Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ดวงตา  ระบบตา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เห็นภาพไม่ชัด  มีก้อนเนื้อในตา 

บทนำ

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา (Ocular melanoma) เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ซึ่งเป็นเซลล์มีอยู่มากมายในผิวหนัง โดยเป็นเซลล์ที่สร้างเม็ดสีให้กับผิวหนัง แต่เซลล์ชนิดนี้สามารถพบได้ประปรายในเยื่อเมือก (Mucosa) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อบุภายในของอวัยวะต่างๆ และในเนื้อเยื่อบางชนิดของลูกตา ซึ่งเซลล์ชนิดนี้เมื่อกลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็ง จะเรียกว่า เป็น “โรคมะเร็งเมลาโนมา (Melanoma หรือ Malig nant melanoma)”

ดังนั้น มะเร็งเมลาโนมาจึงพบเกิดได้กับ ผิวหนัง เรียกว่า โรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา ซึ่งผิวหนังเป็นตำแหน่งที่พบเกิดโรคมะเร็งเมลาโนมาได้สูงกว่าเนื้อเยื่อ/อวัยวะตำแหน่งอื่นๆ, เมื่อเกิดกับเยื่อเมือก เรียกว่า โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา, และเมื่อเกิดกับลูกตา เรียกว่า โรค มะเร็งลูกตาเมลาโนมา ซึ่งมะเร็ง 2 ชนิดหลังนี้ พบได้น้อยมากๆ เพียงประปรายเท่านั้น

โรคมะเร็งทั้ง 3 ชนิดนี้ มีธรรมชาติของโรคต่างกันบ้าง โดยมะเร็งที่เกิดกับลูกตาจะมีความรุนแรงโรคปานกลาง มะเร็งที่เกิดกับผิวหนังจะมีความรุนแรงโรคสูง และที่เกิดกับเยื่อเมือกจะมีความรุนแรงโรคสูงสุด ซึ่งได้แยกเขียนมะเร็งทั้ง 3 ชนิดต่างหากในแต่ละบทความ โดยบท ความนี้ จะกล่าวถึงเฉพาะ “โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา “เท่านั้น

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก โดยในแต่ละปี สถิติจากสหรัฐอเมริ กาจะพบผู้ป่วยได้ประมาณ 6 รายต่อประชากร 1 ล้านคน เป็นโรคของผู้ใหญ่ มักพบในอายุตั้ง แต่ 55 ปี ขึ้นไป มีรายงานพบในเด็กโตได้บ้างเป็นครั้งคราว ผู้หญิงและผู้ชาย มีโอกาสเกิดโรคได้ใกล้เคียงกัน และยังไม่มีรายงานสถิติโรคนี้ในประเทศไทย

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา พบเกิดได้ใน 2 ตำแหน่งของลูกตา คือ ที่ผนังลูกตาชั้นกลาง (Uvea) ซึ่งเรียกว่า โรคมะเร็งเมลาโนมาของผนังลูกตาชั้นกลาง (Uveal melanoma) และที่เยื่อตา/เยื่อบุตา (Conjunctiva) เรียกว่า โรคมะเร็งเมลาโนมาของเยื่อตา (Conjunctival mela noma)

ทั้งนี้ประมาณ 98% ของโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา เกิดที่ผนังลูกตาชั้นกลาง มีเพียงประ มาณ 2% เท่านั้นที่เกิดที่เยื่อตา

มะเร็งเมลาโนมาที่เกิดที่ผนังลูกตาชั้นกลางเกือบทั้งหมด คือ ประมาณ 90% เกิดกับเนื้อ เยื่อส่วนที่เรียกว่า คอรอยด์ (Choroid) ซึ่งเรียกว่า โรคมะเร็งเมลาโนมาคอรอยด์ (Choroidal melanoma) ที่เหลือประมาณ 10% เกิดกับเนื้อเยื่ออื่นๆของผนังลูกตาชั้นกลาง

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมามีสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงจากอะไร?

โรคมะเร็งลูกตาเมนาโนมา

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งชนิดนี้ แต่พบผู้มีปัจจัยเสี่ยง ได้ แก่ คนผิวขาว, คนผิวบาง, คนที่มีตาสีฟ้า, ผมแดง, มีไฝ หรือกระ ตามลำตัวมากกว่า 100 จุดขึ้นไป

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมามีอาการอย่างไร?

อาการของมะเร็งลูกตาเมลาโนมา คือ

1. อาการของโรคมะเร็งเมลาโนมาที่เกิดในผนังลูกตาชั้นกลาง ได้แก่ ไม่มีอาการเมื่อก้อนเนื้อยังมีขนาดเล็ก แพทย์ตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพดวงตาประจำปี ซึ่งเมื่อก้อนเนื้อโตขึ้น อาการที่พบได้ ไม่เป็นอาการเฉพาะเจาะจง แต่เป็นเช่นเดียวกับอาการของโรคตาจากสาเหตุอื่นๆ คือ

2. อาการของโรคมะเร็งเมลาโนมาที่เกิดที่เยื่อตา ได้แก่ มองเห็นเป็นเนื้อเยื่อ/ก้อนเนื้อสีน้ำตาล หรือสีดำในตาขาว โดยก้อนเนื้อโตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อก้อนเนื้อโตขึ้น อาจก่อการระ คายเคืองต่อตา ส่งผลให้น้ำตาไหล และเมื่อก้อนเนื้อโตเข้าไปในตาดำ จะส่งผลต่อการมองเห็นภาพ และเมื่อโรคลุกลามมาก อาจมีต่อมน้ำเหลืองหน้ารูหู และ/หรือลำคอด้านเดียวกับโรค โต คลำได้

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมาได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งเมลาโนมาของผนังลูกตาชั้นกลาง ได้จาก ประวัติอาการ การตรวจดวงตาด้วยเทคนิคต่างๆ และการตรวจคลำต่อมน้ำเหลือง ซึ่งผู้ป่วยเกือบทุกราย รูป ลักษณะก้อนเนื้อที่มองเห็นจากเครื่องตรวจดวงตา จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง ยกเว้นผู้ป่วยบางรายที่รูปลักษณะก้อนเนื้อไม่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องอาศัยการตรวจทางพยาธิวิทยา หรือ การตรวจทางเซลล์วิทยา ร่วมด้วย ทั้งนี้เพราะการตัดชิ้นเนื้อ หรือ เจาะ ดูด เซลล์จากก้อนเนื้อภายในลูกตาเป็นหัตถการที่ทำได้ยากมาก

ส่วนโรคมะเร็งเมลาโนมาของเยื่อตา แพทย์วินิจฉัยได้จากประวัติอาการ การมองเห็นก้อนเนื้อในเยื่อตา ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมามีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา มีการแบ่งระยะโรค ดังนี้

1.โรคมะเร็งเมลาโนมาของผนังลูกตาชั้นกลาง แบ่งเป็น 4 ระยะเช่นเดียวกับโรคมะ เร็งทั่วไป และแต่ละระยะโรคอาจแบ่งย่อยได้อีก เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยในการเลือกวิธีรัก ษา และเพื่อการศึกษา

2. ระยะของโรคมะเร็งเมลาโนมาของเยื่อตา จะแตกต่างจากโรคมะเร็งชนิดอื่น โดยไม่มีการแบ่งเป็น ระยะ 1, 2, 3, 4 แต่ใช้การแบ่งเป็น TNM (ระยะโรคมะเร็งทีเอนเอ็ม) เช่น ระยะ T1N0M0 หรือ ระยะ T1N1M1 เป็นต้น โดย

T (ที) คือ ก้อนเนื้อ (Tumor) โดยแบ่งเป็น T1-T4

N (เอน) คือ ต่อมน้ำเหลือง (Node) โดยแบ่งเป็น N0-N1

M (เอ็ม) คือ การแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต (Metastasis) โดยแบ่งเป็น M0-M1

อนึ่ง เมื่อ T, N, หรือ M สูงขึ้น ความรุนแรงโรคก็ยิ่งสูงขึ้น

รักษาโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมาอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา นอกจากเพื่อการหายขาดจากโรคแล้ว ยังเพื่อพยายามรักษาคุณภาพลูกตา เพื่อให้ผู้ป่วยยังสามารถมองเห็นได้ ดังนั้น จึงมักใช้หลายวิธี การร่วมกัน โดยประเมินจาก ขนาด, ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง, ระยะโรค, คุณภาพของการมอง เห็นภาพ, โรคร่วมอื่นๆของลูกตา, อายุ, และสุขภาพผู้ป่วย

ดังนั้นจึงมักเป็นการรักษาร่วมกันระหว่าง การผ่าตัด, การจี้ด้วยความเย็น (Cryothera py), การใช้เลเซอร์ (Laser), รังสีรักษา อาจทั้งฉายรังสี และ/หรือใส่แร่, ส่วนการใช้ยาเคมีบำ บัด มักให้ร่วมด้วยเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม หรือ แพร่กระจาย, ส่วนยารักษาตรงเป้า กำลังมีการศึกษาเพื่อใช้รักษาโรคระยะที่ลุกลามมาก และ/หรือแพร่กระจาย (อย่างไรก็ตายายังมีราคาแพงมากๆๆ เกินกว่าผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึงยาได้)

มีผลข้างเคียงจากการรักษาอย่างไรบ้าง?

ผลข้างเคียง หรือ ผลแทรกซ้อนจากการรักษาโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา ขึ้นอยู่กับวิธีรัก ษา โดยผลข้างเคียงจะสูงขึ้นเมื่อใช้หลายๆวิธีรักษาร่วมกัน นอกจากนั้น ยังจะสูงขึ้น เมื่อผู้ป่วยมีโรคเรื้อรังประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และ/หรือ โรคไขมันในเลือดสูง, เมื่อสูบบุหรี่ และ/หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, และในผู้สูงอายุ

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมารุนแรงไหม?

โรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา เป็นโรคมะเร็งที่มีความรุนแรงโรคปานกลาง มีโอกาสรักษาได้หาย แต่การรักษามักยุ่งยาก เนื่องจากอาจมีการสูญเสียเสียสายตาได้

ทั้งนี้ โดยทั่วไป เมื่อโรคยังเกิดเฉพาะที่ ในระยะ T1, T2 อัตราอยู่รอดที่ 5 ปีประมาณ 70 -80%

เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น แต่ยังไม่มีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง และ/หรือแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต อัตรารอดที่ 5 ปี ประมาณ 40-45%

แต่เมื่อมีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง และ/หรือแพร่กระจายทางกระแสโลหิตแล้ว ไม่มีอัตรารอดที่ 5 ปี โดยเฉลี่ยผู้ป่วยจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน - 1 ปี

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมาไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบัน การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา คือ การสังเกตตาของตนเอง เมื่อเห็นมีแถบสี หรือเนื้อเยื่อผิดปกติ ควรรีบพบจักษุแพทย์ นอกจากนั้น คือ การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นการตรวจสุขภาพตาทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจงเพื่อการคัดกรองโรคมะเร็งของตา หรือตรวจตาบ่อยตามที่จักษุแพทย์แนะนำ

ป้องกันโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมาอย่างไร?

เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมา เป็นปัจจัยเสี่ยงทางเชื้อชาติ และพันธุกรรม ดังนั้นจึงยังไม่มีวิธีที่จะป้องกันโรคนี้

ดูแลตนเอง ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็ง และการดูแลผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด ที่รวมถึงมะเร็งลูกตาเมลาโนมา อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความในเว็บ haamor.com เรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำ บัด

บรรณานุกรม

  1. Conjunctival melanoma http://emedicine.medscape.com/article/1191840-overview#showall [2013,Dec1].
  2. Damato, B., and Coupland, S. (2012). Ocular melanoma. Saudi Journal of Ophthalmology. 26, 137-144 http://www.saudiophthaljournal.com/article/S1319-4534(12)00031-8/fulltext [2013,Dec1].
  3. Eye melanoma survival rate http://www.cancer.org/Cancer/EyeCancer/DetailedGuide/eye-cancer-survival-rates [2013,Dec1].
  4. Lee, T. Ocular melanoma: screening and management options-ASCO http://www.asco.org/ASCOv2/Home/Education%20&%20Training/Educational%20Book/PDF%20Files/2006/Pediatric13.PDF
  5. Margo, C. (2004). The collaborative ocular melanoma study: an overview http://www.gliyqzfe.nfgc.com/CCJRoot/v11n5/pdf/304.pdf
  6. Shields, C. et al. (2011). Conjunctival melanoma. Ophthalmology.118, 389-395.
  7. Singh, A. et al. (2011). Uveal melanoma: Trends in incidence, treatment, and survival. Ophthalmology. 118, 1881-1885.


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน artthat39
Frame Bottom