Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

คอหอย  ระบบหูคอจมูก 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนในคอ 

บทนำ

มะเร็งคอหอยส่วนปาก (Oropharyngeal cancer) เป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อในลำคอส่วนที่เรียกว่า คอหอยส่วนปาก (Oropharynx) ซึ่งเนื้อเยื่อ/อวัยวะในส่วนนี้ คือ ทอนซิล โคนลิ้น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ และผนังด้านหลังของลำคอส่วนที่มองเห็นได้จากช่องปาก (Poste rior pharyngeal wall)

ทั้งนี้เมื่อสามารถแยกได้ชัดเจนว่า ก้อนเนื้อ/แผลมะเร็ง เกิดจากเนื้อเยื่อ/อวัยวะส่วนใด แพทย์มักให้การวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งของเนื้อเยื่อ/อวัยวะนั้นๆ เช่น มะเร็งต่อมทอนซิล หรือ มะ เร็งโคนลิ้น เป็นต้น แต่ถ้าก้อนเนื้อ/แผลมีขนาดใหญ่ลุกลามเข้าหลายๆเนื้อเยื่อ/อวัยวะ จนแพทย์ไม่สามารถแยกได้ว่า เป็นโรคของเนื้อเยื่อ/อวัยวะใด แพทย์จะให้การวินิจฉัยรวมว่า เป็นโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก

มะเร็งคอหอยส่วนปาก จัดอยู่ในกลุ่มมะเร็งในระบบศีรษะและลำคอ (Head and Neck cancer) ดังนั้น สถิติ ปัจจัยเสี่ยง และการพยากรณ์โรคจึงมักรายงานรวมอยู่ใน โรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ไม่ค่อยแยกเป็นแต่ละกลุ่มหรือแต่ละชนิดของมะเร็ง ทั้งนี้เพราะเป็นโรคมะเร็งที่มีธรรมชาติของโรค ตลอดจนวิธีดูแลรักษา และการพยากรณ์โรคเหมือนกัน

มะเร็งคอหอยส่วนปากเป็นมะเร็งของผู้ใหญ่ มักพบในอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเกือบไม่มีรายงานพบในเด็กเลย และพบในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิง ประมาณ 3-4 เท่า

มะเร็งคอหอยส่วนปากเป็นมะเร็งพบได้เรื่อยๆ ไม่ถึงกับพบบ่อย โดยทั่วโลกพบโรคมะเร็งระบบศีรษะและลำคอ (รวมมะเร็งคอหอยส่วนปากด้วย) ประมาณครึ่งล้านคนต่อปี

ในสหรัฐอเมริกา พบโรคมะเร็งระบบศีรษะและลำคอได้ประมาณ 3% ของโรคมะเร็งทุกระ บบของร่างกาย โดยในปี ค.ศ. 2008 (พ.ศ.2551) พบผู้ป่วยโรคมะเร็งคอหอยทั้งหมด (ซึ่งรวม ถึงมะเร็งคอหอยส่วนปากด้วย) ประมาณ 12,410 คน

ในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2544-2546 รายงานพบโรคมะเร็งในคอหอยส่วนปาก (ไม่นับรวมโรคมะเร็งต่อมทอนซิล) ในเพศชาย 0.2 รายต่อประชากรชาย 100,000 คน และในเพศผู้หญิงพบรวมทั้งหมด 31 รายจากผู้ป่วยมะเร็งใหม่ผู้หญิงทั้งหมดในประเทศ 119,065 ราย ซึ่งถือว่าน้อยมาก จึงไม่สามารถระบุเป็นค่าต่อประชากรหญิงของประเทศ 100,000 คน (ค่า ASR: Age-standardized Incidence rate) ได้ ส่วนโรคมะเร็งต่อมทอนซิล พบในเพศหญิง 0.2 รายต่อประชากรหญิง 100,000 ราย และในเพศชาย 0.9 รายต่อประชากรชาย 100,000 คน

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากมีกี่ชนิด?

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก

มะเร็งคอหอยส่วนปากมีหลากหลายชนิด แต่ประมาณ 90-95% จะเป็นชนิด สะความัส (Squamous cell carcinoma) โดยพบชนิดอื่นๆได้บ้างประปรายรวมกันแล้วประมาณ 5-10% เช่น ชนิด อะดีโนคาร์ซิโนมา (Adenocarcinoma) ที่เกิดจากเซลล์ต่อมน้ำลาย หรือ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่เกิดจากเซลล์ต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเซลล์ทั้ง 2 ชนิดเป็นเซลล์ที่มีอยู่กระจายทั่วไปในเยื่อเมือกที่บุภายในคอหอย

โดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึง “โรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก” จะหมายถึง โรคมะเร็งชนิด สะควา มัส ดังนั้นในบทความนี้ จึงกล่าวถึง “โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากชนิดสะความัส” เท่านั้น

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากเกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

สาเหตุที่แน่นอนชัดเจนของการเกิดโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก ยังไม่ทราบ แต่พบมีปัจจัยเสี่ยง โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด คือ การสูบบุหรี่ (เพิ่มปัจจัยเสี่ยงสูงกว่าคนไม่สูบประมาณ 20 เท่า) และการดื่มสุรา (เพิ่มปัจจัยเสี่ยงสูงกว่าคนไม่ดื่มประมาณ 5 เท่า) แต่ถ้าทั้งสูบบุหรี่และดื่มสุรา ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเป็นประมาณ 50 เท่า ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากมีอาการอย่างไร?

ไม่มีอาการเฉพาะของโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก แต่เป็นอาการเหมือนลำคออักเสบจากสาเหตุทั่วไป ซึ่งอาการที่พบบ่อย ได้แก่

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก ได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจดูช่องปากและลำคอ การตรวจคลำต่อมน้ำเหลืองลำคอ และอาจตรวจภาพลำคอด้วยเอกซ เรย์คอมพิวเตอร์หรือเอมอาร์ไอ แต่ที่วินิจฉัยโรคได้แน่นอนคือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อ/แผล เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

ภายหลังเมื่อทราบว่าเป็นโรคมะเร็งฯแล้ว จะมีการตรวจเพิ่มเติมหรือการสืบค้น เพื่อประ เมินระยะโรค และสุขภาพผู้ป่วย เช่น ตรวจเลือดซีบีซี (CBC) การตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือดดูค่าน้ำตาล (โรคเบาหวาน) ดูการทำงานของ ตับ ไต และค่าเกลือแร่ ตรวจภาพลำคอด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอมอาร์ไอ ดูการลุกลามของโรคเมื่อยังไม่ได้ตรวจในช่วงวินิจฉัยโรค ตรวจเอกซเรย์ปอด ดูโรคของปอดและหัวใจ และดูการแพร่กระจายของโรคสู่ปอด อาจมีการตรวจภาพตับด้วยอัลตราซาวด์ และการตรวจภาพกระดูกทั้งตัวที่เรียกว่า การสะแกนกระดูก (Bone scan) เพื่อดูการแพร่กระจายของโรคเข้าสู่ตับ และเข้าสู่กระดูก ตามลำดับ ทั้งนี้การตรวจเพิ่มเติมต่างๆจะขึ้นกับความรุนแรงของโรค อาการผู้ป่วย และดุลพินิจของแพทย์

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากมีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากมี 4 ระยะ ซึ่งบางระยะโรค อาจแบ่งย่อยเป็น A, B และ C ได้อีก เพื่อแพทย์โรคมะเร็งใช้ช่วยในการรักษาและในการศึกษา โดยทั้ง 4 ระยะหลัก ได้แก่

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากรักษาอย่างไร?

คอหอยส่วนปากเป็นเนื้อเยื่อ/อวัยวะที่อยู่ลึก และติดต่อกับลิ้นทางด้านหน้า ส่วนด้าน หลังจะติดต่อลงไปเป็นกล่องเสียง ดังนั้น การรักษาด้วยการผ่าตัด จึงมักยุ่งยากซับซ้อน และส่ง ผลถึงการทำงานของลิ้นและของกล่องเสียงได้ ประกอบกับการรักษาด้วย รังสีรักษา ร่วมกับ ยาเคมีบำบัดให้ผลการรักษาได้ไม่แตกต่างจากการผ่าตัด ดังนั้นในบ้านเรา จึงไม่นิยมรักษาโรคมะ เร็งคอหอยส่วนปากด้วยการผ่าตัด ยกเว้นเฉพาะในผู้ป่วยบางรายที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก

ดังนั้นการรักษาโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากส่วนใหญ่จึงเป็นการรักษาร่วมกันระหว่างรังสีรัก ษาและยาเคมีบำบัด แต่ในผู้ป่วยบางรายที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก และโรคยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง การรักษาอาจเป็นเพียงรังสีรักษาวิธีการเดียว

ส่วนการรักษาด้วยยารักษาตรงเป้า ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา และตัวยายังมีราคาแพงมหาศาลเกินกว่าผู้ป่วยทุกคนจะเข้าถึงยาได้ นอกจากนั้น ยามักได้ผลไม่ดีในผู้ป่วยที่สูบบุหรี่

อย่างไรก็ตามในการรักษาว่าจะใช้วิธีการใด แพทย์จะประเมินจาก ระยะโรคมะเร็ง ชนิดเซลล์มะเร็ง โรคร่วม/โรคประจำตัวต่างๆของผู้ป่วย อายุ และสุขภาพโดยทั่วไปของผู้ป่วย

ในผู้ป่วยที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอ หรือผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมักไม่สามารถทนผลข้างเคียงจากวิธีรักษาต่างๆได้ แพทย์จึงอาจแนะนำเพียงการรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ยาแก้ปวด การใส่ท่อให้อาหารผ่านทางหน้าท้องกรณีกินได้น้อย หรือใส่ท่อช่วยหายใจ กรณีก้อนเนื้ออุดกั้นช่องคอ เป็นต้น

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากอย่างไร?

ผลข้างเคียง/ผลแทรกซ้อนจากการรักษาโรคมะเร็งโคนคอหอยส่วนปากขึ้นกับวิธีรักษา

อนึ่ง ผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งทุกชนิดรวมทั้งโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก ขึ้น กับวิธีรักษา โดยโอกาสเกิดผลข้างเคียงจะสูงขึ้นเมื่อ

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากรุนแรงไหม?

โรคมะเร็งคอหอยส่วนปากมีการพยากรณ์โรค หรือมีความรุนแรงโรคปานกลาง มีโอกาสรักษาได้หาย ทั้งนี้ขึ้นกับ ระยะโรค, ชนิดของเซลล์มะเร็ง, อายุ, และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

อัตรารอดที่ 5 ปี ของโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก พอจะประมาณได้ดังนี้ คือ ในโรคระยะที่ 1 ประมาณ 56-70%, ระยะที่ 2 ประมาณ 50-65%, ระยะที่ 3 ประมาณ 30-50%, และ ระยะที่ 4 ประมาณ 0-30% ตามลำดับ

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากให้พบตั้งแต่ยังไม่มีอา การ ดังนั้นการดูแลตนเองที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ การรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาโรคตั้งแต่ในระยะต้นๆที่ให้ผลการรักษาได้ดีกว่า

ป้องกันโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากอย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก แต่การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง ที่หลีกเลี่ยงได้ จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคลงได้ โดย เฉพาะการเลิกบุหรี่และเลิกสุราเมื่อบริโภคอยู่ หรือการไม่สูบบุหรี่และไม่ดื่มสุรา/เครื่องดื่มแอล กอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด

นอกจากนั้น คือ

ดูแลตนเองอย่างไร? ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในมะเร็งทุกชนิดที่รวมทั้งโรคมะเร็งคอหอยส่วนปาก อ่านเพิ่มเติมใน การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และในเรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

บรรณานุกรม

1. DeVita, V., Hellman, S., and Rosenberg, S. (2005). Cancer: principles& practice of oncology (7th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins.

3. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers.

http://en.wikipedia.org/wiki/Head_and_neck_cancer#Epidemiology [2014,April 20].

http://en.wikipedia.org/wiki/Oropharyngeal_cancer [2014,April20].
http://www.headandneckoncology.org/content/4/1/1 [2014,April20]
http://www.cancer.org/cancer/oralcavityandoropharyngealcancer/detailedguide/oral-cavity-and-oropharyngeal-cancer-survival-rates[2014,April20].
2. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer 4. Halperin,E., Wazer, D., Perez,C., and Brady,L. (2013). Principle and practice of radiation oncology.(6th ed). Walter KLUWER/Lippincott Williams & Wilkins. Philadelphia 5. Head and Neck cancer 6. Khuhaprema, T. et al. (2010). Cancer in Thailand. Volume. V, 2001-2003. Thai National Cancer Institute. 7. Oropharyngeal cancer 8. Saman,D. (2012). A review of the epidemiology of oral and pharyngeal carcinoma: update. Head and Neck Oncology. 9. Survival rate for oral cavity and oropharyngeal cancer by stages



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Thuksa Saelao IKaihom
Frame Bottom