาวะแทรกซ้อนในโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจมีอะไรบ้าง?

ภาวะแทรกซ้อน (ผลข้างเคียง) ที่พบจากโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจที่สำคัญคือ ผลที่เกิดสืบเนื่องมาจากอาการทางระบบประสาท/อัมพาตคือ ข้อติด แผลกดทับ ติดเชื้อในปอด/ปอดอักเสบจากการสำลักอาหาร ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ยังเกิดภาวะแทรกซ้อน จากการทานยาละลายลิ่มเลือดคือ ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารและเลือดออกในกะโหลกศีรษะ เป็นต้น

โรคนี้มีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคหรือผลการรักษาของโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจขึ้นกับสาเหตุของหลอดเลือดสมองอุดตันเช่น ถ้าการอุดตันเกิดจากลิ่มเลือดขนาดใหญ่หรือเกิดในตำแหน่งของสมอง ส่วนที่สำคัญ (เช่น ก้านสมอง) ก็จะมีผลการรักษาที่ไม่ดี

นอกจากนี้การพยากรณ์โรคยังขึ้นอยู่กับการเกิดภาวะแทรกซ้อน ถ้ามีภาวะแทรกซ้อนผลการรักษาก็ไม่ดี รวมถึงการรักษาได้ทันเวลารวดเร็วหรือไม่ ถ้าการรักษาล่าช้าผลการรักษาก็ไม่ดี เช่นกัน

ญาติหรือผู้ดูแลต้องให้การดูแลผู้ป่วยอย่างไรบ้าง?

ในโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจกรณีผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ญาติ/ผู้ดูแลต้องคอยดูแลผู้ป่วยโดยเฉพาะในเรื่องสำคัญดังนี้

  • พลิกตัวผู้ป่วยบ่อยๆเพื่อป้องกันแผลกดทับ (อ่านเพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง การป้องกันแผลกดทับ)
  • การทานอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน
  • การทำกายภาพบำบัดตามแพทย์/พยาบาล/นักกายภาพบำบัดแนะนำ
  • การทานยาต่างๆที่แพทย์สั่ง
  • ระวังอย่าให้ผู้ป่วยล้มหรือมีการกระเทือนต่อศีรษะ
  • หลีกเลี่ยงการทานสมุนไพรและ/หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  • พาผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลตามนัดให้สม่ำเสมอ

ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อใด?

ในโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจกรณีมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยดูแลตนเองที่บ้านเช่น ไข้ขึ้นสูง ทานอาหารไม่ได้ สำลักอาหาร มีแผลกดทับ เลือดออกผิดปกติตามอวัยวะต่างๆ ปวดศีรษะรุนแรง แขน-ขาอ่อนแรงมากขึ้น เป็นต้น ควรต้องรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็วไม่ต้องรอจนถึงวันนัด

การดูแลตนเองที่บ้านควรทำอย่างไร?

การดูแลตนเองที่บ้านในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจที่สำคัญคือ

ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจได้อย่างไร?

การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจคือ การป้องกัน การรักษาโรค/ภาวะที่เป็นสาเหตุของโรคนี้ (ดังกล่าวในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง) ให้ได้ดี

ทั้งนี้แนะนำอ่านเพิ่มเติมเรื่อง การป้องกัน/รักษาแต่ละโรคที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองเหตุโรคหัวใจได้จากเว็บ haamor.com



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom